วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สวนดุสิตโพล เผยดัชนีการเมือง 'อภิสิทธิ์' ขึ้นแท่นเบอร์1 ฝ่ายค้าน

สวนดุสิตโพล เผยดัชนีการเมือง 'อภิสิทธิ์' ขึ้นแท่นเบอร์1 ฝ่ายค้าน

สวนดุสิตโพล เผย “ดัชนีการเมืองไทย” เดือนเมษายน 2569 ให้ "อภิสิทธิ์" ขึ้นแท่นเบอร์1 ฝ่ายค้าน แซง "ปชน." ด้านปชช. คาดหวังรัฐบาลแก้ปากท้อง

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนเม.ย. 2569 สำรวจทางออนไลน์และภาคคสนาม จำนวน 2,214 คน ระหว่างวันที่ 27-30 เม.ย. 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนน

ภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนเม.ย. เฉลี่ย 3.79 คะแนน ลดลงจากเดือนมี.ค. 2569 ที่ได้ 3.89 คะแนน

ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.31 คะแนน

ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.22 คะแนน

นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น คือ

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย  39.07%
  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.อว.  28.22%  

นักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่น คือ คือ

  • นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  27.82%
  • น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน  23.25%

เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากฝากบอกรัฐบาล คือ แก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน  49.82%

สิ่งที่อยากฝากบอกฝ่ายค้าน คือ ตรวจสอบการทุจริตและการใช้งบประมาณของรัฐบาล 44.37%  

ทั้งนี้ ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยที่ลดลงทุกตัวชี้วัด แสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้กังวลเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่กำลังมองภาพรวมของการเมือง การบริหารประเทศ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตไปในทิศทางเดียวกัน คือ ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนพอ โดยเฉพาะคะแนนด้านเศรษฐกิจและปากท้องยังอยู่ในระดับต่ำ เสียงสะท้อนของประชาชนจึงอยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ เพราะโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลไม่ใช่แค่การประกาศนโยบาย แต่คือการทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าชีวิตดีขึ้นจริง
 
ส่วน ผศ.กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลลดลงอย่างต่อเนื่อง หากวิเคราะห์แล้ว จะเห็นว่าปัจจัยภายนอกอย่างสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีนัยสำคัญต่อการรับรู้ของประชาชน โดยเฉพาะผลกระทบด้านราคาพลังงานที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน และราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่รายได้และค่าจ้างไม่ได้เพิ่มตาม ความไม่พอใจจึงไม่ได้มุ่งไปที่ปัจจัยภายนอก แต่กลับย้อนมาที่ประสิทธิภาพของรัฐบาล ในการบรรเทาผลกระทบแทน

"วิกฤติภายนอกครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบความสามารถของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมราคาสินค้า การดำเนินนโยบายตามที่ประกาศ หรือการวางมาตรการเชิงรุก หากรัฐตอบสนองล่าช้า ไม่ชัดเจน หรือขาดความโปร่งใส ก็ยิ่งตอกย้ำปัญหาเดิม เช่น การแก้ไขปัญหาเชิงเศรษฐกิจ การบริหารประเทศ และข้อกังขาเรื่องคอร์รัปชัน  ทั้งนี้ระยะห่างของความคาดหวังระหว่างรัฐกับประชาชนกว้างขึ้น ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงในหลายมิติ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นทางการเมืองไทยในปัจจุบันขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐในการแปลงวิกฤตภายนอกให้กลายเป็นโอกาสของการบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนต่อไป"  ผศ.กัญญกานต์ กล่าว