มติ คกก.ระดับกระทรวงฯ ไฟเขียว 'ทักษิณ' ได้รับการพักโทษ ไม่ต้องติดกำไล EM เหตุสูงอายุ ปล่อยตัวคุมประพฤติ 'บ้านจันทร์ส่องหล้า' 9 เงื่อนไขเข้ม ห้ามขยับการเมือง
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 ที่อาคารกระทรวงยุติธรรม มีการประชุมของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือคณะกรรมการพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรม องค์ประชุมของคณะกรรมการฯ จะประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่กำกับดูแลกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการ และมีผู้อำนวยการกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพักการลงโทษ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52
จากกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการคุมขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรม แดนพยาบาล จากคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ปัจจุบันนายทักษิณ ได้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลา 7 เดือน กับอีก 20 วัน และเตรียมจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยจะครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี หรือ 8 เดือน โดยนายทักษิณ จะได้รับการพักโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการคุมประพฤติ ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 2569 ต่อจากนั้นจะครบกำหนดโทษ 1 ปี ในวันที่ 9 ก.ย. 2569 พ้นโทษและเป็นอิสรภาพโดยสมบูรณ์
รายงานข่าวแจ้งว่า ในขั้นตอนพิจารณาการพักการลงโทษกรณีทั่วไป สำหรับผู้ต้องขังเด็ดขาด จะต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจาก 3 คณะกรรมการ ประกอบด้วย
1.คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจำ
2.คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์
3.คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม
ปัจจุบันนายทักษิณ ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษมาแล้ว 2 คณะ คือ คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจำ และคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ จึงยังเหลือเพียงการพิจารณาเห็นชอบสุดท้าย โดยคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ในการประชุมวันนี้ (29 เม.ย.) โดยมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจาก นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการฯ แทน
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ จะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด โดยการนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่ง กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย
เมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาด ได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร และนักโทษเด็ดขาดต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในที่ที่ไปพักอาศัยภายในระยะเวลาที่กำหนด และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด 9 (เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ) แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562
มีรายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า เอกสารแสดงความประสงค์เรื่องสถานที่คุมประพฤติพักโทษครั้งนี้ของ นายทักษิณ แจ้งผ่านทางทนายความระบุเป็นบ้านเลขที่ 472 ซ.จรัญสนิทวงศ์ 69 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กทม. หรือ "บ้านจันทร์ส่องหล้า" โดยมีรายชื่อของผู้อุปการะที่จะให้ความดูแลนายทักษิณระหว่างการคุมประพฤติเรียบร้อยแล้ว
มีรายงานแจ้งเพิ่มเติมว่า หากวันนี้ นายทักษิณได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรมให้ได้รับการพักโทษคุมประพฤติ นายทักษิณจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการคุมประพฤติต่ออีก 4 เดือน จึงจะครบกำหนดโทษ 1 ปี ในวันที่ 9 ก.ย. 2569 และพ้นโทษตามขั้นตอน หลังรับโทษในเรือนจำฯ มาแล้ว 8 เดือน นับแต่วันที่ 9 ก.ย. 2568
ส่วนเรื่องการติดกำไล EM ระหว่างคุมประพฤติหรือไม่นั้น ทางคณะกรรมการในที่ประชุมจะได้มีการหารืออย่างถี่ถ้วน เนื่องด้วยนายทักษิณถือเป็นผู้ต้องขังสูงวัยที่มีอายุเกินกว่า 70 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัวที่ต้องใช้ยารักษาต่อเนื่องเป็นประจำอยู่แล้ว ฉะนั้น จึงต้องรับฟังเหตุผลข้อหารือของกรรมการแต่ละหน่วยงานด้วย รวมถึงกรณีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องการข้องเกี่ยวกับทางการเมือง ที่ถึงแม้ระเบียบการพักการลงโทษจะไม่ได้ห้ามไว้ แต่ก็สามารถเป็นเรื่องการหารือในส่วนของเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ หากมีความจำเป็น
ส่วนเงื่อนไขการคุมความประพฤติสำหรับผู้ได้รับการพักการลงโทษ มี 9 ข้อสำคัญ ดังนี้
1.ต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติที่สำนักงานคุมประพฤติท้องที่ภายใน 3 วันนับแต่ได้รับการปล่อยตัว และต่อไปให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนดจนกว่าจะพ้นโทษ
2.ต้องพักอาศัยอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามบ้านเลขที่ที่แจ้งไว้และห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่ติดธุระสำคัญและต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานคุมประพฤติก่อน
3.ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับนั้น ต้องแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง
4.ให้ประกอบอาชีพสุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือย้ายงานใหม่ต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง
5.ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำตักเตือนของพนักงานคุมประพฤติและเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟูตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมคุมประพฤติกำหนด
6.ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน เสพยาเสพติด และกระทำความผิดขึ้นอีก
7.ห้ามเกี่ยวข้องกับสารระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท หรือยาเสพติดให้โทษทุกประเภท รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด
8.ห้ามเยี่ยมเยียนและติดต่อกับนักโทษที่ไม่ใช่ญาติซึ่งกำลังต้องโทษอยู่
9.ต้องแสดงหนังสือสำคัญการปล่อยตัวต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือเจ้าพนักงานเรือนจำเมื่อมีการเรียกให้แสดง และหากหนังสือสำคัญการปล่อยตัวสูญหายให้รีบแจ้งต่อพนักงานคุมประพฤติ
หากผู้ได้รับการพักการลงโทษหรือลดวันต้องโทษจำคุกประพฤติผิดเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น เจ้าหน้าที่อาจจับกุมตัวกลับมาคุมขังอีกโดยไม่ต้องมีหมายจับ ทั้งจะต้องถูกลงโทษทางวินัยอีกด้วย และนอกจากนี้ การขอย้ายที่อยู่และเปลี่ยนผู้อุปการะต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบล่วงหน้าและให้ผู้อุปการะใหม่ให้คำรับรองต่อพนักงานคุมประพฤติหรืออาสาสมัครคุมประพฤติ พร้อมย้ำว่า ในระหว่างการคุมความประพฤติ ผู้ถูกคุมความประพฤติยังคงเป็นนักโทษ ดังนั้น จึงไม่สามารถอุปสมบทหรือเกณฑ์ทหารได้
สำหรับบรรยากาศในกระทรวงยุติธรรมตั้งแต่ช่วงเช้า พบว่า มีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ได้ทยอยเดินทางมาแล้ว เช่น พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ที่มีทีมงานนำเอากล่องลังเอกสารมาด้วยจำนวนมาก
โดย พ.ต.ท.ประวุธ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า วันนี้กรมราชทัณฑ์เตรียมเอกสารทั่วไปเป็นโปรไฟล์ของผู้ที่อยู่ในเข้าเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษจากทั่วประเทศ เกินกว่า 500 รายแน่นอน และอดีตนายกรัฐมนตรีก็คือ 1 ในนั้น เพราะปกติแล้วรอบหนึ่งก็ประมาณพันว่าคน อย่างไรก็ตาม เรื่องเงื่อนไขการติดหรือไม่ต้องติดกำไล EM หรือเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับการหารือในที่ประชุมของคณะกรรมการฯ สำหรับวันนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ซึ่งก็ต้องรอดูผลการพิจารณาต่อไป
- มติระดับกระทรวงฯ ให้พักโทษ 'ทักษิณ' ไม่ต้องติดกำไล EM ปล่อยตัว 11 พ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุม นานกว่า 3 ชั่วโมง มีรายงานข่าวจากที่ประชุม ระบุว่า ที่ประชุมมีมติพักการลงโทษ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขในการติดกำไล EM เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ขังสูงวัย ที่อายุเกิน 70 ปี ขึ้นไป และมีโรคประจำตัว ซึ่งนายทักษิณ อายุ 76 ปีแล้ว โดยนายทักษิณ จะได้รับปล่อยตัวพักโทษวันที่ 11 พ.ค.นี้ และจะต้องคุมประพฤติต่ออีก 4 เดือน
สำหรับการประชุมวันนี้ เป็นการ ประชุมสำหรับการพักโทษนักโทษทั่วประเทศ กว่า 500 คน และมีรายชื่อของ นายทักษิณ อยู่ในนั้นด้วย โดยนายทักษิณ ปัจจุบันเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดตามคำสั่งบังคับโทษ 1 ปีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อีกทั้ง นายทักษิณเข้าเกณฑ์การพักโทษในกลุ่มผู้สูงอายุ และรับโทษจนถึงเกณฑ์ที่กำหนด
ทั้งนี้ นายทักษิณ ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบให้พักการลงโทษมาแล้ว 2 คณะ คือ คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจำ และคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ จึงเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้าย ที่เป็นการพิจารณาให้ความเห็นชอบของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรมในวันนี้


