วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2569

Login
Login

กสม.บี้ ครม.ยันร่าง กม.อากาศสะอาด ใน 60 วัน - จัดเวทีผ่าวิกฤติ PM.25

กสม.บี้ ครม.ยันร่าง กม.อากาศสะอาด ใน 60 วัน - จัดเวทีผ่าวิกฤติ PM.25

กสม. มีหนังสือถึงนายกฯ บี้ ครม. ยันร่าง 'กฎหมายอากาศสะอาด' ใน 60 วัน เตรียมจัดเวทีผ่าทางออกวิกฤต PM 2.5 ร่วมภาครัฐ-ประชาสังคม-พรรคการเมือง 6 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัญหามลพิษทางอากาศ จาก ฝุ่น PM 2.5 ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในภาคเหนือและในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการตรากฎหมายเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยที่ผ่านมา เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 กสม. มีหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี แจ้งข้อเสนอแนะกรณีปัญหามลภาวะทางอากาศในพื้นที่ 8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน

ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม 2567 มีหนังสือถึงประธานวุฒิสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ซึ่งในเวลานั้นมีการเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร 7 ฉบับ และเมื่อเดือนธันวาคม 2568 มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีแจ้งข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM 2.5 อย่างไรก็ตาม เมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของวุฒิสภาจึงเป็นอันตกไป

กสม. เห็นว่า ปัจจุบันประชาชนยังคงประสบปัญหาจาก PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างร้ายแรงและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อีกทั้งประเทศไทยอยู่ระหว่างกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อมาตรฐานด้านอากาศสะอาดและนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่จะเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและหลักการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะหลักการป้องกัน หลักการระวังไว้ก่อน หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย และหลักการกระจายอำนาจ ล่าสุด ประธาน กสม. (นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์) จึงมีหนังสือ ลงวันที่ 23 เมษายน 2569 ถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้เร่งรัดคณะรัฐมนตรียืนยันร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ภายในกรอบระยะเวลา 60 วัน นับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีจากการมีอากาศที่สะอาดคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนพึงได้รับ ปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทยมีแหล่งกำเนิดจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคคมนาคม ภาคป่าไม้ ภาคเกษตรกรรม ภาคเมือง รวมทั้งจากมลพิษข้ามพรมแดน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิในสุขภาพของประชาชน สิทธิทางเศรษฐกิจและมาตรฐานการครองชีพ รวมตลอดทั้งสิทธิในการรับรู้ข่าวสาร เช่น การแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นที่รวดเร็ว ครอบคลุม และเข้าใจง่าย โดยธนาคารโลก (World Bank) ประเมินความเสียหายทางสุขภาพจากมลพิษทางอากาศของไทยมีมูลค่ากว่า 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 3.89 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบหนักในภาคการท่องเที่ยว

ในการนี้ เพื่อผนึกกำลังของทุกภาคส่วนในประเทศไทยในการหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วน กสม. จึงมีกำหนดจัดเวทีเสวนา “ผนึกกำลังผ่าทางออกวิกฤตฝุ่น PM 2.5 การคุ้มครองสิทธิและการก้าวต่อไปของกฎหมายอากาศสะอาด” ในวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 – 16.30 น. ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหา ผลกระทบและแนวทางการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ร่วมกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และพรรคการเมือง โดยจะรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทยต่อไป