"ทวี" โพสต์เฟซบุ๊ค ห่วงรัฐบาล กู้เงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่อใช้ผิดทาง เพิ่มภาระหนี้-ทิ้งมรดกบาปให้ลูกหลาน พร้อมแนะให้ปรับกู้เพื่อลงทุน-กระจายงบสู่ท้องถิ่น
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ระบุต่อประเด็นที่รัฐบาลมีแนวคิดกู้เงินเพื่อใช้ในโครงการและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า หนี้สาธารณะที่เกิดจากการกู้ของรัฐหากใช้ผิดที่ผิดทาง ไม่ใช่เป็นเครื่องมือฟื้นเศรษฐกิจ จะกลายเป็นยาพิษ และมรดกบาปให้ลูกหลานรับเคราะห์ ทั้งนี้ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนทางการคลังที่สำคัญ หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่คำถามสำคัญคือ เงินกู้มหาศาลนั้นทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นจริงหรือไม่ ทั้งนี้มีประเด็นต้องพิจารณาคือ ปี 2558–2562 เฉลี่ยหนี้เพิ่มเพียง 2.5 แสนล้านบาทต่อปี ขณะที่จีดีพี โต 6 แสนล้านบาทต่อปี เท่ากับว่าเศรษฐกิจโตกว่าหนี้ แต่ในปี 2563-2565 เฉลี่ยหนี้เพิ่ม 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี ขณะที่จีดีพี ติดลบ 2 แสนล้านบาท ขณะที่ ปี 2566–2569 เฉลี่ยหนี้เพิ่ม 8 แสนล้านบาทต่อปี แต่จีดีพีโตเพียง 4 แสนล้านบาทต่อปี เท่ากับหนี้มากกว่าเศรษฐกิจ ภาวะของประเทศไทยกำลังกู้เงินเร็วกว่าความสามารถในการสร้างรายได้จริงอย่างต่อเนื่อง จากการกู้เพื่อสร้างอนาคต เป็นกู้เพื่อประคองปัจจุบัน” คือการเปลี่ยนจากการลงทุน เป็นการพยุงระบบ
พ.ต.อ.ทวี ระบุต่อว่าในงบประมาณปี 2569 ทำให้ประเทศต้องจ่ายดอกเบี้ย 2.5 – 2.8 แสนล้านบาทต่อปี หรือเดือนละกว่า 21,000 ล้านบาท เงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่การลงทุน แต่เป็นภาระที่ลูกหลานต้องจ่ายแทน ถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่คือได้รับงบลงทุนแต่ไม่ดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามกำหนด หรือปล่อยให้งบค้างท่อ นอกจากไม่สร้างจีดีพีแล้ว ยังผลักภาระให้ประชาชนต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มหนี้เป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะจากการขาดความรับผิดชอบของหน่วยรับงบประมาณ ที่ไม่ควรจะซ้ำเติมความทุกข์ของประชาชนอีก
"ความไม่โปร่งใสและความเหลื่อมล้ำการจัดสรรงบประมาณของไทย พบว่าคนกรุงเทพฯ 8% ได้งบ 74% ขณะที่คนภูมิภาค 92% ได้งบ 26% โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรปกครองท้องถิ่นได้เพียง 7–8% ขณะที่งบประมาณราว 80% เป็นรายจ่ายประจำ เงินกู้จำนวนมหาศาลไม่ได้ไหลไปสู่เศรษฐกิจฐานราก โดยประเทศไทยขณะนี้กำลังเผชิญ 3 วิกฤติ คือ กู้เร็วกว่าเศรษฐกิจโต ใช้เงินไม่สร้างการเติบโต และกระจายทรัพยากรไม่เป็นธรรม" พ.ต.อ.ทวี ระบุ
หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุตอนท้ายด้วยว่าปัญหาไม่ใช่กู้มากเกินไป แต่คือกู้ผิดที่ใช้ผิดทาง ถ้าไม่แก้ที่โครงสร้างการจัดสรร ต่อให้กู้มาอีกกี่ล้านล้านบาท เท่ากับซื้อเวลาในราคาที่แพงมหาศาล และทิ้งบิลค่าใช้จ่ายไว้ให้คนรุ่นลูกหลานที่แทบจะไม่มีส่วนได้เห็นเงินก้อนนี้เลย ดังนั้นต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่กู้เพื่อลงทุนจริง กระจายงบสู่ท้องถิ่น ลดรายจ่ายประจำ เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ทำให้เศรษฐกิจโตเร็วกว่าดอกเบี้ย ทั้งนี้การเงินใช้กู้มีดอกเบี้ยผิดที่ผิดทาง ที่เป็นความไม่เป็นธรรมที่ฝังรากลึกมายาวนานต้องเร่งแก้ไขด่วน อย่าปล่อยให้ทำร้ายอนาคตของลูกหลาน และทิ้งมรดกหนี้ให้พวกเขารับเคราะห์เป็นมรดกบาปที่ไม่ได้ก่ออีก


