“อนุทิน” เผย ครม. ไฟเขียว ยกเลิกMOU44 จ่อทำหนังสือแจ้งกัมพูชา ชี้ แบ่งผลประโยชน์ทางทะเล ต้องคุยกันใหม่ ยัน ไม่ประมาทแนวชายแดน แย้ม สถานการณ์ดีขึ้นด้วยซ้ำ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการ ยกเลิก MOU44 ว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบ และขอย้ำว่าการยกเลิก MOU44 ไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งใดๆที่เรามีอยู่กับกัมพูชา แต่เป็นแนวนโยบายของตนที่ว่าอะไรก็ตามดำเนินมานานแล้ว เช่น MOU44 มีมาแล้ว 25 ปี ความคืบหน้าการหาข้อสรุปยังไปไม่ถึงไหน เมื่อมีตัวอ้างอิงอื่นๆที่เกิดขึ้น เช่นอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) เราจะเอามาเป็นตัวอ้างอิงเพื่อเป็นแนวทางร่วมกันทั้งสองประเทศ เพราะทั้งสองประเทศเป็นภาคี
เมื่อถามว่า ฮุน เซน บอกว่าหากยกเลิก MOU44 จะทำให้มีข้อพิพาทมากขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า อันนี้ต้องไปสัมภาษณ์ท่าน
เมื่อถามว่า กรณีที่มีความเห็นต่างเช่นนี้จะกระทบต่อการเจรจาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาอะไร
เมื่อถามว่า หากเราเดินหน้าการเจรจาควบคู่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นบริบทใหม่อย่าไปผูกติดกับตัวเดิมสำหรับประเทศไทย MOU44 ไม่มีแล้ว
เมื่อถามว่า หลังจากนี้การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา จะดำเนินการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า MOU44 เป็นสิ่งที่เราตั้งขึ้นมาเพื่อดูการแบ่งผลประโยชน์จากทรัพยากรใต้ทะเลอย่างไร ดังนั้น ถ้าจะคุยกันใหม่ต้องหารือกันใหม่ ตั้งชุดอาจเป็น MOU70 แล้ว ไม่ใช่ 44 ก็ว่ากันไปตรงนั้น
เมื่อถามว่า การยกเลิก MOU44 ตามข้อกฎหมายถือว่ามีผลวันนี้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง เราต้องแจ้งให้คู่ MOU ของเราให้รับทราบโดยจะออกหนังสือไป
เมื่อถามว่า การเดินทางไปเยือนฟิลิปปินส์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 7 - 9 พ.ค.จะพบ นายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา จะหารือเรื่องนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไงก็ต้องได้เจอกันในวงหารือต่างๆอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาการพบปะหารือหรือจะมีอะไรก็ตามสิ่งที่ตนให้ความมั่นใจกับคนไทยคือ ไทยแลนด์เฟิร์สจะไม่มีอะไรที่ประเทศไทยต้องสูญเสีย
เมื่อถามว่า สถานการณ์ชายแดน จะตึงเครียดมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกวันนี้เรามีการเฝ้าระวังตามแนวชายแดน ไม่ตั้งในความประมาทอยู่แล้วฝ่ายความมั่นคงทหาร รักษาแนวชายแดนเราเต็มที่ไม่มีสิ่งใดน่ากังวล ตนสอบถามกองทัพแทบทุกสัปดาห์ สถานการณ์จะว่าแล้วดีขึ้นด้วยซ้ำ


