ระฆังศึก "ชิงเมืองหลวง" ลั่นขึ้นแล้ว หลัง กกต.วางคิวรับสมัคร 28 พ.ค.-1 มิ.ย. 2569 และกาบัตร 28 มิ.ย.นี้
ประเด็นที่น่าสนใจของ “พรรคส้ม” ในยานพาหนะคันที่ 3 อย่างพรรคประชาชน (ปชน.) มีความเคลื่อนไหวในการหาตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยมีรายงานว่า ขณะนี้ใกล้ได้ข้อสรุป และจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เวลา 17.00 น. วันที่ 5 พ.ค. 2569 ที่มิวเซียมสยาม กทม.
ช่วงที่ผ่านมา ผู้บริหารพรรค ปชน.ได้ทาบทามหลายบุคคลมาเป็นผู้สมัครในนามพรรค โดยส่วนใหญ่เป็นทีมงาน “The Professionals” แคมเปญ และแผนยุทธศาสตร์ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง 69 ไม่ว่าจะเป็น “เพียงพนอ บุญกล่ำ” ทนายความ และทีมบริหารประชาชนด้านการปฏิรูปรัฐ “รวิศ หาญอุตสาหะ” ผู้บริหารแบรนด์เครื่องสำอางศรีจันทร์ แต่ทั้ง 2 ชื่อดังกล่าวยังไม่ลงตัว หรือแม้แต่ “วัลลภ ตรีฤกษ์งาม” อดีตรองประธานกรรมการบริหาร Suzuki Motor (Thailand) Co., Ltd. ที่ปัจจุบันเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 57 ของพรรคส้ม เป็นต้น
เมื่อไม่ได้ชื่อข้างต้น สัปดาห์ที่ผ่านมา พรรค ปชน.พยายามแก้เกม โดยทาบทาม “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” อดีต สส.บัญชีรายชื่อ อดีตรองหัวหน้าพรรค และอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคก้าวไกล เมื่อปี 2565 แต่เจ้าตัวได้ปฏิเสธ โดยปัจจุบัน “วิโรจน์” ตกเป็น 1 ใน 44 อดีต สส.ก้าวไกล ถูกศาลฎีกา พิจารณาคดีฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม กรณีร่วมกันลงชื่อและเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ส่วนผู้ที่ถูกทาบทามแล้ว แต่ยังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ได้แก่ “วรภพ วิริยะโรจน์” อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ขุนพลเศรษฐกิจคนสำคัญของพรรค และ “ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” หรือ “ดร.โจ” ปัจจุบันเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 18 และอดีตรองหัวหน้าพรรค ปชน. ฝ่ายต่างประเทศ
ข้อมูลเมื่อ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้รับการยืนยันจากทางแกนนำพรรคสีส้ม ว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้เกิน 50% ว่า “ดร.โจ ชัยวัฒน์” มีแนวโน้มมากที่สุดในตัวเลือกที่มี ซึ่งผู้บริหารพรรคจะเคาะให้เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรค ปชน. และเปิดตัววันที่ 5 พ.ค.นี้
อย่างไรก็ดีล่าสุดวานนี้ (29 เม.ย.) ดูเหมือนว่าพรรคยังคงไม่ตกผลึกเรื่องดังกล่าว โดยแหล่งข่าวภายในพรรค ปชน.บางสาย อ้างว่า “ดร.โจ” อาจไม่ได้ถูกรับเลือก ขณะที่บางสายเชื่อว่าที่ประชุมพรรคยังคงเคาะตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.อยู่ เพราะมองว่ามีคุณสมบัติ และความเหมาะสมมากที่สุดในตอนนี้ เป็นคนรุ่นใหม่ ทันสมัย มีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ ที่สำคัญมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับ “โปลิตบูโร-กลุ่มเพื่อนเอก” ทำให้การบริหารงานไม่มีความเห็นต่างกันมากนัก
ดังนั้นแนวโน้มวันที่ 5 พ.ค.ที่พรรค ปชน.จะเปิดตัวผู้สมัครชิงเก้าอี้ “พ่อเมืองหลวง” ยังคงมีโอกาสสูงที่จะเป็นชื่อ “ดร.โจ ชัยวัฒน์” ซึ่งเขาเป็นอีกหนึ่งผู้มีบทบาทสำคัญ อยู่เบื้องหลังทีมเศรษฐกิจของพรรค ภายใต้การนำของ “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำของพรรคส้ม
ที่ผ่านมา “ดร.โจ” เป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจทันสมัยของพรรคก้าวไกล รวมถึงมีความเชี่ยวชาญระดับ นักยุทธศาตร์ด้านข้อมูลและเทคโนโลยีการเงิน ตำแหน่งสุดท้ายคือรองผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ในการเลือกตั้งปี 2566 เขาถูกพรรคก้าวไกลวางตัวอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 15 และในปี 2569 อยู่ในปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 18 ถือว่าเป็นลำดับที่ค่อนข้างสูงและเป็น “เซฟโซน” ที่จะได้รับเลือกตั้งอย่างแน่นอน สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจของ “กลุ่มเพื่อนเอก” ต่อตัวเขา
เบื้องต้น ว่ากันว่า “ดร.โจ” อาจตอบรับมาเป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. แม้ทางพรรคจะรับรู้อยู่แล้วว่า มีแนวโน้มค่อนข้างสูงที่อาจจะพ่ายแพ้ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน และจะสมัครชิงเก้าอี้สมัยที่ 2 ไม่ได้ เพราะกระแส “ชัชชาติฟีเวอร์” ยังคงสูงอยู่ในหมู่คน กทม.
ถึงแม้ผลการเลือกตั้ง สส.ปี 2569 ปชน.จะกวาด สส.เขตครบถ้วน 33 เขต เรียกได้ว่ากลายเป็น “เมืองหลวงส้ม” ก็ตาม แต่ต้องไม่ลืมว่าบริบทการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.กับเลือกตั้งใหญ่ สส.นั้นแตกต่างกัน ที่สำคัญคะแนนนิยมของ “ชัชชาติ” ยังคงกระแสดีอยู่ เช่น การเข้าไปแก้ไขปัญหาในเรื่องตึก สตง.ถล่มอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่ “มีมบนอินเทอร์เน็ต” อย่างคลิปวีดีโอการเปิดตัวถนนแห่งใหม่ ที่ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร เป็นต้น
ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของ ปชน.ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2569 นี้ อาจโฟกัสไปที่การเลือกตั้ง สก.เป็นหลักมากกว่าตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยในการเลือกตั้งปี 2565 “พรรคส้ม” ได้ สก.ไป 14 ที่นั่ง (ปัจจุบันเหลือราว 10 คน เพราะมีบางคนย้ายไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจ) ส่วน “พรรคแดง” อย่าง “เพื่อไทย” ได้มากสุดที่ 20 ที่นั่ง ด้าน “ค่ายสีฟ้า” อย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ไป 9 คน ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มการเมือง-พรรคเล็กลดหลั่นกันไป
การสถาปนา “พรรคส้ม” เป็น “เจ้าของเมืองหลวง” จึงอยู่ที่การกวาดเก้าอี้ สก.ให้ได้มากที่สุด เพื่อคอนโทรลงบประมาณ และนโยบายต่าง ๆ ในสภากรุงเทพมหานคร ให้ไหลรื่นฟื้นกระแส รอการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2573 ถึงเวลานั้น “ชัชชาติ” น่าจะไม่สามารถสมัครได้แล้ว (หากเขาชนะการเลือกตั้งปี 2569 จะดำรงตำแหน่งครบ 2 สมัย)
นอกจากนี้ปี 2573 บรรดาแกนนำพรรคส้มรุ่นแรก ไม่ว่าจะเป็น “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ-ปิยบุตร แสงกนกกุล-พรรณิการ์ วานิช” จะหลุดพ้น “โทษแบนการเมือง” กลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง (ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองอะไรขึ้นอีก) ย่อมทำให้การหวังผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2573 ซึ่งไม่มี “ชัชชาติ” จะทำให้ “พรรคส้ม” สามารถคว้าชัยเก้าอี้ตัวนี้ได้ในที่สุด
แต่โจทย์นี้ของ “ค่ายส้ม” ถือว่าหินพอสมควร เพราะแม้มีกระแสข่าวว่า “เพื่อไทย” อาจไม่ส่งคนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. แต่ในส่วนของ สก.ยังไม่แน่ หากตัดสินใจส่งขึ้นมา มีหลายคนที่เป็นระดับ “แชมป์เก่า” ครองใจคนในชุมชนมายาวนาน เช่นเดียวกับ “ค่ายฟ้า” ปชป. ที่เพิ่งฟื้นเรตติ้งเมืองหลวงกลับมาได้ในการเลือกตั้ง 69 ย่อมส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก.สู้สุดใจเช่นเดียวกัน
จับตาแผนยุทธศาสตร์นี้ของ “พรรคส้ม” จะเข้าเป้า และนำกวาด สก.ได้มากกว่าปี 2565 หรือไม่ คงต้องรอวัดฝีมือกันเดือน มิ.ย.นี้


