การผลักดัน โครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท ปัจจุบันรัฐบาลกำลังเร่งผลักดันผ่านร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) โดยตั้งเป้าก่อสร้างระยะแรกในปี 2573 ถือเป็นเรือธงลำดับต้นๆที่ “พรรคภูมิใจไทย”มีการประโหมโหมโรงไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งหาเสียงเลือกตั้ง
จึงไม่แปลกที่ในวันที่ “พรรคสีน้ำเงิน” กลับมาผงาดในฐานะพรรคลำดับหนึ่ง พร้อมชิงอำนาจฝ่ายบริหารในการจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ โครงการดังกล่าวจะเป็นโครงการแรกๆที่ถูกเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) หวังเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงเพื่อต่อยอดตุนกระสุนการเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของพรรคสีน้ำเงิน
แถมยังอยู่ภายใต้การดูแลของ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะแม่ทัพภาคใต้ค่ายภูมิใจไทย
ขณะที่ผลสำรวจ “นิด้าโพล” เปิดเผยเมื่อวันที่3พ.ค.ที่ผ่านมา คำถามคือ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” โดยเป็นการถามประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ จำนวน 14 จังหวัดรวมจำนวนทั้งสิ้น 1,455 คน
เมื่อถามถึงการเคยได้ยินและความเข้าใจของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า54.43% ระบุว่า เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการ26.67% ระบุว่า เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง เกี่ยวกับโครงการฯ10.52% ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เกี่ยวกับโครงการ
นอกจากนี้เมื่อถามว่า คนภาคใต้มีความกังวลใจเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ 38.03%ระบุว่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล 33.16%ระบุว่า ไม่กังวลใจใด ๆ เลย
29.71% ระบุว่า ผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่น เช่น การถูกเวนคืนที่ดิน วิถีชีวิตท้องถิ่นที่อาจจะเปลี่ยนไป 25.81% ระบุว่า การทุจริตและความไม่โปร่งใสของโครงการฯ 15.30% ระบุว่า ความคุ้มค่าในระยะยาว
ขณะที่ความคิดเห็นของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์พบว่า 34.21% ระบุว่า เห็นด้วยมาก 33.01% ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย 19.43% ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย 13.35 % ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย
น่าสนใจว่า จากผลสำรวจ“นิด้าโพล” แม้เสียงส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว แต่กลับพบว่า กว่า54.43% ยังเข้าใจโครงการดังกล่าวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เดิมพัน“แลนด์บริดจ์” วิกฤติ-โอกาส
ฉะนั้นภายใต้ความเคลื่อนไหวของโครงการดังกล่าวซึ่งกำลังอยู่ในช่วงตั้งไข่ ท่าทีจากฟากฝั่งรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ก่อนหน้านี้สั่งการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ให้เกิดได้จริง เพราะถือเป็นโอกาสการสร้างรายได้ และการจ้างงาน ให้กับประเทศไทย
หรือท่าทีจาก “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รมว.พลังงาน ที่มองว่า โครงการดังกล่าวเป็นทางรอดจากสภาวะที่โลกเผชิญความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญกว่าร้อยละ 30 ของการซื้อขายทั่วโลก
ทว่าอีกด้านกลับมีกระแสตีกลับไปยัง “พรรคภูมิใจไทย” ในฐานะแกนนำรัฐบาล ด้วยทักท้วงทั้งจากประชาชนในพื้นที่ นักวิชาการ
ท่ามกลางคำถามถึงความคุ้มค่ากับการลงทุน รวมถึงผลประโยชน์ปลายน้ำถึงที่สุดจะตกอยู่ที่ใครกันแน่ระหว่าง “ประชาชน” และ “นายทุน”
ในมุมของ “บรรจง นะแส” อดีตนายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย เอ็นจีโอ และนักเคลื่อนไหว ตั้งคำถามประเด็นนี้ว่า ภาคใต้มีคนราวๆ 12 ล้าน แลนด์บริดจ์จะได้ทำงานสองแสน ในขณะที่ทำลายสิ่งแวดล้อม อาชีพของผู้คนเป็นหลักล้านถามตรงๆโครงการนี้เพื่อ?
เกมปชป.ขยี้ภท.ปลุกเลือกข้าง“หนุน-ค้าน”
ในขณะที่การเมืองขั้วตรงข้ามชิงจังหวะหยิบประเด็นนี้มา“ขยี้รัฐบาล” โดยเฉพาะท่าทีจาก “พรรคสีฟ้า” ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า ขับเคี่ยวช่วงชิงที่นั่งผู้แทนฯกับ “พรรคสีน้ำเงิน” ในพื้นที่ภาคใต้อย่างดุเดือด ในการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา
วันก่อน “กรณ์ จาติกวณิช” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมสส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวยื่นญัตติด่วนต่อสภาฯ เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ(กมธ.วิสามัญ)ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์
โดยรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนไปที่ความเร่งรีบอย่างผิดปกติของรัฐบาล อีกทั้งโครงการดังกล่าวยังไม่ปรากฎรายละเอียดในนโยบายรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภา แถมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกทิ้งร้างเลือกที่จะไม่ใช้บริการโดยภาคเอกชน
อ่านเกมการเมืองของทั้ง “2พรรค” ในวันที่ยืนอยู่บน “ขั้วตรงข้าม” ทางการเมือง ไม่เพียงแต่จะสะท้อนถึงจุดยืนที่ต่างกันสุดขั้ว ระหว่าง “ภูมิใจไทย” ที่ประโคมโหมโรงนโยบาย “แลนด์บริดจ์”มาตั้งแต่ช่วงหาเสียงและจะทำทันทีหากได้เป็นรัฐบาล กับ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งเช่นเดียวกัน จะเดินหน้าขวาง “แลนด์บริดจ์” อย่างถึงที่สุดหากได้เข้าสภาฯ
ทว่าจังหวะก้าวย่างของทั้ง “พรรคน้ำเงิน” และ “พรรคฟ้า” เวลานี้ยังเป็นการสะท้อนชัดถึง “เกมวัดพลัง” เพื่อชิงฐานการเมืองพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นสมรภูมิที่สำคัญของทั้ง2พรรค เพื่อต่อยอดไปถึงการเมืองสนามต่อๆไป
ย้อนสถิติการเลือกตั้งครั้งล่าสุดพื้นที่ภาคใต้มีสส.ทั้งหมด59ที่นั่ง ถูกเฉลี่ยไปที่ ภูมิใจไทยได้ 31 ที่นั่ง กล้าธรรม 12 ที่นั่ง และ ประชาธิปัตย์ 9 ที่นั่ง ส่วนที่เหลือแบ่งไปที่ ประชาชาติ4ที่นั่ง ประชาชน2ที่นั่ง และไทรวมพลัง1ที่นั่ง
ฉะนั้นภายใน เกมการเมือง ของ ทั้ง2พรรคที่กำลังดำเนินอยู่ในเวลานี้ จึงเป็นการสะท้อนชัดถึงการเดินเกมโดยหยิบประเด็น“แลนด์บริดจ์” เพื่อปลุกแนวร่วมให้เลือกข้างระหว่าง “พรรคน้ำเงิน” ที่ชูนโยบาย “แลนด์บริดจ์” กับ “พรรคฟ้า” ที่ค้านสุดตัว เพื่อตัดสินใจว่าจะเลือกข้างใดในสนามการเมืองต่อๆไปนับจากนี้
ท่ามกลางข้อครหาประเด็น “แลนด์บริดจ์” ที่ทำท่าว่าจะซ้ำรอยวิกฤติน้ำมันซึ่งรัฐบาลถูกถล่มอย่างหนักประเด็นเอื้อเจ้าสัว เป็นที่มาของท่าที ของ "นายกฯหนู" ที่ส่งสัญญาณแตะเบรค ด้วยการ ตั้ง"เอกนิติ" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการในการศึกษา และเร่งสรุปผลการศึกษา ให้กลับมาภายใน 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของโลกในปัจจุบัน ซึ่งต้องจับตารัฐบาลรวมถึงพรรคภูมิใจไทยที่หวังดันเรือธง “แลนด์บริดจ์” จะพลิกเกมแก้สถานการณ์ที่กำลังเขย่ารัฐบาลได้หรือไม่อย่างไร


