วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'สิริพงศ์' ยันกลางสภาฯ รัฐบาลไฟเขียวลงทุน 'แลนด์บริดจ์'

'สิริพงศ์' ยันกลางสภาฯ รัฐบาลไฟเขียวลงทุน 'แลนด์บริดจ์'

"สิริพงศ์" ยันกลางสภาฯ รัฐบาลไฟเขียวลงทุน "แลนด์บริดจ์" เตรียมคลอด พ.ร.บ.SEC สงวนอาชีพให้คนไทย ควบคู่การทำ EHIA ใหม่เพื่อความโปร่งใส

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของ น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ สส.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องโครงการ แลนด์บริดจ์ ที่รัฐบาลพยายามผลักดันทั้งที่มีข้อคัดค้านด้านเศรษฐกิจที่ไม่คุ้มทุน รวมถึงมีปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งโครงการดังกล่าวไม่มีในคำแถลงนโยบาย 

โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ที่ได้รับมอบหมายได้ชี้แจงว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ทุกคนเห็นตรงกันแล้วว่าจะต้องมีเส้นทางคมนาคมที่เป็นทางเลือก ก่อนหน้านี้ไทยเคยมีการพูดคุยเรื่องการขุดคลองไทย และโครงการแลนด์บริดจ์ และมีความเห็นตรงกันว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะมีความคุ้มค่าในการลงทุนมากกว่า  ส่วนที่จะต้องเป็นเวลานี้ เนื่องจากเป็นเวลาที่ใช่ เพราะได้ประเมินแล้วว่าความแออัดของช่องแคบมะละกาที่จะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า ทำให้เกิดความจำเป็นต้องทำเส้นทางคมนาคมทางเลือกขึ้นมา

"ถ้าเป็นแลนด์บริดจ์จะประหยัดเวลาการเดินทางข้ามจากอ่าวไทยไปทะเลอันดามัน ประหยัดเวลาในการเดินทางผ่านช่องแคบมะละกาไป 5 วัน ดังนั้นเวลานี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการขับเคลื่อนนโยบาย” นายสิริพงศ์ ชี้แจง

จากนั้น น.ส.อรทัย ซักถามถึงผลกระบทบทางสิ่งแวดล้อมของคนในพื้นที่จังหวัดระนอง และชุมพร ที่นักวิชาการออกมาระบุว่า EIA กับ EHIA ที่อยู่ในโครงการกับที่มีการสำรวจจริงต่างกันอย่างมหาศาล จึงอยากถามว่า จะมีการสำรวจ EHIA ใหม่ก่อนการตัดสินใจลงทุนในโครงการนี้หรือไม่ และจะทำอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจว่าไม่ใช่ข้อมูลด้านเดียว แต่เป็นข้อมูลที่ประชาชนยอมรับ และมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมให้โครงการอยู่คู่กับคนในพื้นที่ได้  

นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า ทุกครั้งที่มีการก่อสร้างโครงการที่เปลี่ยนแปลงภูมิประเทศจะมีข้อถกเถียงที่มีความสำคัญ เพราะส่งผลต่อระบบนิเวศที่จะเปลี่ยนแปลง เป็นธรรมดาของทุกโครงการ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย ซึ่งตนทราบดีว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีข้อโต้แย้งจากในหลายๆ ส่วน ทั้งประเด็น EIA และ EHIA ที่รัฐบาลจะต้องทำให้ครบถ้วน และทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 4 จังหวัดภาคใต้

"โดยกระบวนการเริ่มต้นจะต้องทำ ร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC)ก่อน ส่วนที่อาจมีข้อกังวลว่าชาวต่างชาติจะถือครองที่ดินเกินกว่าคนไทยหรือไม่ ในความเป็นจริงเราจัดสรรพื้นที่ให้คนไทยและคนต่างประเทศได้มีโอกาสลงทุน สิ่งที่เกิดขึ้นคือการสร้างเศรษฐกิจใหม่ การจ้างงานรูปแบบใหม่ ถ้าวันนี้เรามีทางออกทางทะเลทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย จะมีอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น" นายสิริพงศ์ ชี้แจง

รมช.คมนาคม ชี้แจงต่อยืนยันว่ารัฐบาลตั้งใจทำโครงการนี้เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ของคนไทย ให้เป็นเครื่องจักรตัวใหม่ที่จะสร้างรายได้และสร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดภาคใต้ ส่วนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้หลุดไป ขอให้ประชาชนในพื้นที่สบายใจได้ 

ทั้งนี้  น.ส.อรทัย ซักต่อว่า อยากให้รัฐมนตรีเน้นย้ำอาชีพสงวนที่จะไม่ปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาแย่งงาน รวมถึงบทลงโทษ ขณะเดียวกันจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยไม่ตกเป็นเป้าและเป็นพื้นที่การแข่งขันของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ รวมทั้งการเวนคืนที่ดินของประชาชนในพื้นที่ชุมพรและระนองที่จะถูกมอบไปให้เป็นสัมปทานของชาวต่างชาติ และอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลไทย ทำให้คนไทยไม่รู้สึกว่าถูกชาวต่างชาติรุกล้ำ  

โดย นายสิริพงษ์ ชี้แจงว่า กรณีสัมปทานให้กับชาวต่างชาติ 50 ปีนั้นยืนยันว่าต่างจาก 99 ปี เพราะหากไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข จึงจะมีสิทธิ์ที่จะขอต่อสัญญาได้ และเพื่อให้เกิดความมั่นใจรัฐบาลได้เปิดตั้งกองทุนให้ผู้ได้รับสัมปทานต้องสมทบเข้ากองทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้   ขณะเดียวกันการเวนคืนที่ดินเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการจัดสรรเพื่อให้คนไทยได้รับประโยชน์สูงสุด และย้ำว่า เรื่องการแข่งขันทางภูมิเศรษฐศาสตร์ ไทยมีจุดแข็งในการรักษาสถานภาพความเเป็นกลางในการต่อสู้กันของขั้วอำนาจเศรษฐกิจ