วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ย้อนรอย 2 ทศวรรษ ‘ครม.เงา’ จาก ‘พรรคฟ้า’ สู่ ‘เวอร์ชันส้ม’

โมเดล “ครม.เงา” จึงถูกปัดฝุ่นจาก “เวอร์ชันสีฟ้า” สู่ “เวอร์ชันสีส้ม”  โดยตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีเงา” เป็น “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้าน 

KEY POINTS

  • แนวคิด "ครม.เงา" ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งในรอบ 15 ปีโดยพรรคประชาชน ซึ่งถูกเรียกว่า "เวอร์ชันส้ม" เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
  • ในอดีต พรรคประชาธิปัตย์ ("พรรคฟ้า") เคยจัดตั้ง ครม.เงา มาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2551 เพื่อตรวจสอบรัฐบาลพรรคพลังประชาชน โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น "นายกฯ เงา"
  • ครั้งที่สอง พรรคประชาธิปัตย์จัดตั้ง ครม.เงา อีกครั้งในปี 2554 ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เพื่อตรวจสอบรัฐบาลพรรคเพื่อไทยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนจะสิ้นสุดลงหลังเหตุการณ์รัฐประหารปี 2557
  • ครม.เงา "เวอร์ชันส้ม" ของพรรคประชาชน มีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้าน เป็น "นายกรัฐมนตรีเงา"
  • การทำงานของ ครม.เงา พรรคประชาชนจะแบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ ความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการปฏิรูปรัฐ และกฎหมาย

ประเด็นการจัดตั้ง “ครม.เงา” หรือ “Shadow Cabinet” ถูกจุดกระแสทางการเมืองอีกครั้งในรอบ 15 ปี ผ่านเวทีเวทีประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 26 เม.ย.69 ที่ผ่านมา 

ตามโมเดลที่ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุ “ครม.เงาเวอร์ชันส้ม” จะแบ่งการทำงานออกเป็น 4 ด้าน คือ ความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการปฏิรูปรัฐ ปฏิรูปกฎหมายไปพร้อมกัน โดยจะเป็นการทำงานที่เชื่อมองคาพยพของพรรค

อย่างที่รู้กันว่า โมเดล “ครม.เงา” ที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยพรรคประชาชน ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในทางการเมือง หากย้อนกลับไปในอดีตได้มีการจัดตั้ง “ครม.เงา” ของพรรคฝ่ายค้าน เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลมาแล้วถึง 2 ครั้ง 

ครั้งแรก หลังการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค.2550 พรรคพลังประชาชน กวาด สส.เข้าสภาฯ 256 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 162 ที่นั่ง จากนั้นวันที่ 28 ม.ค.2551 ที่ประชุมสภาฯ มีมติ 233 ต่อ 164 เสียง เลือก “สมัคร สุนทรเวช” แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคพลังประชาชนเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 ของประเทศไทย 

ประชาธิปัตย์จึงต้องอยู่ในขั้วฝ่ายค้าน ต่อมาวันที่ 8 ก.พ.2551 ที่ประชุมพรรค ได้มีมติจัดตั้ง “ครม.เงา” เพื่อตรวจสอบรัฐบาลพรรคพลังประชาชน โดยมี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็น “นายกรัฐมนตรีเงา” 

ต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่รับช่วงต่อจาก “นายกฯ สมัคร” ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่ง จากกรณีจัดรายการชิมไปบ่นไป ซึ่งถือเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชน

กระทั่งต่อมา การเมืองเกิด “เกมพลิกขั้ว” หลังเหตุการณ์ยุบพรรคพลังประชาชน “พรรคประชาธิปัตย์” เปิดเกมหักดิบด้วยการจับมือกับ สส.“กลุ่มเพื่อนเนวิน” ที่แยกจากพรรคพลังประชาชน และอดีต สส.พรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งต่อมาทั้ง 2 กลุ่มย้ายมารวมกันในสังกัดพรรคภูมิใจไทย ก่อนเปิดเกมสภาฯ รวบรวมเสียง โหวตให้ “อภิสิทธิ์” เป็นนายกฯ คนที่ 27 เมื่อ 17 ธ.ค.2551  

ทว่า หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ชิงเกมจัดตั้งรัฐบาลได้ 2 ปีเศษ การเมืองได้วนลูป กลับมาสู่การจัดตั้ง “ครม.เงา” อีกครั้ง นำโดยประชาธิปัตย์ที่มี “อภิสิทธิ์” เป็นหัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้าน  

 การเลือกตั้งครั้งต่อมา 3 ก.ค.2554 พรรคเพื่อไทยที่แปรสภาพมาจากพรรคพลังประชาชน กวาด สส.เข้าสภาฯ 265 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ 159 ที่นั่ง ที่ประชุมสภาฯ วันที่ 5 ส.ค.2554 มีมติ 296 เสียง เห็นชอบให้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย เป็นนายกฯ คนที่ 28 ของประเทศไทย 

นำมาสู่มติที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ 6 ก.ย.2554 จัดตั้ง “ครม.เงา” เพื่อทำหน้าหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล โดยมี “อภิสิทธิ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน เป็น “นายกรัฐมนตรีเงา” รอบที่สอง กระทั่งเกิดวิกฤตการณ์การเมือง นำมาสู่เหตุการณ์รัฐประหาร 22 พ.ค.2557

ผ่านไป 15 ปี นับแต่การจัดตั้ง “ครม.เงา” ครั้งล่าสุดปี 2554 การเมืองวนลูปกลับมาที่พรรคประชาธิปัตย์ ที่มี “อภิสิทธิ์” เป็นหัวหน้าพรรค คัมแบ็กเป็นฝ่ายค้านอีกครั้ง แต่ต่างกันตรงที่รอบนี้ มี “พรรคประชาชน” เป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้าน แทนที่ประชาธิปัตย์ที่แปรสภาพเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน

โมเดล “ครม.เงา” จึงถูกปัดฝุ่นจาก “เวอร์ชันสีฟ้า” สู่ “เวอร์ชันสีส้ม”  โดยตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีเงา” เป็น “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้าน 

ย่อมต้องจับตาเกมรุกฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชนในฐานะพรรคแกนนำ ที่เวลานี้กำลังเผชิญวิบากการเมือง จากนิติสงครามที่กำลังรุกคืบ จะมีไม้เด็ด เขย่าความเชื่อมั่น “รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย” ที่คุมทุกอำนาจเบ็ดเสร็จได้หรือไม่อย่างไร

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์