เหตุผลประการหนึ่งของกัมพูชา ในการตัดสินใจให้สัตยาบัน อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2569 แม้จะเป็นสมาชิกรัฐภาคีมาตั้งแต่ปี 2526 ก็เพื่อรักษาสิทธิ์และอ้างสิทธิ์
ภายหลังสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) มีมติยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือ MOU44 (เอ็มโอยู 2544) กลับไปใช้ UNCLOS
จากนี้ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่ถูกต้อง เช่น แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบร่วมถึงรัฐภาคี และนำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาเป็นลำดับต่อไป
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรรู้ กฎหมาย UNCLOS ไม่ได้มีไว้เพื่อแก้ไขปัญหาพิพาทเรื่องเขตแดน เพียงแต่ให้อํานาจในการประกาศรัฐชายฝั่ง ภายใต้กรอบ กติกา และกฎระเบียบเดียวกัน
ทั้งนี้ หากมองข้ามช็อตไปที่ขั้นตอนการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนับต่อจากนี้ ภายใต้กฎหมาย UNCLOS สามารถดำเนินการในส่วนของทางทะเลได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้มีการจัดทำเขตแดนทางบกเสร็จสิ้นเหมือนเช่นที่ผ่านมา
เพราะกฎหมาย UNCLOS ไม่ได้ยึดโยงกับเขตแดนทางบก เหมือนเช่น เอ็มโอยู 44 ที่ต้องรอให้การจัดทำเขตแดนทางบกตาม เอ็มโอยู 43 เสร็จเรียบร้อยก่อน คือลากเส้นมายังหลักเขต 73 บ้านหาดเล็ก จ.ตราด แล้วค่อยมาดำเนินการทางทะเล
ภายใต้กฎหมาย UNCLOS จากนี้ไป กัมพูชาไม่สามารถจะขีดเส้นทางทะเลได้ตามใจชอบเหมือนเช่นที่ผ่านมา ก็จะตัดปัญหาเรื่องเกาะกูด จ.ตราด ของไทยไปโดยปริยาย เพราะการดำเนินการทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์กฎหมายนี้
ทว่าปัญหามาอยู่ในขั้นตอนของการปักหมุดแรกของแต่ละฝ่าย หรือเส้นฐาน คือเส้นสมมติที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นวัดความกว้างของทะเลอาณาเขต เขตต่อเนื่อง เขตเศรษฐกิจจำเพาะ ไหล่ทวีป
แบ่งเป็น เส้นฐานปกติ คือแนวระดับน้ำลงต่ำสุดตลอดชายฝั่ง และ เส้นฐานตรง ลากเชื่อมจุดยอดสุดของชายฝั่งหรือเกาะ ใช้อ้างอิงตามแนวชายฝั่ง เกาะ ดินงอก หรือโครงสร้างชายฝั่งที่ยื่นออกไป เพื่อเป็นกรอบอ้างอิงในการขีดเส้น 12 ไมล์ทะเลเป็นรัฐชายฝั่ง(ทะเลอาณาเขต)
ดังนั้นจะมีประเด็น “เขื่อนดักตะกอน” ซึ่งก่อให้เกิดดินงอกในกัมพูชา จะนํามาอ้างได้ว่า เอาจุดที่เป็นดินงอก มาปักหมุดแรก โดยไม่สนใจที่มาเป็นการก่อสร้างหรือธรรมชาติ คือที่มาของการสร้างเขื่อนดักตะกอน เพื่อให้ได้ประโยชน์จากแผ่นดินงอก กัมพูชามองการไกล หากอนาคตมีการเปลี่ยนเครื่องมือจาก MOU44 มาเป็นกฎหมาย UNCLOS
โดยก่อนหน้านี้ น.ท.คุณวุฒิ รุ่งรัศมี ผู้บังคับหน่วยนาวิกโยธิน 182 (ผบ.นย.182 ) รับผิดชอบพื้นที่หลักเขต 73 บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เคยระบุปัญหา เรื่องเขื่อนดักตะกอนกัมพูชาสร้างขึ้นปี 2540 แม้ไทยทำหนังสือประท้วงมาโดยตลอด เพราะรุกล้ำอธิปไตย มีการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ
โดยเหตุเขื่อนดังกล่าวขวางตะกอนไม่ให้ไหลลงมาบ้านหาดเล็กของไทย ทำให้ พื้นที่หายประมาณ 3,000 ตารางเมตร ในขณะเดียวกัน รีสอร์ต กาสิโน เกาะกง กัมพูชา กลับมีพื้นที่เพิ่มประมาณ 30,000 ตารางเมตร
แม้ในห้วงการปะทะที่ผ่านมา กัมพูชาได้รื้อถอนเขื่อนดังกล่าว แต่ไม่ได้ขุดถึงฐานราก เพราะกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือได้ให้ข้อมูลว่า ถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนระบบนิเวศ ต้องขุดลงไปจากแนวสันเขื่อนเดิมลึก 3 เมตร จนถึงฐานล่าง เพื่อให้ตะกอนไหลกลับเข้าสู่ประเทศไทย โดยมีความยาว 240 เมตร แต่กัมพูชาขุดรื้อ 120 เมตร ไม่ถึงฐานล่าง ขณะนี้รอเจรจาว่าจะดำเนินการอย่างไรกับส่วนที่เหลืออยู่
มีรายงานข่าวว่า ในห้วงการปะทะระหว่าง ไทย-กัมพูชา นักธุรกิจในเกาะกงได้สั่งให้รื้อเขื่อนดักตะกอน ตามข้อเรียกร้องฝ่ายไทย แต่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เนื่องจาก ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ทราบข่าว และได้เรียก ผบ.ทหารภูมิภาคที่ 3 กัมพูชา ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ไปตำหนิ การรื้อถอนจึงหยุดชะงักลง
แหล่งข่าวกองทัพเรือ ระบุว่า ต่อจากนี้กัมพูชาจะมาขีดเส้นตามอําเภอใจไม่ได้เพราะต้องยึด กฎหมายฉบับนี้เช่นเดียวกันกับไทย แต่ก็ยังมีคำว่า แต่ว่าจะเอาเขตแดนทางบกตรงไหน เป็นจุดเริ่มในการขีดเส้น
“เขื่อนดักตะกอน ต้องเอาออกไปถึงฐานราก ตอนนี้ได้แค่ไหน เอาเท่านั้นก่อน แต่เมื่อเป็นเรื่องเขตแดน ก่อนที่จะมีการปักหมุดแรกลงไป เอาอะไรมาเป็นจุดเริ่มต้น การที่จะขีดเส้นออกมาจากทะเล 12 ไมล์ทะเลอาณาเขต กัมพูชาต้องเคลียร์ในสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ใช่ธรรมชาติให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วค่อยมาพูดคุยว่าจะเอาจุดไหนมาเริ่มต้นในการลากเส้นนับหนึ่ง” แหล่งข่าวกองทัพเรือ ระบุ
จากนี้ไปต้องรอวัดฝีมือ “สีหศักดิ์” ในการเดินหน้าเจรจาโดยใช้ความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ ความเข้มแข็งทางทหาร การเมืองระหว่างประเทศ กดดันเพื่อให้กัมพูชายอมรับตามกติกาสากล
แน่นอนว่า แม้กัมพูชากลับมาใช้กฎหมาย UNCLOS แต่ไทยคงไม่หลุดพ้นข้อกล่าวหาของกัมพูชา ชาติใหญ่เอาเปรียบชาติเล็กไปได้ง่ายๆเพื่อหวังผลในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ
ดังนั้น สิ่งที่ฝ่ายไทยก็ต้องยึดถือขั้นตอนการปฏิบัติต่อจากนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ กติกา กฎหมาย UNCLOS โดยใช้ทั้งนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ คือ ทําตามข้อกฎหมายควบคู่ยื่นมือช่วยเหลือกัมพูชา ให้องค์ความรู้ในเรื่องแผนที่ทางทะเล เพื่อก้าวพ้นข้อครหาชาติใหญ่เอาเปรียบชาติเล็ก


