วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'พิพัฒน์ ' เผยเตรียมลงพื้นที่8พ.ค. ยันพร้อมรับฟัง กลุ่มค้าน'แลนด์บริดจ์'

'พิพัฒน์ ' เผยเตรียมลงพื้นที่8พ.ค. ยันพร้อมรับฟัง กลุ่มค้าน'แลนด์บริดจ์'

'พิพัฒน์ ' เผยเตรียมลงพื้นที่8พ.ค. ยันพร้อมรับฟังความเห็นทุกภาคส่วน ปมค้านโครงการ'แลนด์บริดจ์'

ที่พรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เปิดเผยกรณีประชาชนในพื้นที่เตรียมยื่นหนังสือ คัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ ต่อ สส. 14 จังหวัดภาคใต้ ของพรรคภูมิใจไทยว่า ตนมีมีกำหนดการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการในพื้นที่ภาคใต้ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ พร้อมแสดงจุดยืนในการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน

ตนและทีมงานพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่ขอลงรายละเอียดเชิงลึกในประเด็นดังกล่าว จนกว่าจะมีการลงพื้นที่และได้รับข้อมูลจากประชาชนอย่างเป็นทางการ นายพิพัฒน์ กล่าว

ด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตรัฐบาลเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในนโยบายของรัฐบาลว่า สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์หรือโครงการคลองไทยที่ผ่านมา ได้มีการพูดคุยกันมาเป็นระยะเวลา 10 ปีแล้ว ดังนั้นคิดว่าการนำกลับมาพิจารณาในครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะมีการดูสถานการณ์โลกโดยรวม

ทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หรือในหลายประเทศที่มีความพยายามที่จะเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบต่างๆ ประกอบกับการคาดการณ์ว่าช่องแคบมะละกา ประเทศมาเลเซียจะเต็มความจุในอีก 10 ปีข้างหน้า  ดังนั้นส่วนตัวคิดว่าจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะหยิบเรื่องนี้มาพูดในสถานการณ์โลกเช่นนี้ แต่หากไม่นำเรื่องนี้มาพิจารณาจะเป็นเรื่องที่แปลกมากกว่าว่าเราจะไปเอื้อให้ใครหรือไม่  

ทั้งนี้สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์มีทั้งเสียงที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ดังนั้นรัฐบาลต้องทำข้อมูลให้ครบถ้วนและทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด เนื่องจากตัวเลขที่มีในตอนนี้จะสร้างเศรษฐกิจ รายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพใหม่ให้คนไทยได้จำนวนมาก

เมื่อถามว่า ความคุ้มทุนในด้านเศรษฐกิจแต่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในเรื่องของการคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ สำนักงานขนส่งทางราง (สนข.) ได้มีการศึกษาทั้ง อัตราผลตอบแทนภายในทางการเงิน ( FIRR) และ อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ( EIRR ) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจ โดยตัวเลข FIRR  อยู่ที่ประมาณร้อยละ 11 ส่วน EIRR อยู่ร้อยละ 8 ซึ่งทั้งหมด สนข. ได้จ้างที่ปรึกษาเอกชนเข้ามาร่วมศึกษาด้วย ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทระดับโลก จากประเทศเนเธอแลนด์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าความคุ้มค่าในการลงทุนไม่ใช่แค่รัฐบาลจะไปเชิญชวนต่างชาติมาลงทุนได้ แต่จะต้องประกอบด้วยภาคเอกชนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเดินเรือ ซึ่งก่อนหน้านี้ไทยได้เดินสายโรดโชว์มาแล้ว ซึ่งก็มีบริษทให้ความสนใจกว่า 400 บริษัท

ดังนั้นคิดว่าด้านเศรษฐกิจมีความคุ้มค่า และเป็นที่น่าสนใจต่อการลงทุนของภาคเอกชน ส่วนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจะปฏิเสธไม่ได้เนื่องจากโครงการใหญ่ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศน์หรือสิ่งมีชีวิต จึงต้องหามาตรการทำให้คนอยู่กับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต มีประโยชน์ร่วมกันอย่างสูงสุดเท่าที่คนในพื้นที่จะได้รับ

ส่วนการตั้งข้อสังเกตุว่าเงินทุนนับล้านล้านบาทสูงเกินที่จะมาดำเนินโครงการนี้นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า งบประมาณโครงการนี้ได้ประมาณการว่าการทำท่าเรือ และระบบล้อ ราง ท่อ วงเงินอยู่ที่ประมาณกว่า 9 แสนล้านบาท ซึ่งจะไม่ใช่งบฯ รัฐบาล แต่จะเป็นโครงการร่วมทุน PPP หลังจากนี้จะประเมินว่าจะใช้ PPP รูปแบบใด และย้ำว่าไทม์ไลน์การดำเนินโครงการจะเป็นไปตามที่ สนข. กำหนด อย่างเร็วการวางโครงสร้างพื้นฐานใน 2573 แต่อันดับแรกจะต้องมีการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC

หลังจากนั้นก็จะมาดูเรื่องความพร้อม สภาพพื้นที่ ข้อกฎหมาย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเชิญชวนนักลงทุน โดยภายในปีนี้ร่างพ.ร.บ. SEC จะเข้าสู่ที่ประชุมสภา และเดินหน้าได้ 

นายสิริพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่าจะเห็นว่าโครงการนี้ หากติดตามาตั้งแต่ต้นจะเห็นว่าเงื่อนไขต่างๆ ได้ปรับเปลี่ยนมาเรื่อย เช่น เมื่อก่อนมีคำถามว่าจะให้เช่าพื้นที่ 99 ปี แต่ตอนนี้มีธงแล้วว่าจะเป็นการเช่าพื้นที่ 50 เป็นต้น นั่นหมายความว่ารัฐบาลฟังเสียงประชาชน และฟังข้อท้วงติงจากประชาชนเช่นกัน ดังนั้นร่างพ.ร.บ. SEC ดังกล่าวหลักๆ มาจากการฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนด้วย ซึ่งในเร็วๆ นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม จะลงพื้นที่เพื่อไปรับฟังพูดคุย โดยมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นไม่ว่าจากกระทรวงคมนาคม หรือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย