วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ภารกิจ 'ฟื้นศรัทธาสะดุด' ‘ค่ายแดง’ติดกับ'วังวนอำนาจ'

ภารกิจ 'ฟื้นศรัทธาสะดุด'   ‘ค่ายแดง’ติดกับ'วังวนอำนาจ'

ครบขวบเดือน “รัฐบาลอนุทิน 2” นับตั้งแต่มีการโปรดเกล้ารัฐมนตรี บรรดา “พรรคร่วมรัฐบาล” อยู่ในช่วงจัดทัพ “ข้าราชการการเมือง” ตอบแทน “ขุนพล” ที่ทำผลงานเข้าเป้า เยียวยากลุ่มอกหัก พร้อมวางอนาคตให้เครือข่ายที่สามารถต่อยอดฐานเสียงได้

การวางคนเข้าสู่ตำแหน่ง “ข้าราชการการเมือง” ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สังคมสามารถเข้าใจได้ แต่การด่วนตัดสินใจโยกย้าย “บิ๊กข้าราชการ” ภายหลังเข้ามานั่งเก้าอี้เจ้ากระทรวงได้เพียง 1 เดือน ย่อมเกิดคำถามที่สังคมคลางแคลงใจ

เพราะจู่ๆ “เดอะซัน” สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งเด้งฟ้าผ่า “ราเชน ศิลปะรายะ” พ้นตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวง ทั้งที่อีก 5 เดือน “ราเชน” จะเกษียณอายุราชการ ประเด็นนี้ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหว

โดย “ราเชน” ไม่รอช้า ยื่นใบลาออกจากราชการทันที พร้อมทิ้งบอมม์ลูกใหญ่ว่า มี “บิ๊กเนม” เรียกเข้าพบ โดยปักหมุดจุดนัด ชั้น 4 ตึกแห่งหนึ่ง ย่านวิภาวดี เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ของกรมฝนหลวง รวมถึงอธิบดีกรมต่างๆ อีกหลายคนถูกเรียกไป พร้อมทั้งต้องนำเอกสารไปให้เช่นกัน 

และแล้วความเคลื่อนไหวของบิ๊กการเมืองก็ถูกเฉลย เมื่อ“สุริยะ” ทุนใหญ่เพื่อไทย ออกมาชี้แจง ยอมรับถึงกระแสข่าวหลานชาย “จ.” โทรศัพท์ไปขอพบอธิบดี “ราเชน” หลายครั้ง แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่สาเหตุหลักของการย้ายอธิบดี “ราเชน” เข้ากรุผู้ตรวจฯ 

“สิ่งที่หลานผมไปของบประมาณ ในการซ่อมอากาศยาน เป็นเรื่องผิดกฎหมาย อธิบดีไม่อนุมัติให้ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว จะเอาสาเหตุนี้ไปย้าย มันไม่ได้ สมัยผมอยู่ที่กระทรวงคมนาคม หลานผมทำธุกิจสายการบิน ผมยังสั่งการไปยัง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ว่า ให้ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย”

ศึกระหว่าง “สุริยะ” ปะทะ “ราเชน” เหมือนมวยถูกคู่ เพราะอธิบดีกรมฝนหลวงผู้นี้ มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับ “ขั้วอำนาจเก่า” โดยเฉพาะผู้ยิ่งใหญ่แดนด้ามขวาน ก่อนจะได้รับการเกื้อหนุนจากผู้ยิ่งใหญ่เมืองเหนือ เพราะผลงานเข้าตา

ฝั่ง “เจ้ากระทรวง” คนใหม่ ที่มีแผลหนี้แค้น ที่ต้องชำระกับ “ขั้วอำนาจเก่า” เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะในช่วงพลิกขั้วจัดตั้ง “รัฐบาลอนุทิน 1” คีย์แมนของ “ขั้วอำนาจเก่า” ทิ้งบาดเจ็บทิ่มแทงใจ “นายใหญ่ - นายหญิง” เอาไว้ ดังนั้น โจทย์ล้างบาง “ฝ่ายประจำ” จึงต้องเร่งสะสาง

อีกทั้งบรรดาโครงการที่ตั้งเค้าจาก “ขั้วอำนาจเก่า” ยังเป็นอีกโจทย์ที่ “เจ้ากระทรวง” ต้องเคลียร์คัตให้หมด เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยง “พรรคเขียว” ไม่ให้มีท่อไหนเชื่อมถึง และยึดสัมปทานมาขึ้นตรงกับ “ค่ายแดง”

 ปรากฎการณ์นี้ เป็นเพียงตัวอย่าง เพราะไม่ใช่เพียงกระทรวงเดียว หลังจากนี้ต้องจับตา “หน่วยงาน” ในความดูแลของ “ค่ายแดง” จะมีปฏิบัติการล้างบาง - ล้างท่อ ออกมาให้เห็น

ต้องยอมรับว่าปัญหาของ “ค่ายแดง” เป็นเพราะการมีทั้ง “นาย” หลายคน มีรหัส “ V “ หลายระดับ การบัญชาการจึงหลายกรอบคิด ส่งผลให้ระดับปฏิบัติการของ “ค่ายแดง” บริหารงานคนละทิศคนละทาง

โดยปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิดในยุค “รัฐบาลสีน้ำเงิน” แต่หมักหมมมาตั้งแต่ “รัฐบาลสีแดง” จากที่เคยประเมินว่าการจับมือกับ “ขั้วอนุรักษนิยม” ถือครองอำนาจเอาไว้ เพื่อสร้างผลงานมากลบแต้มลบจะประสบความสำเร็จ ทว่าผลงานเชิงประจักษ์ของ “ค่ายแดง” ไม่มีออกมาให้เห็น

มาเที่ยวนี้ “ค่ายแดง” อยู่ในสถานะ “พรรคร่วมรัฐบาล” ไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีเป้าหมายสร้างผลงานให้โดนใจประชาชนมากที่สุด เพื่อฟื้นความนิยมของพรรคกลับคืนมาให้ได้

ทว่าเพียงแค่ออกสตาร์ตปฏิบัติการของ “บิ๊กค่ายแดง” กลับถูกตั้งคำถาม แม้อาจจะจำเป็นที่ต้องเชือดไก่ให้ลิงดู หวังสยบความเคลื่อนไหวภายใน แต่ภาพสะท้อนที่เกิดขึ้นตีกลับเป็นกระแสด้านลบให้ “ค่ายแดง” ดำดิ่งลงมากกว่าเดิม

ขณะเดียวกันยังต้องจับตาการมอบหมายภารกิจพิเศษให้ “เครือข่ายแดง” เข้าไปปฏิบัติงานใน กรม - กอง ภายในกระทรวงที่รับผิดชอบ เพราะมีหลายคนขึ้นชื่อด้านปฏิบัติการพิเศษที่สร้างความลำบากใจให้ “ฝ่ายประจำ”

โจทย์ของ “ค่ายแดง” คือการฟื้นความนิยมผ่านการสร้างผลงาน ซึ่งเคยโดดเด่นเมื่อวันเก่าก่อน แต่คำสั่งลับของ “บิ๊กเนม” ยังวนเวียนอยู่กับการถอนทุนการเมือง ภารกิจฟื้นศรัทธาของ “ค่ายแดง”จึงอาจสะดุดขาตัวเอง จนไม่สามารถตั้งหลักได้