วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

'สภาฯ' ถกญัตติสินค้าเกษตรตกต่ำ ซัด 'รัฐบาล' แก้ปัญหาฉาบฉวย

'สภาฯ' ถกญัตติสินค้าเกษตรตกต่ำ ซัด 'รัฐบาล' แก้ปัญหาฉาบฉวย

"สภาฯ" เดินหน้าถกญัตติสินค้าเกษตรตกต่ำ "สส.ปชน." ซัดรัฐบาลแก้ปัญหาฉาบฉวย ด้าน "วรงค์" อาสาตัวเป็นครู หาก "ศุภจี" ขาดประสบการณ์แก้ปัญหา

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่2 เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติ ขอให้สภาฯตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษา การแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ของนายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และญัตติที่มีเเนื้อหาคล้ายกัน อีก 3 ญัตติ จึงพิจารณาไปในคราวเดียวกัน

โดยนายเลาฟั้ง เสนอญัตติว่า ตั้งแต่ต้นปี2569 ราคาสินค้าเกษตรหลายรายการตกต่ำอย่างมาก ทั้งมะพร้าวน้ำหอม หอมหัวใหญ่ กะหล่ำปลี มันฝรั่ง กระเทียม กระทบความเป็นอยู่ของเกษตรกรจำนวนมาก สาเหตุปัญหาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงสถานการณ์ตลาดตามปกติเท่านั้น แต่ยังมาจากการกำกับดูแลมาตรฐานของสินค้าที่ไม่ครอบคลุม ชัดเจน ปริมาณการนำเข้าที่มากเกินไป ยิ่งสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังรุนแรง ส่งผลกระทบต้นทุนการผลิตเกษตรกร ที่เพิ่มขึ้น ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยเคมี

นายเลาฟั้ง กล่าวต่อว่า ความเดือดร้อนเหล่านี้เกษตรกรไม่ได้รับการช่วย
เหลือใดๆ สินค้าที่วิกฤติมากๆ คือ มะม่วง เหลือกิโลกรัมละ 3 บาท ตกลูกละไม่ถึงบาท ถุงห่อมะม่วงยังแพงกว่ามะม่วง รัฐบาลประโคมว่า ช่วยแล้ว แต่ความจริงไม่ได้ช่วย ขณะนี้ต้นทุนเพาะปลูกสูง แต่รัฐบาลช่วยแบบฉาบฉวย เช่น ราคามะม่วงที่จ.พิษณุโลก กรมการค้าภายในเข้าไปช่วยซื้อ เพิ่มให้อีกกิโลกรัมละ 1.50บาท แต่ซื้อแค่ 30ตัน จากทั้งจังหวัดมี 50,000ตัน คิดเป็นแค่ 0.06% ทั้งจังหวัดขาดทุน 450ล้านบาท ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรอื่นๆ อาทิ ข้าว ราคาตันละ 5,000-6,000บาท จากต้นทุน 6,000-10,000บาท มันสำปะหลัง กิโลกรัมละ 2.8-3.5บาท ส้มกิโลกรัมละ 3-8บาท กะหล่ำปลีกิโลกรัมไม่ถึงบาท รัฐบาลช่วยแบบฉาบฉวย แทบจะไม่ได้ช่วย

นายเลาฟั้ง กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันยังมีปัญหานำเข้าสินค้าการเกษตรจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน สวนทางกับการส่งออก และสิ่งที่ซ้ำเติมตามมาคือ สงครามตะวันออกลาง ทำให้ราคาน้ำมันแพง ต้นทุกเกษตรกรเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่รัฐบาลทำคือทอดทิ้งเกษตรกร ไม่อุดหนุนราคาน้ำมัน ปุ๋ย ผิดกับต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น ที่ปกป้องเกษตรกร ทั้งลดราคา และแจกคูปองให้เกษตรกรไปซื้อน้ำมัน ปุ๋ย ในราคาถูกกว่าคนอื่น แต่ประเทศไทยในภาวะปุ๋ยแพง ขาดแคลน กลับยังส่งออกปุ๋ยไปต่างประเทศ มีข้อเสนอ 3 ข้อคือ 1.ระยะสั้น ต้องช่วยให้เกษตรกรมีเงินเลี้ยงชีพ มีต้นทุนเพาะปลูกฤดูกาลหน้า 2.ระยะกลางหาทางออก ลดต้นทุนให้เกษตรกรสามารถแข่งกับต่างประเทศได้ และ3.ระยะยาว ต้องออกแบบโครงสร้างให้เกษตรกรได้กำไร 

ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี เสนอญัตติว่าโดยเรียกร้องไปถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ให้เร่งแก้ปัญหาเรื่องข้าว ผลผลิตทางการเกษตรในระดับรากหญ้า หากไม่มีประสบการณ์ ขอให้มาเรียนรู้กับตนได้ 

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่าสำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนคือการเสนอพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การแบ่งบันผลประโยชน์ข้าว ที่มีการกำหนดหนัดว้ชัดเจนในการแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับเกษตรกร โรงสีข้าว ผู้จัดจำหน่วยข้าวสาร และให้ความคุ้มครองกำไรกับชาวนาไม่น้อยกว่า 50 % ที่เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ เมื่อปี 2562 ดังนั้นถ้ารัฐบาลเอาสิ่งนี้ไปทำ ตนพร้อมสนับสนุนเต็มที่เพื่อให้ พ.ร.บ.นี้เกิดขึ้นมาให้ได้ ทำให้พี่น้องชาวนาลืมตาอ้าปากแบบยั่งยืน ไม่ต้องจำนำ ไม่ต้องประกัน ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น เพราะทุกคนจะได้รับความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่หลังผู้เสนอญัตติเสร็จสิ้นแล้ว เปิดให้สมาชิกแสดงความคิดเห็น โดยมีสส.แสดงความจำนงที่จะอภิปรายจำนวน 60 คน