วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

'เท้ง' ลั่นไม่จำเป็นต้องลด-เพิ่มเพดานสู้ หลัง 10 สส.ปชน.ได้ไปต่อ

'เท้ง' ลั่นไม่จำเป็นต้องลด-เพิ่มเพดานสู้ หลัง 10 สส.ปชน.ได้ไปต่อ

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 เวลา 12.00 น. ที่โรงแรมเมเปิล บางนา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงข่าวภายหลังศาลฎีกา มีคำสั่งรับคำร้องจาก ป.ป.ช.คดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีร่วมกันลงชื่อ และเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ แต่ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ว่า เช้าวันนี้ ทางศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องของ ป.ป.ช. ที่กล่าวหาว่าอดีต สส. พรรคก้าวไกล 44 คน ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีคำสั่งเพิ่มเติมให้ สส. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 10 คน สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ห้ามไม่ให้กระทำซ้ำหรือกระทำการใดๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งศาล เราขอเพียงแค่ยืนยันว่า การเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายนั้น ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นอกจากนั้น นัยของคดีนี้สำคัญกว่าอนาคตทางการเมืองของพวกผม คือ เรื่องอนาคตของประชาธิปไตยไทย ซึ่งเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน ที่ต้องการระบอบการเมืองที่มีกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจต่อทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคด้วยมาตรฐานเดียวกัน เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน  ไม่ใช่ระบอบที่ใช้อำนาจเพื่อปกป้องการแสวงหาผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม

“เราไม่ต้องการเห็นกระบวนการนิติสงครามเพื่อรักษาระบอบการเมืองที่เป็นมรดกของการรัฐประหาร ซึ่งต้องการลดทอนอำนาจของประชาชนลง แล้วกินรวบอำนาจ และผลประโยชน์ไว้ที่กลุ่มชนชั้นนำ และนักการเมืองบางกลุ่มโดยไม่แยแสต่ออนาคตของประเทศ และประชาชน” หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าว

'เท้ง' ลั่นไม่จำเป็นต้องลด-เพิ่มเพดานสู้ หลัง 10 สส.ปชน.ได้ไปต่อ

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น พวกเราจะดำเนินการต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องรักษาความชอบธรรมของอำนาจผู้แทนราษฎรในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนร่วมกับพี่น้องประชาชนในการเปลี่ยนผ่านการเมืองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่รับใช้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง


เมื่อถามถึงคดี 44 สส.เทียบกับกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่ ป.ป.ช.ยกคำร้องไปก่อนหน้านี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในมุมหนึ่ง วันนี้สิ่งที่พวกเราอยากชี้ให้เห็นคือเรื่องของอนาคตของระบอบประชาธิปไตย หนึ่งในนั้นคือ การที่กระบวนการยุติธรรมต่างๆ หรือองค์กรอิสระ ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาคเท่ากัน ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่แม้แต่อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยังออกมาให้ความเห็นว่า ได้วินิจฉัยไปแล้วในเรื่องของเส้นทางการเงิน มีความชัดเจน ผูกพันทุกองค์กร เมื่อเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคดี 44 สส. สังคมเองมองเห็นว่า ป.ป.ช.เอง มีการปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันหรือไม่

เมื่อถามถึงการเลือก กก.บห.ชุดใหม่ ภายหลังศาลฎีกาไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 10 สส.ปชน. จะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องเลือก กก.บห.ชุดใหม่ ขอให้รอที่ประชุมใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 เม.ย.นี้ก่อน

ถามย้ำว่าหากที่ประชุมใหญ่ของพรรคเลือก กก.บห.ชุดเดิมมาปฏิบัติหน้าที่ต่อ มีความพร้อมหรือไม่ หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า ทุกคนพร้อมปฏิบัติหน้าที่มาโดยตลอดอยู่แล้ว ส่วนตำแหน่งต่างๆ ขอรอวันอาทิตย์ เช่นเดียวกับเรื่องเลขาธิการพรรคด้วย 

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายพิธาแล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันอยู่ตลอด

'เท้ง' ลั่นไม่จำเป็นต้องลด-เพิ่มเพดานสู้ หลัง 10 สส.ปชน.ได้ไปต่อ

เมื่อถามถึงกระบวนการนำไปสู่การส่งชื่อผู้นำฝ่ายค้าน ต้องเร่งรัด หลังประธานสภาฯ ระบุว่า รอความชัดเจนของนายณัฐพงษ์ก่อนนั้น หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า เราเคยยืนยันในหลักการแล้วว่า กระบวนการในสภาฯ ไม่ต้องรอการเลือก กก.บห.ของพรรคแต่อย่างใด ตนเคยยืนยันเรื่องนี้ต่อข้าราชการสภาฯ ไปแล้ว เข้าใจว่ากระบวนการเสนอชื่อตนเป็นผู้นำฝ่ายค้านยังมีอยู่ ขอให้ไปถามประธานรัฐสภาโดยตรง

เมื่อถามถึงจุดยืน เรื่องของความคาดหวังแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มาผูก และศาลฎีกามาผูกอีกชั้น จะสื่อสารอย่างไร ไม่ได้เสียเรื่องจุดยืนเดิม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องขอบคุณหลายท่านที่ส่วนตัว และเพื่อนๆ ได้รับข้อความในการแสดงความยินดีที่ศาลไม่มีคำสั่งให้เราหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกคนตระหนักเห็นว่ากระบวนการนิติสงคราม ไม่ได้หยุดแค่นี้ สิ่งที่พวกตนโดนคดีมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหากฎหมายที่เราเสนอแก้ไข หรือเราใช้อำนาจในกระบวนการนิติบัญญัติแต่อย่างใด แต่เป็นกระบวนการตอบโต้จากระบอบการเมืองที่กินรวบประเทศนี่อยู่ ไม่ว่าจะมีอำนาจที่ไปควบคุมหรือเกี่ยวข้องกับกลไกในองค์กรอิสระ หรือการทุจริตคอร์รัปชันในกระบวนการของพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล เราเดินหน้าตรวจสอบเต็มที่มาโดยตลอด อยากให้ทุกคนเห็น ถึงแม้จะอยู่ในบรรยากาศทุกคนยินดีกับเรา แต่ยืนยันว่าพวกเราพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนในการเปลี่ยนผ่านระบอบการเมืองของประเทศ ทำเพื่อประโยชน์ประชาชนสูงสุด

ซักอีกว่า การทำหน้าที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยังคงเท่าเดิม ไม่ลดลงไปใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า เราทำมาอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด

ถามย้ำว่า จะลดเพดานขับเคลื่อนเรื่องแหลมคมแบบนี้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คงไม่ได้เพิ่มลดเพดานอะไร เราคงเดินหน้าทำแบบที่เราเคยทำตลอด ย้ำอีกครั้งว่า วันนี้ไม่อยากให้มองผลของคำสั่งศาลเยอะ อยากให้มองว่า สิ่งที่กำลังทำลายประเทศนี้อยู่ คือ การทำลายระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การทำหน้าที่ตรงไปตรงมาของพวกเราในฐานะ สส. เราไม่ได้ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ เราจะใช้อำนาจทุกอย่างที่มีในฐานะฝ่ายค้าน ทำต่อ คงไม่ได้เพิ่มลดเพดานอะไร

ซักอีกว่า พรรคเดินต่อไปทิศทางไหน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยังยืนยันว่า โจทย์ใหญ่ของพรรคไม่เคยเปลี่ยนแปลงตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ถึง ปชน. การขับเคลื่อนทางการเมืองจริงๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องเลือก เราต้องทำให้ดีทุกหน้ากระดาน

'เท้ง' ลั่นไม่จำเป็นต้องลด-เพิ่มเพดานสู้ หลัง 10 สส.ปชน.ได้ไปต่อ

  • 10 สส.ปชน.ลุยสู้ต่อ จ่อยื่นศาลขอเรียกหลักฐาน-พยานภายนอก

เมื่อถามถึง 10 สส.ปชน.ยังทำหน้าที่ต่อ เตรียมแนวทางสู้คดีไว้อย่างไร ได้พูดคุยกันหรือไม่ นพ.วาโย กล่าวว่า อย่างที่ชี้แจงไปแล้วหลายรอบ การต่อสู้ของเรามีหลายแนวทาง กระบวนการหลังจากนี้คงคาดหวังความยุติธรรมได้จากศาลฎีกา อย่างน้อยกระบวนการปลายทางสุดท้าย ที่ถูกออกแบบมาในรัฐธรรมนูญ มาจบที่ศาลฎีกา อย่างที่ว่าไป คงต่อสู้กันต่อไปอีกระยะเวลาพอสมควร คาดหมายว่าคดีนี้น่าจะยาวนานพอสมควร เพราะในสำนวนนี้เป็นสำนวนคดีมาตรฐานจริยธรรม เฉลี่ยแล้วที่พิจารณากันมา 10 กว่าคดี เฉลี่ยคดีละ 1 ปี ในผู้คัดค้านรายเดียว โดยในสำนวนนี้ที่มีผู้คัดค้านถึง 44 คน และมี 44 ข้อเท็จจริง พวกตนหลายคน มีพยานหลักฐาน พยานบุคคลต่างๆ ที่ต้องการขอหมายจากศาล เพื่อเชิญบุคคลภายนอก หรือหลักฐานภายนอกเข้ามา แต่ละคนแตกต่างหลากหลาย คาดว่าใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปีขึ้นไป คาดหมายว่าจะได้รับความยุติธรรมอย่างยิ่งจากศาลยุติธรรม

นพ.วาโย กล่าวอีกว่า เรียนตามความจริงว่า กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ไม่ชอบ เราไม่ได้รับความยุติธรรมแท้จริงจาก ป.ป.ช. เลย อย่างที่บอกไปว่า บางท่านขอหมายพยานบุคคล พยานเอกสาร แค่หมายเดียว ยังไม่ออกให้เลย คงคิดว่าได้รับความเป็นธรรมในศาล การคัดค้านของตนในศาล ขอให้วินิจฉัยกระบวนการอันมิชอบของ ป.ป.ช. วันนี้ศาลยังไม่ได้ยกคำร้องของตน และคิดว่าอาจมีคำสั่งไปในแนวทางเดียวกับตอนมีคำพิพากษาก็ได้ 

“ศาลเปิดโอกาสให้ ป.ป.ช. โต้แย้งคำคัดค้านของพวกเราใน 15 วัน เป็นกระบวนการชอบแล้ว ป.ป.ช. ก็โต้แย้งมาแล้วกันว่า เหตุผลที่พวกเราขอพยานหลักฐานไปทั้งหมด ไม่เกี่ยวกับคดีอย่างไร ตั้งแต่ชั้นไต่สวน ขอเอกสารไปยังรัฐสภาเกี่ยวกับเรื่องนี้ บอกไม่เกี่ยวข้อง ก็ชี้แจงมาแล้วกัน” นพ.วาโย กล่าว

นพ.วาโย กล่าวด้วยว่า วันนี้พวกตน 10 คน ได้รับคำสั่งศาลให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แบบมีเงื่อนไข เห็นว่าเงื่อนไขตรงนี้ค่อนข้างกว้างพอสมควร ผูกติดกับคำร้อง ด้วยข้อเท็จจริงแม้ทนายความไปเช้านี้ พวกตนยังไม่ได้เห็นตัวคำร้องอย่างละเอียด คำร้องมี 50 กว่าหน้า รวมถึงเอกสารท้ายคำร้อง 1 หมื่นกว่าหน้า เอกสาร 3 ลังต่อคน เดี๋ยวศาลส่งมาให้ 44 สส.อีกทีหนึ่ง ขอเวลาพวกเราแต่ละคนพิจารณา ดูเนื้อหาตามคำร้องทั้งหมดโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเหมาะสม

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์