สภาฯ จี้รัฐบาล ตรวจสอบล้งจีน แก้ปัญหาต้นทุนชาวสวนแพง ด้าน "กฤช" นำทุเรียนชั่งโชว์กลางสภาฯ ชี้ "ศุภจี" เล่นผิดคิว หนุนไลฟ์สดขายทุเรียนลูกละร้อย
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทน ราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และเยียวยาความเดือดร้อนเกษตรกรจากภาวะสู้รบในตะวันออกกลาง ต่อเนื่องจากการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย สส.หลายคน ได้ยกประเด็นที่รัฐบาล โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ใช้การตลาดเชิงรุกให้อินฟลูเอนเซอร์ไลฟ์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาท พร้อมแสดงความกังวลต่อผลกระทบของกลไกราคาทุเรียน รวมไปถึงกรณีที่มีพ่อค้าคนกลางชาวจีนคุมตลาดทุเรียนเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมเสนอแนะว่าประเด็นการตรวจสอบล้งชาวจีน ควรเป็นสิ่งที่รัฐบาลควรแก้ไขเป็นเรื่องเร่งด่วน
ทั้งนี้ในการอภิปรายช่วงหนึ่ง นายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน อภิปรายถึงปัญหาที่เกษตรกรเผชิญคือ ต้นทุนแพง ทั้ง ค่าปุ๋ย ค่ายา ล่าสุดวิกฤติน้ำมันซ้ำเติมเกษตรกร ขณะที่น้ำก็ต้องซื้อ ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปตรวจสอบคือพ่อค้าคนกลาง โดยเฉพาะล้งจีนที่คุมตลาดเบ็ดเสร็จ เป็นผู้กำหนดราคาแบบ 100% ที่เข้าไปซื้อ ไปเหมาถึงสวน ตั้งแต่ผลไม้ยังไม่ออก โดยส่งทีมงานเข้าไปตัด แต่ตัดทุเรียนอ่อนเพื่อหวังจะให้ได้ราคาในช่วงต้นฤดู แต่ทำให้ทุเรียนไม่มีคุณภาพ
“เมื่อไม่กี่วันมานี้มีอินฟลูเอนเซอร์ทำคอนเทนท์ระบุว่าทุเรียนเกรดพรีเมี่ยมขาย 600-700 บาท แต่จะขอขายเพียงลูกละ 100 บาทและมีรัฐมนตรีร่วมเล่นใหญ่ แต่พอเริ่มมีประเด็นเกษตรกรตั้งคำถามมากขึ้นว่าเสี่ยงทำลายตลาดราคาทุเรียน กระทรวงพาณิชย์ถึงกับเบรคล้อลากไปไม่เป็นต้องกลับลำทันที ว่าเป็นทุเรียนเกรดรอง ไม่ใช่เกรดส่งออก สุดท้ายไปเทอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งผลผลิตแม้จะเป็นเกรดกรองแต่ไม่สามารถขายราคาดังกล่าวได้”นายกฤช กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างอภิปราย นายกฤช ได้นำตาชั่งและทุเรียนมาชั่งให้เห็นกลางสภา พร้อมอภิปรายต่อว่า นำทุเรียนไซส์จัมโบ้ ที่ขายอยู่ กิโลกรัมละ 40 บาท ซึ่งลูกดังกล่าวมีน้ำหนัก 6.7 กิโลกรัม ราคาอยู่ประมาณ 270 บาท และอีกลูกคือไซส์กลาง ซึ่งเป็นเกรดตกไซส์ ขายอยู่กิโลกรัมละ 80 บาท มีน้ำหนัก 2.2 กิโลกรัม ราคาประมาณ 180 บาท และอีกหนึ่งลูกคือไซส์ ป๊อกแป๊ก มีน้ำหนัก 1.4 กิโลกรัม อยู่ที่ราคา 112 บาท ดังนั้นจึงหาทุเรียนลูกละ 100 บาทไม่ได้ และเมื่อวานนี้(28 เม.ย.)ที่ตนดูไลฟ์ก็ไม่มีทุเรียนลูกละ 100 บาท จำนวน 1 ล้านลูก จึงเป็นไปไม่ได้
“ผมขอขอบคุณอินฟูลฯ ทุกคน ที่ทำให้ทุเรียนได้รับความสนใจ แต่การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาทำลักษณะนี้ถือว่าเสี่ยงมาก เพราะผิดคิว ผิดเวลา อาจจะส่งผลกระทบต่อทุเรียน อาจทำลายคุณค่าของทุเรียนไทยและลามไปถึงการลักลอบนำเข้าทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาขายในประเทศ”นายกฤช กล่าว
ด้านนายปิติกรณ์ บรรณเภสัช สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขณะนี้กำลังเข้าสู่ภาวะทุเรียนศูนย์เหรียญ กินรวบทุเรียนไทยเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่สวนทุเรียนที่คนจีนมาซื้อสวนทุเรียนผ่านนอมินี ส่งออกไปที่ล้งทุเรียนจีนที่เข้ามาทุ่มตลาด กดราคาทุเรียนในประเทศ แต่ส่งออกไปยังประเทศจีน เงินวนเวียนอยู่แต่คนจีน ไม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่เป็นวงจรทุเรียนศูนย์เหรียญ ประเทศไทยฝากลมหายใจการส่งออกทุเรียนไปจีนถึง 80% ถึง 9 แสนตันในปี 2568 จึงควรหาตลาดส่งออก นอกจากจีนแล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงพาณิชย์ ต้องร่วมมือ กันกำจัดนอมินี บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดูแลการตัดเกรดทุเรียน การหาตลาดใหม่ ถ้าไม่ร่วมมือกัน เกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้


