วันพุธ ที่ 29 เมษายน 2569

Login
Login

'เดชรัต' ซัดปมไลฟ์ขายทุเรียนผิดจังหวะ เหตุพรีเมียมขายจีนได้

'เดชรัต' ซัดปมไลฟ์ขายทุเรียนผิดจังหวะ เหตุพรีเมียมขายจีนได้

'เดชรัต' ซัดปมไลฟ์ 'ขายทุเรียน' ผิดจังหวะ เหตุตลาดยังไปต่อ ส่งพรีเมียมขายจีนได้ สอนมวยควรปั้น 'ตลาดคุณภาพ' ต่อ ส่วนเกรดรอง ควรส่งเสริมหลัง พ.ค.

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา ภายหลังพรรคประชาชน (ปชน.) เปิดตัว "ครม.เงา" นายเดชรัต สุขกำเนิด ที่ปรึกษาพรรคประชาชน กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือชาวสวนทุเรียน ด้วยการไลฟ์ขายนั้น ว่ากระทรวงพาณิชย์น่าจะมีความตั้งใจที่ดี แต่อาจเข้าใจ และดูสถานการณ์ทุเรียนคลาดเคลื่อนไป โดยกระทรวงพาณิชย์พยายามเน้นว่าปีนี้ผลผลิตจะออกมาเยอะกว่าทุกปี จึงจัดให้รีบขาย แต่ถ้าดูราคาการส่งออกจะพบว่าทุเรียนคุณภาพดีที่ส่งไปยังตลาดหลักๆ เช่นประเทศจีนยังไปได้ดี พูดง่ายๆ คือผลผลิตอาจจะเยอะจริง แต่ตลาดยังเดินได้ ซึ่งในภาวะที่ตลาดเดินได้นั้นสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือส่งเสริมตลาดคุณภาพดีให้ขายต่อเนื่องต่อไปอีกอย่างน้อยสักครึ่งเดือน หรือหากได้ 1 เดือน เกษตรกรก็จะได้ราคาดีต่อเนื่อง ส่วนราคาขายทุเรียนเกรดรองลงมาควรเร่งหลังช่วงเดือนพ.ค.ซึ่งผลผลิตจะออกมาเยอะ แต่ปรากฏว่าในช่วงต้นเกิดความสับสนว่าจะขายทุเรียนลูกละร้อยเป็นทุเรียนเกรดไหน จึงทำให้เกิดความเป็นห่วงของชาวสวน และคนที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานว่า จะเป็นการส่งสัญญาณให้ราคาตลาดลดลงหรือไม่ สรุปก็คือ ผิดจังหวะและสื่อสารไม่ชัดเจน พบว่าที่นำมาขายคือทุเรียนเกรดร้อง และไม่ใช่ 1 ล้านลูก 

เมื่อถามว่ามองว่าสิ่งที่เกิดขึ้น กระทบ หรือกวนกับราคาตลาดทุเรียนหรือไม่ นายเดชรัต กล่าวว่า คิดว่ายังไม่กวนเพราะเกิดกระแสท้วงติงเร็ว ทำให้สุดท้ายกระทรวงพาณิชย์ต้องมาชี้แจงว่าไม่ใช่ ไม่เกี่ยว จึงเป็นการยุติความเสี่ยงผลกระทบต่อราคาทุเรียนได้ ย้ำว่าเรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดจากทุเรียน แต่เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดจากปาล์มน้ำมันด้วย เพราะจีนส่งสัญญาณว่าห้ามส่งออกไป แต่จริงๆ ไม่ได้ห้าม คือให้ส่งออกได้ภายใต้ปริมาณที่อนุญาต อีกทั้งปริมาณส่งออกก็ยังน้อยกว่าปริมาณที่อนุญาต แต่กลาบเป็นว่าส่งสัญญาณคลาดเคลื่อน ราคาปาล์มน้ำมันจึงลดลง 2 บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจะเป็นบทเรียนเรื่องการสื่อสารให้มีความแม่นยำ อย่าให้กระทบราคาที่เกษตรกรจะได้รับ

  • ขอ ครม.หยิบ พ.ร.บ.อากาศสะอาด-พ.ร.บ.PRTR พิจารณาก่อนครบเวลา 12 พ.ค.นี้

นายเดชรัต กล่าวถึงประเด็นเรื่องลมหายใจ ในการแถลงข่าว "ครม.เงา" ว่า ปีนี้เป็นปีที่ค่า PM 2.5 รุนแรงมาก เมื่อเปรียบเทียบในระยะ 5 ปี เป็นปีที่มีความรุนแรงมากที่สุด และมีหลายพื้นที่ๆอยู่ในค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของ PM 2.5 ในระดับสีแดงเกือบทั้งเดือน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าความสามารถในการบริหารจัดการของรัฐบาลไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา

สิ่งที่เราผลักดันกันมาตั้งแต่ภาคประชาชน พรรคการเมืองต่างๆ พรรคก้าวไกลในอดีต จนถึงพรรคประชาชนในปัจจุบันคือเรื่องพระราชบัญญัติอากาศสะอาด และ พระราชบัญญัติ PRTR ที่จะมาช่วยดูแลเรื่องของการจัดการฝุ่น PM 2.5 และการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมลพิษ การเกิดอุบัติภัยและสารเคมี ที่สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่านมาสามารถผลักดันพระราชบัญญัติอากาศสะอาดไปจนถึงการพิจารณาของวุฒิสภา และ พระราชบัญญัติ PRTR ที่ผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการรอการพิจารณาในชั้นสภาผู้แทนราษฎร 

นายเดชรัต กล่าวอีกว่า ทั้ง 2 พ.ร.บ.นี้จะไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ หากคณะรัฐมนตรีไม่ยืนยันภายในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ หากนับจากวันนี้เหลือเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น พรรคประชาชนจึงจะติดตามอย่างใกล้ชิดว่ามีแรงกดดันจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ที่ทำให้กฎหมายภาคประชาชนผลักดันไม่สามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้ หากมีแรงกดดันที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน พรรคประชาชนพร้อมต่อสู้เรียกร้องให้ทั้ง 2 พ.ร.บ.นี้ กลับมาเดินหน้าต่อให้ทันในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่

นายเดชรัต กล่าวด้วยว่า พ.ร.บ.อากาศสะอาด ไม่ใช่สิ่งเดียวจะทำให้อากาศดีขึ้น พรรคประชาชนยังจะติดตามมาตรการอื่นๆทั้งการประกาศเขตควบคุมมลพิษในภาคเหนือตอนบน มาตรการจำกัดการนำเข้าสินค้าที่มาจากการเผา รวมถึงเรื่องของการแก้ไขปัญหาไฟป่า 

“ตัวหลักการพื้นฐาน ตัวที่จะให้อำนาจรัฐในการจัดการเรื่องนี้ให้ดีขึ้นคือตัวร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด และ ร่าง พ.ร.บ.PRTR เราเรียกร้องให้รัฐบาลตัดสินใจเรื่องนี้ให้ทันเวลา และเวลาที่ว่านั้นเหลืออีกแค่ 2 สัปดาห์” นายเดชรัต กล่าว