วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2569

Login
Login

'ประชาชาติ' เผยคดี 'กมลศักดิ์' มีทหารในราชการมากกว่า1 เกี่ยวข้อง

'ประชาชาติ' เผยคดี 'กมลศักดิ์' มีทหารในราชการมากกว่า1 เกี่ยวข้อง

อับดุลเลาะมัน เผยคดีลอบยิง "กมลศักดิ์" มีทหารในราชการมากกว่า "น.อ.มนตรี" เข้ามาเกี่ยวข้อง บอกโยงเรื่องอาวุธปืน-กระสุนปืน

นายอับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า พรรคประชาชาติ ได้ตั้งคณะทำงานติดตามคดีตั้งแต่วันแรกหลังเกิดเหตุลอบยิง และได้รับข้อมูลตั้งแต่ช่วงแรก จากสายของคนที่อยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กองทัพ ที่มีผู้ใหญ่มาช่วยคดี ถึงวันนี้แม้มีความพยายามจากบางฝ่ายตัดจบคดี เพียงแค่ 5 ผู้ลงมือ แต่ในทางที่ได้ข้อมูลมากเห็นภาพชัดและหวังว่าอย่างน้อยที่สุดข้อมูลพยานหลักฐานที่ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คนที่พาดพิงให้ยืมรถ หรือ สนับสนุนในการก่อเหตุจะต้องเข้าสู่สำนวนในข้อหาเดียวกันกับ 5 คนที่ถูกจับแล้ว

เมื่อถามว่าแสดงว่า น.อ.มนตรี โตประเสริฐ นาวิกโยธิน กอ.รมน. ยังไม่ถูกฟ้องในคดีอาญาใช่หรือไม่ นายอับดุลเราะมัน กล่าวต่อยังไม่ถูกรวบใน 5 คนที่มีส่วนก่อเหตุ ทั้งนี้การสืบในทางลับหลังจากที่รู้ว่ารถที่ใช้ก่อเหตุคือรถของกอ.รมน. รอการยืนยันตัวเลขเครื่อง เมื่อได้ยืนยันแล้ว ได้ตามดูว่าใครอนุมัติรถเมื่อได้ข้อมูล ว่า น.อ.มนตรี ได้ไปแจ้งความเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ว่าเพื่อนยืมรถแล้วติดต่อเพื่อนไม่ได้ จึงมาแจ้งความ หลังเกิดเหตุหลายวันทั้งที่เป็นคนรับผิดชอบด้านความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่  พร้อมกับนำคำให้การให้ผู้ใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญสืบคดีพิจารณา พบหลายจุดที่น่าสงสัย เช่น การยืมรถให้ไปติดต่อธุรกิจผลไม้ ธุรกิจสนามยิงปืน แสดงว่าทีมสังหารไปซ้อมปืน หรือซ้อมมือ อาจเป็นปืนไม่คุ้นชิน ดังนั้นจึงสืบทางลับว่ามีการซ้อมยิงปืนที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในจ.นราธิวสาส ก่อนลงมือสังหารนายกมลศักดิ์

“ข้อมูลสำคัญคือ หากมีข้อสงสัยแล้วไม่ดำเนินการ เพราะบางคนรับราชการ และมีสัมพันธ์กับ จ.นราธิวาส การไม่ตั้งข้อกล่าวหาหรือดึงมาในสำนวนสอบสวน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ขัดแย้ง ไม่ไว้วางใจกระบวนการยุติธรรมของรัฐ และจะทำให้เลวร้ายลง ในกลุ่มติดตามคดีมองเห็นว่าใบแจ้งความบอกว่ายืมมาแล้วไม่น้อยกว่า3 ครั้ง หมายความว่าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับรถยังพอทำใจ และเข้าใจว่าเพื่อนยืม แต่ได้ข้อมูลสำคัญพบว่า วันที่ 6 มี.ค. ทีมมือสังหารได้นำรถที่ก่อเหตุไปเปลี่ยนฟิล์มให้ทึบยิ่งขึ้น และจากวันที่ 6 - 19 มี.ค. รถไม่กลับไปที่น.อ.มนตรี หลับตาทำความเข้าใจและรับได้ แต่ปรากฎว่ารถกลับไปสู่มือ น.อ.มนตรี แสดงว่ารับรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับรถ” นายอับดุลเราะมัน กล่าว

นายอับดุลเราะมัน กล่าวต่อว่านอกจากนั้นมีข้อมูลสำคัญว่า น.อ.มนตรี เอารถมาส่งมอบให้ทีมสังหารโดยตรงและส่งคืนให้ น.อ.มนตรี ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส  ทั้งนี้ ในรายละเอียดขอให้เป็นเรื่องของทีมสอบสวน นอกจากนั้นแล้วยังพบว่ามีตัวแสดงบางคนที่ยังอยู่ในราชการเกี่ยวข้องกับอาวุธ และกระสุนปืน หากดำเนินการตรงไปตรงมา น.อ.มนตรีต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีเดียวกับ 5 คน หากมีชื่ออยู่ในสำนวนถือว่ายอมรับได้ และไม่เคลื่อนไหวอะไร แต่หากไม่ดำเนินการ ต้องประชุมทีมติดตามคดีและให้ข้อมูลกับประชาชนได้ติดตาม

เมื่อซักว่ามีทหารบางนายเกี่ยวข้องกับปืนและกระสุนปืน แสดงว่านอกจาก น.อ.มนตรียังมีทหารเข้ามาเกี่ยวข้องอีกใช่หรือไม่ นายอับดุลเราะมัน กล่าวว่า “ถูกต้อง ส่วนจะมีรายละเอียดเกี่ยวข้องกับปืนหรือกระสุนปืนอย่างไร ขอให้ทีมทำงานได้สืบสวน สอบสวนดำเนินการ”