สถานการณ์ทำท่าจะบานปลาย หลังจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรณียื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ในส่วนของหุ้นหจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น นั่นเท่ากับว่า นักการเมืองใหญ่บุรีรัมย์หลุดรอดความผิดไปแบบค้านสายตาประชาชน
ป.ป.ช. กลายเป็นองค์กรอิสระตำบลกระสุนตกทันที เมื่อตัดสินฉีกไปจากแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ชี้ว่าศักดิ์สยาม มีพฤติกรรมซุกหุ้นจนหลุดเก้าอี้รัฐมนตรี แม้จะยังมีประเด็นพิจารณาเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมคาอยู่ก็ตาม
คำตอบสุดท้ายเรื่องจริยธรรมของศักดิ์สยาม จะเป็นอื่นไปได้อย่างไร เมื่อ ป.ป.ช.วางแนวทางการทำงานของตัวเองไว้แล้ว โดยอ้างข้อเท็จจริงที่พิจารณาว่าเป็นคนละประเด็นกับที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยซุกหุ้น
จึงคาดว่า ป.ป.ช.จะยึดแนวทางพิจารณาจริยธรรมตามมติที่ยกคำร้อง คงไม่ใช้ชุดคำตัดสินซุกหุ้นของศาลฯ มาเป็นตัวตั้งค่อนข้างแน่ ดังนั้น ถ้าดันไปชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรง ก็ยิ่งสร้างความสับสนถึงมาตรฐานของ ป.ป.ช.เข้าไปอีก คำตอบก็พอจะเห็นแนวโน้มกันอยู่
ป.ป.ช.ยุคนี้มาไกลเกินหวนกลับไปแก้ไขสิ่งต่างๆ ด้วยมาตรฐานที่วางไว้กำลังเป็นกับดักให้ตัวเองหรือไม่ สังคมต่างจับจ้องหวาดระแวง เต็มไปด้วยข้อครหา และทำท่าลุกลามเป็นความขัดแย้งระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับองค์กรอิสระ
พรรคประชาชน ที่ต้องยอมรับว่ามีส่วนได้ส่วนเสียจากคำตัดสินของ ป.ป.ช. กรณี 44 สส.ก้าวไกลถูกชี้มูลความผิดจริยธรรม จากพฤติกรรมเข้าชื่อเสนอแก้ไข ม.112 ซึ่งเป็นดาบ 2 ต่อเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าเป็นการใช้เสรีภาพล้มล้างการปกครอง แต่ของศักดิ์สยาม กลับฉลุย
ฝ่ายค้านสีส้มจึงอยู่เฉยไม่ได้ กำลังเดินหน้าล่ารายชื่อ สส. ตามรัฐธรรมนูญ ม.236 ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 โดยในส่วนของ สว.อิสระ ก็พร้อมร่วมปฏิบัติการเช็กบิล ป.ป.ช. เข้าชื่อกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. จากการปฏิบัติหน้าที่คดีศักดิ์สยาม เพื่อยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้เสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวน
ตัวละครระดับซีเคร็ตอย่างศักดิ์สยาม กลายเป็นสายล่อฟ้าให้ ป.ป.ช. อย่างจัง ท่ามกลางข้อสังเกตว่ามีผู้ยิ่งใหญ่บางคนพยายามผลักดันปูทางให้กลับมามีตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้ง ในวันที่สีน้ำเงินกุมอำนาจแทบจะเบ็ดเสร็จ
ความต้องการของบิ๊กบุรีรัมย์ กับความต้องการของอนุทิน ชาญวีรกูล ภายใต้เงื่อนไขตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่าง 1 เก้าอี้ จะถูกจองไว้ให้น้องโอ๋หรือไม่ก็ตาม ต้องถามใจอนุทิน จะกินดีหมี กล้าเอาศักดิ์สยาม เข้าร่วม ครม.หนู 2 มากน้อยแค่ไหน
เมื่ออนุทิน คือนายกฯ ผู้มีอำนาจตัวจริงในการเสนอรายชื่อแต่งตั้งรัฐมนตรี แต่อีกคนที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลสีน้ำเงิน หรือคนที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าต้องการให้ศักดิ์สยามคัมแบ็ก ก็มีอำนาจตัวจริงในแบบที่คนเป็นนายกฯ ไม่มีเหมือนกัน
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากอนุทิน จะไม่ยอมเล่นตามเกมเสี่ยงของใคร เพราะเดิมพันในตำแหน่งนายกฯ เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ประวัติศาสตร์ก็มีให้เห็นมาแล้วกรณีเศรษฐา ทวีสิน ตั้งพิชิต ชื่นบาน นั่งรัฐมนตรี สุดท้ายหลุดนายกฯ กลางอากาศ
มาตรฐานของอนุทิน ที่วางกฎเกณฑ์คุณสมบัติรัฐมนตรีไว้สูงลิบ ปิดทุกช่องเสี่ยง อ้างอิงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีภูมิธรรม เวชยชัย และทวี สอดส่อง ตามที่ถูกร้องแทรกแซงการตรวจสอบการเลือก สว.
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคดีนั้น ระบุตอนหนึ่งถึงกรอบจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า ต้องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ คือ ประพฤติตรง จริงใจ ไม่คิดคดทรยศ ไม่คดโกง ไม่หลอกลวง ไม่มีสิ่งบ่งชี้ถึงความประพฤติไม่สุจริต บิดเบือน เพื่อให้ตัวเองสมประโยชน์ของส่วนรวมหรือของคนอื่นโดยมิชอบ ต้องไม่ประพฤติตนให้ขัดแย้งกับสิ่งที่สังคมคาดหวังอย่างชัดเจน
หากเอาพฤติกรรมศักดิ์สยาม เรื่องซุกหุ้นไปเทียบบรรทัดฐานของศาลฯ ข้างต้น น่าจะชัดเจนว่า ทำไมอนุทิน ถึงไม่กล้าลุยไฟ ทั้งที่การจะเป็นรัฐมนตรีของศักดิ์สยาม เป็นไปได้หากหลุดบ่วงใน ป.ป.ช.แต่ก็อาจสร้างความยุ่งเหยิงให้นายกฯ และรัฐบาล ภายหลัง จนความเชื่อมั่นดิ่งเหวถึงขั้นวิกฤติ
บทสรุปของ ป.ป.ช. จะต้องสังเวยต่ออิทธิพลบางอย่างที่ครอบงำหรือไม่ และศักดิ์สยาม จะไปต่อทางการเมืองอย่างไร ต้องดูร่องรอยผู้มีอำนาจสีน้ำเงิน จะคงฤทธิ์เดชปัดเป่าหนักเป็นเบาหรือไม่


