"วุฒิสภา" เปิดร้านให้ "สว." ซื้ออาหารทานเองวันแรก "เกรียงไกร" พาสื่อฯ ไปดู ย้ำเป็นมติวิปวุฒิสภา คาดประหยัดงบได้เยอะ ต่อคนใช้ 200 บาทจากเดิม 800 บาท
ที่รัฐสภา บริเวณห้องอาหาร ฝั่งสว. ชั้น 2 ข้างห้องประชุมจันทรา(ห้องประชุมวุฒิสภา )ได้เปิดห้องอาหารให้สว.ได้ซื้ออาหารรับประทานเองเป็นครั้งแรก ซึ่งมีร้านอาหารทั้งหมด 3 ร้าน ประกอบด้วยร้านก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำมะนาว ข้าวหมูแดง ร้านขนมหวาน และ อาหารของมุสลิม เป็นข้าวหมกไก่ใส่กล่อง ราคากล่องล่ะ 70 บาท ส่วนน้ำดื่มยังคงบริการฟรี ด้านการชำระเงินเป็นการชำระผ่านการสแกนจ่าย ไม่มีการขายคูปองหรือจ่ายเงินสด
โดยบรรยากาศพบว่ามี สว. ทยอยเข้าซื้ออาหารกลางวันอย่างคึกคัก รวมถึงพล.อ. เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ที่เลือกซื้อข้าวหมูแดง-หมูกรอบ จำนวน 5 กล่อง เพื่อเลี้ยงผู้ที่มาเข้าพบ และสำหรับตนเอง 1 จาน ก่อนจะรับประทานให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพ พร้อมบอกว่า "ราคา 60 บาท ถือว่าโอเค เพราะเรากินเพื่ออยู่ อร่อยดี หร่อยจังฮู้" พร้อมยกนิ้วโป้งให้
จากนั้น พล.อ.เกรียงไกรให้สัมภาษณ์ว่า จากวิกฤติตะวันออกกลาง กลายเป็นวิกฤติของชาติ สว. จะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถประหยัดงบประมาณ ของประเทศชาติเพื่อรัฐบาลจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ ทำให้ คณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) มีมติออกไป และจากนี้จะเปิดโอกาสให้ร้านต่างๆหมุนเวียนกันมาให้บริการกับ สว. โดยจะทำอย่างนี้ต่อไปจนกว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ
เมื่อถามว่าสว.นมองว่าอาหารยังไม่หลากหลาย พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่าวันนี้ถือว่าเป็นวันแรก จึงนำร้านมาทดลองขาย 3-4ร้าน แต่วันหน้าก็จะมีการสำรวจความคิดเห็นความต้องการ เพื่อปรับเปลี่ยนอาหารชนิดอื่นๆเข้ามาตาม
เมื่อถามว่ามองว่าจะประหยัดงบประมาณไปเท่าไหร่นั้น พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ตนมองว่าน่าจะพอสมควร จากที่ต้องจ่าย 800 บาทต่อคนต่อวัน แต่ตอนนี้คิดว่าไม่น่าจะเกิน 200 บาทต่อคน ส่วนตนซื้อข้าวหมูแดง-หมูกรอบ จานละ 60 บาท บางคนอาจจะเพิ่มเติมเกาเหลาอีก 60 บาท รวมเป็น 120 บาท ส่วนน้ำมีบริการฟรี
เมื่อถามว่า หากร้านค้าขายไม่หมดจะทำอย่างไร พล.อ.เกรียงไกรกล่าวว่า ต้องมีการประเมินผล เบื้องต้นอาจให้ข้าราชการจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเข้ามาซื้อด้วย ซึ่งจะมีการจัดสรรต่อไป
เมื่อถามว่าสมาชิกบางคนยังไม่เห็นด้วยในเรื่องของการจ่ายเงินซื้อข้าวเอง จะต้องทำความเข้าใจอย่างไร พล.อ.เกรียงไกรกล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจผ่านทางกรรมาธิการต่างๆ ซึ่งวิปวุฒิสภาได้ลงมติกันแล้ว ซึ่งยังมีบางส่วนที่สมาชิกไม่เห็นด้วยอยากให้กลับเข้าสู่สภาวะแบบเดิม ขณะที่บางส่วนบอกว่าหากไม่มีร้านค้าจะนำอาหารมาเองจากบ้าน แต่ส่วนใหญ่มีมติอย่างนี้ถ้าประเทศเข้าสู่สภาวะปกติ ก็อาจจะนำอาหารฟรีกลับมาเหมือนเดิม และส่วนหนึ่งเห็นเรื่องของความสะดวกในการประชุม แต่ในสภาวะวิกฤติต้องจัดลำดับความเร่งด่วนก่อน เพราะตอนนี้เราเร่งแก้ไขสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจของชาติ ทุกคนต้องให้ความร่วมมือ


