อภิมหาโปรเจ็กต์อย่าง โครงการแลนด์บริดจ์ กำลังถูก รัฐบาลอนุทิน 2 ผลักดันอย่างเต็มกำลัง ด้วยเหตุผลในเชิงการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ครั้งใหญ่ ผ่านการยกระดับระบบโลจิสติกส์ ที่หากทำสำเร็จ อาจเปลี่ยนภูมิทัศน์ของภูมิภาคครั้งสำคัญ
วิกฤติการสู้รบในตะวันออกกลาง ตามมาด้วยวิกฤติช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันสำคัญ ถูกผูกเข้ากับความขัดแย้งของมหาอำนาจ จนกลายเป็นอัมพาต ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงกระทบคนทั้งโลก
จากวิกฤติกลายเป็นโอกาสให้รัฐบาลมีเหตุผลเดินหน้าโครงการ แลนด์บริดจ์ เพิ่มทางเลือกให้กับการขนส่งใหม่ของโลกในกรณีที่ช่องแคบมะละกา อาจเกิดความไม่แน่นอนในอนาคต
แม่งานคนสำคัญของรัฐบาล คือ "พิพัฒน์ รัชกิจประการ" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เจ้าเก่า ที่ก่อนหน้านี้เจอมรสุมช่วงวิกฤติน้ำมันขาดแคลน และข้อครหาปล่อยให้เกิดการกักตุนน้ำมัน เพิ่งมอบนโยบายสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ดันแลนด์บริดจ์ให้เป็นรูปธรรม พร้อมเร่งเสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนมิ.ย.นี้ เพื่อรองรับโครงการดังกล่าว
ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายในสังคม ถึงผลที่จะตามมาจากโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม ความคุ้มค่าในการลงทุน ความกังวลที่ต่างชาติจะเข้ามาถือครองที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์ด้านเศรษฐกิจ จะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งจากประเทศที่เสียผลประโยชน์ในภูมิภาค จนดึงชาติมหาอำนาจเข้ามาร่วมวงกดดันไทยหรือไม่
เมื่อมองในมิติการเมือง มูลค่าโครงการที่ใช้เงินลงทุนมหาศาลระดับล้านล้าน ความกังวลเรื่องการแบ่งเค้กของผู้มีส่วนได้เสียย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สังคมจะหวาดระแวง มีผู้ที่รู้ข้อมูลวงในไปดักซื้อที่ดินล่วงหน้าหรือไม่ มีการแบ่งผลประโยชน์ให้กลุ่มการเมืองผ่านการรับช่วงงานก่อสร้างหรืออื่นๆ เพื่อดีลให้เข้าร่วมกับพรรคของผู้มีอำนาจหรือไม่ รวมถึงเงื่อนไขในการอนุมัติ อนุญาตต่างๆ
เรื่องความเหมาะสม ความคุ้มค่าของโครงการ รวมถึงความโปร่งใสเป็นสิ่งที่ฝ่ายค้าน กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด จากเดิม 3 พรรคสีส้ม เขียว และฟ้า ต่างคนต่างเดิน แต่เมื่อรัฐบาลลุยตั้งไข่แลนด์บริดจ์ กลายเป็นจุดร่วมให้พรรคประชาชน กล้าธรรม และประชาธิปัตย์ มีเหตุผลในการขวางลำเต็มที่
ประชาธิปัตย์ นำโดย “กรณ์ จาติกวณิช” แอ็กชั่นนำยื่นญัตติด่วนเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.วิสามัญ) ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลเร่งรีบผิดปกติ ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน แถมไม่ปรากฎเป็นนโยบายของภูมิใจไทยอีกต่างหาก
“มีบริษัทเดินเรือภาคเอกชนที่ส่งสัญญาณแจ้งมายังพรรคประชาธิปัตย์ ถึงสร้างเสร็จแล้วก็ไม่คุ้มกับเขาที่จะมาใช้บริการ ที่จะต้องมีการขนส่งสินค้าหลายต่อและมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สุ่มเสี่ยงต่อการถูกทิ้งร้าง” กรณ์ ระบุ
เดิมพันสำคัญของรัฐบาลอนุทิน เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องถูกตรวจสอบจากทั้งในและนอกสภาอย่างเข้มข้น กับความไม่ไว้วางใจในหลายมิติของการเดินหน้าโครงการระดับยักษ์ที่กระทบวงกว้างเช่นนี้
ขนาด “วราวุธ ศิลปอาชา” รมว.อุตสาหกรรม คนของภูมิใจไทยด้วยกันเองแท้ๆ ยังอดห่วงไม่ได้ว่า โครงการแลนด์บริดจ์จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ทำเอาพิพัฒน์ ออกตัวว่าจะคุยกับวราวุธเป็นการภายใน พร้อมเชือดเฉือนกลับอย่างเจ็บแสบว่า เขาก็ตั้งธงในฐานะที่เขาเคยดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วราวุธ คงลืมตัวว่า ตัวเองเป็น รมว.อุตสาหกรรม
ปฏิเสธไม่ได้ว่า โครงการแลนด์บริดจ์ มีแนวโน้มจะกลายเป็นจุดเสี่ยงสำคัญของรัฐบาลอนุทิน 2 ที่ต้องดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบรัดกุม ไม่เช่นนั้นอาจส่งผลถึงอนาคตของรัฐบาลได้เลยทีเดียว

