วันพุธ ที่ 29 เมษายน 2569

Login
Login

'ไหม' สวมบท รมต.เงาซัดรัฐบาลเลิกแจกสุ่ม ฟันธง มิ.ย.กู้มาแจกอีก

'ไหม' สวมบท รมต.เงาซัดรัฐบาลเลิกแจกสุ่ม ฟันธง มิ.ย.กู้มาแจกอีก

'ศิริกัญญา' ประเดิมบทบาท 'รมต.เงา' ชำแหละมาตรช่วย ปชช. ชี้งบน้อย-ช้า จี้รัฐบาลเลิกแจกสุ่ม 'ไทยช่วยไทยพลัส' เตือนงบกลางเหลือไม่ถึง 2 หมื่นล. ฟันธง มิ.ย.กู้มาแจกแน่

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา ภายหลังพรรคประชาชน (ปชน.) เปิดตัว "ครม.เงา" น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวผลการประชุม ครม.เงา ในมาตรการช่วยเหลือการเยียวยาผลกระทบจากพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตร ประมง และขนส่ง ว่า ใน ครม.นัดพิเศษได้มีการอนุมัติงบประมาณในส่วนนี้ค่อนข้างน้อย เพียงแค่ 3,000 ล้านบาท และพบปัญหาว่าล่าช้า น้อย และไม่ได้สัดส่วน รวมถึงตกหล่นอยู่มาก ซึ่งปัญหาของมาตรการช่วยเหลือที่มีอยู่ตอนนี้คือมาตรการช่วยเหลือค่าขนส่ง ที่เมื่อคำนวณออกมาแล้ว อุดหนุนตกน้ำมันลิตรละ 2 บาท จากการรับฟังความคิดเห็นภาคขนส่ง พบว่ามีปัญหาการลงทะเบียนที่ยุ่งยาก ซ้ำซ้อน และมีรถสาธารณะบางประเภทตกหล่น ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าจะมีความช่วยเหลือน้อยนิดมาก แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ก็ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาเรื่องการตกหล่น ไม่ใช่เฉพาะแค่ภาคการขนส่ง แต่ยังมีเกษตรกรและชาวประมงที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจนถึงตอนนี้ 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลจะออกมาตรการต่อไป กลับกลายเป็นการเยียวยาแบบใหม่ที่เรียกว่าไทยช่วยไทยพลัส แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือคนละครึ่งที่ไม่ใช่คนละครึ่งจริงๆแล้ว แต่เป็น 60:40 และอีกส่วนคือเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิมเติมเดือนละ 100 บาท เป็น 1,000 บาท ถือว่าได้สัดส่วนมากขึ้น แต่ในส่วนของคนละครึ่งนั้น เป็นการเยียวยาแบบสุ่ม คือใครมาก่อนได้ก่อน หรือใครลงทะเบียนได้ก็จะได้รับความช่วยเหลือนั้นไป เท่ากับว่าคนที่สมควรที่จะได้รับการเยียวยา หากลงทะเบียนไม่ทันหรือไม่ได้ ก็จะหมดสิทธิ์และไม่ได้โอกาสที่จะได้รับความช่วยเหลือ

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ถ้าอยากมุ่งเป้าจริง ไม่ควรใช้วิธีแจกแบบสุ่ม ควรแจกไปที่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการช่วยเหลือไปเลย และเรายังคงคิดว่ามาตรการสำคัญที่ช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุดกว่านี้คือการลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งไม่ได้เรียกร้องว่าต้องลดหมดเลย แต่อาจจะปรับลดลงมา 1-2 บาท ก็น่าจะช่วยเหลือในภาพกว้างได้ ซึ่งมาตรการลักษณะนี้ได้รับความนิยมในหลายประเทศที่ใช้ช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤติ เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าหรือต้นทุนต่างๆเพิ่มขึ้นสูงเร็วเกินไป และจะเป็นภาระกับผู้บริโภค

ส่วนเรื่องเม็ดเงินที่ต้องใช้สวัสดิการแบบสุ่มแบบนี้ต้องใช้สูงถึง 136,000 ล้านบาท ก่อนหน้านี้มีการช่วยเหลือแบบกระปริบกระปรอยอยู่เลย รัฐบาลน่าจะมีเงินก๊อกใหม่ที่เตรียมใช้เรียบร้อยแล้ว บนหน้าตักที่มีอยู่ตอนนี้ เฉพาะงบกลางเงินสำรองเหลืออยู่ไม่ถึง 20,000 ล้านบาท ถึงจะใช้ก๊อกสองเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน 50,000 ล้านบาท คงทำโครงการนี้ได้แค่เดือนเดียว ดังนั้น ไม่เกินเดือน มิ.ย. ถึง ก.ค. มีการกู้เงินแน่นอน และกู้เงินมาแจกแบบที่เกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้น ถือเป็นข้อสังเกตที่คิดว่าน่าจะเกิดขึ้น เพราะแหลงเงินอื่นน่าจะยังมาไม่ทัน ทั้งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบ น่าจะต้องใช้ระยะเวลาไปถึงปลายเดือน ก.ค. รวมถึงงบประมาณปี 2570 ก้อนใหม่ที่จะใช้ได้เดือน ต.ค. นอกจากนี้ เราจะติดตามมาตรการด้านการเงินที่รัฐบาลจะออกมา ว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน จะมาเมื่อไหร่ อย่างไร 

  • เตือนผลตอบแทนแลนด์บริดจ์ต่ำ ไร้คนลงทุน หวั่นซ้ำรอยรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า เราเจอข้อค้นพบที่น่าสนใจจากการประเมินความคุ้มค่าของโครงการโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จำนวน 2 จุด ได้แก่ จุดแรกคือ ความคุ้มค่าทั้งโครงการ  อัตราผลตอบแทนอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ประมาณ 8% ส่วนมูลค่าปัจจุบันสุทธิก็เป็นบวก อีกจุดคือการประเมินความคุ้มค่าสำหรับภาคเอกชนพบว่า ผลตอบแทนตกลงมาเหลืออยู่ที่ 5% ต่ำในระดับที่ไม่มีเอกชนรายใดต้องการที่จะมาลงทุน ทั้งยังมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิติดลบ  

กรณีดังกล่าวถือว่าเลวร้ายที่สุด เอกชนต้องลงทุนเองทั้งหมด 100% โครงการนี้จึงไม่น่าจูงใจให้มีเอกชนรายใดเข้ามาลงทุน ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะเดินโครงการนี้อย่างไร จะมีการปรับเปลี่ยนการร่วมลงทุนหรือไม่  หากยืนยันว่าเอกชนต้องลงทุน 100% เราเกิดความกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยโครงการสัมปทานก่อนหน้านี้ที่ประมูลไปก่อนแล้วแก้สัญญาทีหลัง เช่น โครงการรถไฟฟ้าเชื่อมสามสนามบิน และโครงการประมูล Duty Free ของการท่าอากาศยาน จึงสุ่มเสี่ยงกับความไม่เป็นธรรมของผู้เข้าร่วมประมูลในล็อตแรก ทำให้เกิดการเอื้อประโยชน์กับเอกชนในภายหลัง 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า ยังไม่นับรวมผลกระทบในภาคอื่น ๆ เช่น ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในหมู่เกาะพยามและหมู่เกาะสุรินทร์ รวมถึงเกษตรกรและภาคประมงที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน จึงขอส่งคำถามไปยังรัฐบาลว่าจะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่เอกชนไม่น่าจะมีใครมาลงทุนหรือไม่