วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

ดีเลย์ตั้ง ‘เท้ง’ เป็น ผู้นำฝ่ายค้าน ‘โสภณ’ ปิดช่อง ถูกสอย

ดีเลย์ตั้ง ‘เท้ง’ เป็น ผู้นำฝ่ายค้าน ‘โสภณ’ ปิดช่อง ถูกสอย

ว่าด้วยเรื่อง “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร” ที่ สส.พรรคประชาชน ข้องใจการกระทำของ “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ ที่ไม่ยอมนำชื่อ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค เข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งเป็น “ผู้นำฝ่ายค้านฯ คนที่ 11” ทั้งที่เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ 106

โดยประธานโสภณ ตอบคำถามสื่อวานนี้ (29 เม.ย.)ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ พร้อมกับกำชับว่า หากตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วน ให้เสนอมาที่ตนเพื่อดำเนินการต่อ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เสนอมา

เมื่อถูกซักว่า เป็นเพราะ “หัวหน้าเท้ง” มีคดีคาอยู่ที่ศาลฎีกาหรือไม่ “โสภณ” ตอบว่า “ต้องไปพิจารณาคุณสมบัติ ที่ระบุไว้ว่าถูกต้องหรือไม่ หากไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติใดๆ สามารถทูลเกล้าฯ ได้”

ทั้งที่ก่อนหน้านั้น 2 วัน จันทร์ 27 เม.ย. ท่าทีประธานโสภณ เร่งเร้าว่าจะลงนามทูลเกล้าฯ ชื่อผู้นำฝ่ายค้านแล้ว ขณะที่ฝ่ายเลขาฯสภา ได้เสนอแฟ้มวางไว้ที่โต๊ะทำงานแล้ว

ล่าสุด “ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล” แกนนำพรรคส้ม จึงต้องลุกขึ้นทวงถามความชัดเจน ทันทีที่โสภณ ขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมสภาฯ ว่ามีข้อขัดข้องใดที่เป็นเหตุ ทั้งที่คุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญชัดเจน ยังตรวจสอบประเด็นใดอีก “โสภณ” ให้คำตอบเพียงว่า “เป็นไปตามระเบียบ และข้อบังคับของที่นี่ ผมไม่ถ่วงเวลาหรอกครับ”

ดีเลย์ตั้ง ‘เท้ง’ เป็น ผู้นำฝ่ายค้าน ‘โสภณ’ ปิดช่อง ถูกสอย

 ทว่า ก็ไม่มีคำตอบเรื่องกรอบเวลา จึงทำให้พรรคส้ม มีข้อสงสัยว่า เป็นความตั้งใจสกัดกั้นการทำงานตามบทบาทของผู้นำฝ่ายค้าน โดยหาเหตุอ้างการตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อยื้อเวลาหรือไม่

หากยึดตามเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 แบบตามตัวบท หลังมี ครม.แล้ว เป็นหน้าที่ของประธานสภาฯ ต้องดำเนินการ แม้ไม่มีกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน แต่ในบทบาทสำคัญ ต่อกระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติจำเป็นต้องเร่งรัด

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาตามคุณสมบัติของ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในมาตรา 106 กำหนดไว้ว่า 1.เป็น สส. 2. เป็นหัวหน้าพรรคที่มี สส.มากที่สุด 3.พรรคนั้นต้องไม่มีสมาชิกเป็นรัฐมนตรี ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ

ในชั้นนี้ “ฝ่ายกฎหมายของสภาฯ” ที่ให้คำปรึกษาประธานสภาฯ ให้ข้อมูลว่า ต้องดูรายละเอียดของวรรค 3 ประกอบ เพราะเป็นบทกำหนดให้ประธานสภาฯ เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง จึงเท่ากับว่าให้หน้าที่และอำนาจประธานสภาฯ ตรวจสอบความชัดแจ้งเชิงประจักษ์

ดีเลย์ตั้ง ‘เท้ง’ เป็น ผู้นำฝ่ายค้าน ‘โสภณ’ ปิดช่อง ถูกสอย

โดยก่อนหน้านั้น พรรคประชาชนทำท่าจะเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เพราะติดประเด็นที่ศาลฎีการับฟ้องคดีผิดจริยธรรมร้ายแรง ดังนั้นจึงอาจเป็นประเด็นที่ต้องทำให้ชัดเจน ส่วนกรณีอื่น เช่น “ณัฐพงษ์" เป็น สส.ไม่มีข้อสงสัย เพราะกกต.ได้รับรอง รวมถึงพรรคประชาชน เป็นพรรคที่มีสส.มากที่สุด และไม่มีสมาชิกไปดำรงตำแหน่งใดตามเงื่อนไข

ดังนั้น จึงอาจมีเพียงประเด็นที่ต้องรอตรวจสอบให้ชัดเจน หลังจากการประชุมใหญ่พรรค ที่มีการเปลี่ยนแปลงบางตำแหน่ง เมื่อ 26 เม.ย. ซึ่งต้องรอ กกต.รับรอง 

ขณะที่ในข้อเท็จจริงที่ “ณัฐพงษ์” เป็นหนึ่งในบุคคลที่ ศาลฎีกาอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีร่วมเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะเข้าข่าย ต้องตรวจสอบคุณสมบัติหรือไม่นั้น ตามมาตรา 106 วรรคท้าย กำหนดบทว่าด้วยการพ้นตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน” ด้วยเหตุขาดคุณสมบัติ

ให้ยึดตาม มาตรา 118 (1) คือ ขาดจากสมาชิกภาพแห่งสภาที่เป็นสมาชิก (2) ลาออกจากตำแหน่ง (3) ดำรงตำแหน่งนายกฯ รัฐมนตรี หรือข้าราชการการเมืองอื่น และ (4) ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอลงโทษ เว้นแต่เป็นกรณีคดีไม่ถึงที่สุด หรือรอลงโทษในความผิดเพราะประมาท ผิดลหุโทษ หรือฐานหมิ่นประมาท

ฝ่ายกฎหมายสภาฯ อธิบายไว้ว่า ในชั้นนี้ยังไม่ถือว่าเป็นเหตุที่นำไปอ้างได้ว่าคุณสมบัติด่างพร้อย เพราะศาลฎีกายังไม่ตัดสิน

อีกทั้ง ในวันที่ศาลฎีกาประทับรับฟ้อง ไม่มีคำสั่งให้ “ณัฐพงษ์” ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นในสถานะยังคงเป็น สส. และปฏิบัติหน้าที่ในสภาฯได้ 

อย่างไรก็ดี ในรัฐธรรมนูญ ไม่ได้กำหนดลักษณะต้องห้ามของตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน เหมือนกับตำแหน่งรัฐมนตรี ที่ “นายกรัฐมนตรี” ต้องคำนึงถึง ประเด็น “จริยธรรม” ก่อนเสนอชื่อ ตามบรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในคดี “เศรษฐา ทวีสิน” ที่เสนอชื่อ “พิชิต ชื่นบาน” เป็นรัฐมนตรี

ทว่า ในสภาฯ ชุดปัจจุบัน ที่ “สีน้ำเงิน” กุมอำนาจ ต้องพิจารณาให้ลึกซึ้งกว่าข้อกฎหมายที่ตีความตามตัวอักษร เพราะเกี่ยวกับคดีละเอียดอ่อน อีกทั้งประเด็นอดีต “พรรคก้าวไกล” ถูกยุบ ยังเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง ที่มีลักษณะ “เซาะกร่อนบ่อนทำลายการปกครอง”

ดังนั้น ปมเหตุที่ “โสภณ” ยังไม่เสนอชื่อ “เท้ง-ณัฐพงษ์” ทันทีทันใด เป็นเพราะต้องหาหลักพิง ไม่ให้มีปัญหา ถูกสอยตกเก้าอี้ “ประมุขสภาฯ” ได้ในภายหลัง ในฐานะเป็นผู้เสนอแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้าน และเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ที่ต้องรับผิดชอบทุกขั้นตอน และการกระทำ