"สส.ปชน." มั่นใจ พรรคร่วมฝ่ายค้าน หนุนเข้าชื่อ 140 คน ส่ง ศาลฎีกา ตั้งกก.สอบ "ป.ป.ช." ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จี้ "โสภณ" วางเกณฑ์ให้ชัด อย่าปัดตก
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการรวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภา ตามมาตรา 236 เพื่อใหเศาลฎีกาให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ว่า ขณะนี้ทางฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาชนได้เริ่มยกคำร้องแล้ว สำหรับการเข้าชื่อมี 2 ช่องทางคือ เข้าชื่อผ่านสมาชิกรัฐสภา ต้องใช้ 140 เสียง โดยสส. ของพรรคประชาชนมี 119 คน ดังนั้นจะหารายชื่อเพิ่ม จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยที่จะหารือในห้องประชุมพรรครวมฝ่ายค้านวันนี้ (28 เม.ย.) และคาดว่าน่าจะมีพรรครวมฝ่ายค้านอื่นที่จะร่วมเข้าชื่อเพียงพอ จนถึง 140 ชื่อ ทั้งนี้ตนได้ประสานมาบ้างแล้ว และมีบางพรรคจะนำข้อมูลเหตุผลไปประชุมพรรคในช่วงบ่าย
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่านอกจากนั้นจะหารือกับสว.ที่สนใจเข้าร่วมลงชื่อด้วย เบื้องต้นมีสว. ที่แสดงความประสงค์ประมาณ 10 คน และมีอีกช่องทางที่สามารถเข้าชื่อได้ คือภาคประชาชนที่ต้องใช้ 20,000 รายชื่อ จึงอยากเชิญชวนประชาชน ที่เห็นว่ามติของป.ป.ช. เข้าข่ายการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สามารถเข้าชื่อเสนอได้
นายพริษฐ์ กล่าว่า เชื่อว่าหากมีการเข้าชื่อทั้ง 2 ทางคู่ขนานกันจะคลายข้อกังวลที่บางคนมีคิดว่าเมื่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ได้รับเรื่องแล้วจะใช้ดุลพินิจในการปัดตกเรื่องร้องเรียนไปยังศาลฎีกา เหมือนกรณีที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาฯ ทำไปก่อนที่จะมีการยุบสภา 120 วัน กรณีกรรมการป.ป.ช.หรือไม่
"เรื่องนี้ไม่ควรขึ้นอยู่กับการคุยนอกรอบ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญสมาชิกรัฐสภาไม่สามารถส่งเรื่องตรงไปยังศาลฎีกาได้ ซึ่งต้องผ่านประธานสภาฯ และประธานสภาฯ ต้องใช้ดุลพินิจว่าจะส่งหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมานายวันมูหะมัดนอร์ เคยปัดตกเรื่องร้องเรียนกรรมการป.ป.ช. ในคดีนาฬิกาเพื่อนของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ ก่อนการยุบสภา และดุลยพินิจอีกส่วนหนึ่งที่เป็นกังวลใจเช่นกันคือเรื่องกรอบเวลา เพราะในกรณีของนายวันมูหะมัดนอร์ ใช้เวลาในการพิจารณาถึง 10 เดือน สุดท้ายก็ปัดตก" นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวว่า จึงอยากเรียกร้อง ให้นายให้ความชัดเจนว่าจะมีหลักเกณฑ์การพิจารณาการเข้าชื่อทั้ง 2 ระบบอย่างไร เช่น การตัดสินใจว่าจะทำบนพื้นฐาน ว่าคดีนั้นเกี่ยวข้องกับนักการเมืองพรรคใด หรือชัดเจนว่าจะใช้กรอบเวลาในการพิจารณาไม่เกินกี่วัน กี่เดือน เพื่อคลายข้อกังวลกับประชาชน
นายพริษฐ์ กล่าาวต่อว่า ขณะนี้พรรคประชาชนได้ทำเรื่องคู่ขนานกันอยู่คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 236 โดยการตัดดุลยพินิจของประธานออก เพื่อตัดอำนาจประธานสภาฯ ปัดตกข้อร้องเรียนและเรื่องจะไปถึงศาล ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องอยู่ในอำนาจของนายโสภณเช่นกัน เพราะได้ยื่นร่างฉบับดังกล่าวไปตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเราพร้อมที่จะพิจารณาทันทีที่ประธานสภาฯ บรรจุระเบียบประชุม และนัดประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อผ่านวาระ 1 ไปได้ก็เชื่อ ใช้เวลาไม่นานในการ 3 วาระ ดังนั้น จึงอยากฝากคำถามไปยังประธานสภาฯ 2 ข้อ คือ 1. ใช้เกณฑ์อะไร ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่อกรรมการป.ป.ช. ตามมาตรา 236 จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างไร ว่าจะพิจารณาโดยหลักการและเหตุผลโดยไม่ได้ยึดติดว่าคดีนั้นเป็นของพรรคการเมืองท่านหรือไม่ และ 2. จะเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อไหร่ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและระเบียบวาระอื่นๆที่ขณะนี้พร้อมพิจารณาแล้ว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่าสำหรับการหารือพรรคร่วมฝ่ายค้านวันนี้ เกี่ยวกับการยืนยันร่างกฎหมายที่ค้างจากสภาฯ ชุดก่อนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งตามกรอบเวลาต้องยืนยันก่อนวันที่ 12 พ.ค. นี้ เช่น ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ร่าง พ.ร.บ.PRTR พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฯลฯ ที่ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากรัฐบาล ซึ่งหากโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านมาแล้ว และตั้งวิปฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ จะมีการเชิญตัวแทนรัฐบาลมาชี้แจงในประเด็นนี้ ก่อนที่จะถึงเดดไลน์ตามกรอบกฎหมาย


