เรียลวอทช์ แล๊ป ชี้ 52% ของ 'แรงงานไทย' ต้องการรายได้-สวัสดิการที่มั่นคงจากการทำงาน ในขณะที่ 35% กังวลเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่รายได้ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 เนื่องใน "วันแรงงานแห่งชาติ" ในขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัว โดยธนาคารแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัว โดยประมาณว่าจะมีอัตราการเติบโต ประมาณ 1.5% เนื่องจากเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงรอบด้านทั้ง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ต้นทุนด้านพลังงานของภาคการผลิตสูงขึ้น ขณะที่ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง ทำให้กำลังซื้อภายในประเทศชะลอตัว และ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการจ้างงาน
จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า มีสถิติ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ของกฏหมายประกันสังคม ถูกเลิกจ้างจำนวน 531,779 คน ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2567 หรือเฉลี่ย 40,000 คนต่อเดือน โดยมีแนวโน้มในการเลิกจ้างเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อปี ระหว่างปี 2565-2568 ณ ปี 2568 ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มีทั้งหมด 12.18 ล้านคน
จากแนวโน้มดังกล่าว “เรียลวอทช์ แล๊ป (RealWatch Lab)” ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด(มหาชน) บริษัท ด้าน AI-Data Driven Technology ได้สำรวจความเห็นของแรงงานไทยในทุกระดับ ทั้งกลุ่มพนักงานบริษัท แรงงานที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ถึง ความต้องการและความกังวลของแรงงานไทย ในปี 2569 ที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจำนวน 7,014 ข้อความจาก แพลตฟอร์ม Social Media ทุกแพลตฟอร์ม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-30 เมษายน 2569 โดยแบ่งออกเป็น การสำรวจเรื่องความต้องการของแรงงานไทยในปี 2569 และ เรื่องความกังวลของแรงงานไทยในปี 2569 พบว่า
- 52% ต้องการผลตอบแทนที่เป็นธรรม สวัสดิการที่มั่นคง
ประเด็นเรื่องความต้องการของแรงงานไทยในปี 2569 พบว่า 52% ของแรงงานไทยทั้งในระดับพนักงานบริษัท (White Collar) ไปจนถึงแรงงานในระดับที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม มีความต้องการค่าตอบแทนที่เป็นธรรม และ สวัสดิการที่มั่นคงในที่ทำงาน เป็นอันดับแรก โดยข้อความส่วนใหญ่จะระบุว่า อยากได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย อยากได้รับสวัสดิการที่ดีในที่ทำงาน เป็นต้น
ความต้องการอันดับสอง คิดเป็นสัดส่วน 30% ต้องการที่จะฝึกทักษะเรื่องการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(Artificial Intelligence : AI) เพื่อความมั่นคงในอาชีพ และ ยกระดับการทำงาน โดยข้อความที่โพสต์ใน Social Media ของคนทำงานกลุ่มนี้ ระบุว่า โลกกำลังเปลี่ยนไป บริษัทต้องปรับตัว พนักงานก็เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้ในกระบวนการทำงาน AI จะทำให้มนุษย์ตกงาน คนทำงานต้องเรียนรู้เรื่อง AI
อันดับ 3 คิดเป็นสัดส่วน 7% ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และ ความเท่าเทียมกันในที่ทำงาน โดยข้อความจะระบุว่า ต้องสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมในที่ทำงาน ต้องให้โอกาสคนรุ่นใหม่ในการทำงาน เป็นต้น
อันดับ 4 คิดเป็นสัดส่วน 6% เป็นเรื่องของความต้องการการทำงานที่มีอิสระและมีความยืดหยุ่นในการทำงาน โดยข้อความระบุว่า การทำงานต้องมีอิสระ และ มีความยืดหยุ่น การทำงานไม่ต้องทำงานที่บริษัท แต่ทำงานที่ไหนก็ได้ ประหยัดค่าเดินทาง และ ทำงานได้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น
อันดับ 5 คิดเป็นสัดส่วน 5% ต้องการการทำงานที่ส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจและสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่มีแรงกดดันสูง และ ต้องการให้องค์กรมีวัฒนธรรมการทำงานที่เกื้อกูลให้การทำงานที่สนับสนุนกัน
- 35% กังวลเรื่องค่าครองชีพสูง
ส่วนประเด็นเรื่อง ความกังวลในการทำงาน จากการสำรวจพบว่า 35% ของข้อความทั้งหมด มีความกังวลในเรื่อง ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ในขณะที่รายได้ที่ได้รับไม่สอดคล้องกับรายจ่าย โดยข้อความส่วนใหญ่ระบุว่า กังวลว่าปีนี้เงินเดือนจะขึ้นไม่ทันค่าใช้จ่าย เงินเดือนไม่ขึ้น แต่ของแพงเกิน
อันดับ 2 คิดเป็นสัดส่วน 25% มีความกังวลเรื่องความไม่แน่นอนในเสถียรภาพการทำงานและความมั่นคงในการจ้างงาน เนื่องภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้กังวลเรื่องการถูกเลิกจ้าง โดยข้อความระบุว่า ตอนนี้ Ai ถูกใช้แทนคน จะทำให้คนตกงาน, ชีวิตไม่แน่นอนเพราะโดนเลิกจ้าง, จบมา 1 ปี แล้ว ยังไม่ได้งาน
อันดับ 3 คิดเป็นสัดส่วน 22% มีความกังวลเรื่องโครงสร้างของกฎหมายแรงงาน ที่ยังมีข้อจำกัดในการคุ้มครองแรงงาน โดยข้อความระบุว่า ถ้าขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเพิ่มสิทธิหักค่าใช้จ่าย แรงงานไม่ได้รับการคุ้มครองเรื่องสวัสดิการ ความปลอดภัย
และ อันดับ 4 และ 5 คิดเป็นสัดส่วน 9% เท่ากัน มีความกังวลเรื่องของคุณภาพชีวิตในการทำงาน มีภาวะหมดไฟจากการทำงาน
รวมทั้งกังวลเรื่องช่องว่างในทักษะการทำงาน จากการที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในองค์กร มากขึ้น ทำให้แรงงานต้องปรับตัวในการพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับ AI โดยข้อความระบุว่า คนเจน Z หางานยาก งานพื้นฐาน AI ทำหมด, ทำงานหนัก ถ้าไม่ทำงานก็โดนเลิกจ้าง, Upskill ต้องเป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะ AI เป็นต้น
จากผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ และ เทคโนโลยี มีผลกระทบต่อกระบวนการทำงานของแรงงานไทย
ในเชิงเศรษฐกิจ แรงงานไทยมีความต้องการและกังวลในเรื่องของค่าครองชีพ ทั้งความต้องการความมั่นคงด้านรายได้ และในขณะเดียวกันก็มีความกังวลเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น และ กังวลเรื่องการเลิกจ้าง ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเทคโนโลยี
และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเทคโนโลยี ยังทำให้แรงงานไทยมีความตื่นตัวในการพัฒนาศักยภาพการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น ทำให้แรงงานจำนวนมากให้ความสำคัญกับเรื่องของการพัฒนาความสามารถในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี เพื่อสร้างความมั่นคงในการทำงาน


