วันพุธ ที่ 29 เมษายน 2569

Login
Login

สส.ปชน.ย้ำวิจารณ์ กทม.แก้ 'โรงขยะอ่อนนุช' ช้า ปัดวิจารณ์ตัวบุคคล

สส.ปชน.ย้ำวิจารณ์ กทม.แก้ 'โรงขยะอ่อนนุช' ช้า ปัดวิจารณ์ตัวบุคคล

'ณัฐพงศ์' สส.กทม.ยืนยันวิจารณ์ กทม.แก้ปัญหา 'โรงขยะอ่อนนุช' ล่าช้า ทำเสียเวลา 4 ปี ไม่ได้วิจารณ์ตัวบุคคล ลั่นตามมานานแล้ว แต่ไม่ได้ผล 

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้แจง กรณีระบุถึงกรณี กทม.แก้ไขปัญหาโรงขยะอ่อนนุชล่าช้า ว่า จากโพสต์ก่อนหน้านี้ ขอยืนยันถึงความเดือดร้อนของประชาชนต่อปัญหากลิ่นเหม็นจากศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ที่ไม่เคยหายไป มีเพียงการเปลี่ยนทิศทางลมตามฤดูกาลเท่านั้น และยืนยันที่จะเดินหน้าประเด็นนี้ต่อไป

ยืนยันว่า ได้ติดตามปัญหานี้มาต่อเนื่องหลายปี ไม่ได้เพิ่งมาพูดเมื่อวันก่อนนี้เพราะจะเลือกตั้ง เคยพูดคุยกับผู้บริหารทุกระดับ มี digital footprint ทั้งหมดที่ย้อนกลับไปได้ น่าเสียดายที่ปัญหานี้ก็ไม่ได้รับการใส่ใจจาก กทม.ในช่วงก่อนหน้านี้ ทั้งที่มีผู้ได้รับผลกระทบจากกลิ่นขยะจำนวนมาก ยืนยันครับว่ายังไงผมก็ต้องเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป

นายณัฐพงศ์ ระบุว่า ศูนย์อ่อนนุชมีพื้นที่มากกว่า 500 ไร่ เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ครับ ด้านในเป็นพื้นที่ของ กทม.ทั้งหมด และ กทม.เป็นผู้ที่มีอำนาจเต็มในการจัดการในฐานะเป็นผู้ว่าจ้างเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับ กทม.ทั้งหมด จึงเป็นประเด็นที่ กทม.ไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบนี้ได้ เพราะไม่มีข้อจำกัดในด้านอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเหมือนปัญหาอื่นๆ เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและมีประชาชนเดือดร้อนจากเรื่องนี้ได้ครับ

ในพื้นที่กว่า 500 ไร่นั้น พรรคประชาชนได้ลงพื้นที่ในทุกโรงที่อาจก่อปํญหานี้เกือบสิบโรง เราได้ข้อสรุปร่วมกับ กทม.ว่า กลิ่นส่วนใหญ่น่าจะมาจาก 2 โรง ที่มีการหมักขยะเป็นเวลานาน ความเห็นนี้มีความแตกต่างกันตรงที่ กทม.จะปล่อยให้หมดสัญญาไปเอง แต่เราเรียกร้องให้ยกเลิกสัญญาทันที เพราะประชาชนไม่ต้องการรออีกเป็นปี เพราะหน้าฝนหน้าหนาวกลิ่นก็จะวนกลับมาใหม่

เราได้ศึกษาเอกสารต่างๆก็พบว่าไม่มีการกำหนดเงื่อนไขในการยกเลิกสัญญาเอาไว้ กรณีนี้จึงต้องเป็นการเจรจากันระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างเกี่ยวกับค่าชดเชยที่ผู้รับจ้างสมควรจะได้รับ ซึ่งสัญญาที่เหลืออีกปีนี้ค่าใช้จ่ายย่อมไม่ได้สูงและสามารถดำเนินการได้ แล้วขยะจะไปไหนต่อครับ? ตอนนี้กำลังจะเปิดเตาเผาใหม่ ซึ่งผู้แทน กทม.ก็บอกผมเองว่าเพียงพอที่จะรับขยะทั้งหมดทดแทนสองโรงนั้นได้ จึงถือว่าของเก่าหมดความจำเป็นไปแล้ว เป็นเหตุที่ผมบอกมาตลอดว่าอย่าลืมแก้ของเก่าด้วย

นายณัฐพงศ์ ระบุอีกว่า ส่วนเรื่องไม่มีแผน ได้ยื่นเรื่องถึงคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมของ สก.เนอร์ส และได้ประชุมร่วมกันตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.ก็ยอมรับในห้องประชุมเองว่าไม่มีแผนแม่บทระยะยาวใดๆ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนโยบายผู้บริหารและข้อเสนอของเอกชน และผู้บริหาร กทม.ก็ยอมรับเองในสภา กทม.ว่าไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้

นายณัฐพงศ์ ระบุด้วยว่า แล้วจะให้นั่งเฉยๆได้อย่างไรครับ ในเมื่อการสะท้อนปัญหาของประชาชนก็เป็นงานที่ผมต้องทำในฐานะ สส.เขต ส่วน สก.มีหน้าที่ตรวจสอบ กทม.อยู่แล้วครับ สก.ของเราถึงแม้จะไม่ได้มีในเขตนี้ ก็รับฝากเรื่องไปตามต่อให้อย่างเข้มข้น แต่เมื่อเสนอไปแล้ว ผู้บริหารไม่ตอบสนอง มันก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องชี้ให้เห็นว่า ปัญหานี้มีอยู่จริง และละเลยไม่ได้

"ทั้งหมดนี้ผมจึงบอกว่า "เสียดายเวลา" เพราะถ้าทำก่อนหน้านี้ ปัญหานี้คงดีขึ้นแล้ว เพราะมีอำนาจเต็มครับ ไม่ว่าจะทำในรูปแบบใดก็ตามไม่ใช่แค่ กทม. เราต้องมองมาตรฐานเดียวกันกับรัฐบาลระดับชาติ ทั้งรัฐบาลอนุทิน หรือรัฐบาลใดๆก่อนหน้านี้ หากยังมีข้อบกพร่องก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะชี้ให้เห็นปัญหา เพื่อให้เกิดการแก้ไขในที่สุดครับ สุดท้ายนี้ ผมขอน้อมรับและเคารพในทุกความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป แต่ผมขอยืนยันในความเดือดร้อนของประชาชนต่อปัญหานี้ว่าไม่ควรถูกละเลยด้วยเช่นเดียวกันครับ" นายณัฐพงศ์ ระบุ

นายณัฐพงศ์ ระบุทิ้งท้ายว่า ต้องขอเน้นย้ำว่าโพสต์ของผมพูดถึงการทำงานในประเด็นการแก้ปัญหาโรงขยะอ่อนนุชเท่านั้น และไม่มีการโจมตีที่ตัวบุคคลแต่อย่างใดครับ

ที่มา ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ - Nuttapong Premphunsawad