“ตระกูลชินวัตร-พรรคเพื่อไทย” เฝ้ารอวันคืนอิสรภาพให้กับ “ทักษิณ ชินวัตร” ผู้นำจิตวิญญาณค่ายสีแดง ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี คดีป่วยทิพย์ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2568
โดยก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า “ทักษิณ” จะได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไป ทำให้เขาอาจได้รับการปล่อยตัวในช่วงเดือน พ.ค.นี้
ล่าสุด มีรายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2569 "คณะกรรมการพักการลงโทษของเรือนจำกลางคลองเปรม" ได้นำรายชื่อนักโทษเด็ดขาด ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไป เข้าพิจารณาในที่ประชุม ปรากฏว่ามีผู้ต้องขังเด็ดขาดของเรือนจำกลางคลองเปรม 10 ราย ผ่านเกณฑ์พักโทษ ซึ่ง 1 ในนั้นมีชื่อของ “ทักษิณ” รวมอยู่ด้วย
ทั้งนี้รายชื่อผู้ต้องขังที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด จะได้ถูกเสนอต่อไปยัง "คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์" ที่มี “สมบูรณ์ ศิลา” รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธาน เพื่อพิจารณากลั่นกรอง ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนด
จากนั้นคาดว่าคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมฯ จะประชุมให้ความเห็นชอบ ไม่เกินวันที่ 24 เม.ย. แล้วเสนอรายชื่อไปยัง
คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือ "คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม" ซึ่งกำหนดประชุมในวันที่ 29 เม.ย.
โดย “พงษ์สวาท นีละโยธิน” ปลัดกระทรวงยุติธรรม มอบหมายให้ “ธารินี แสงสว่าง” รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย เป็นประธานการประชุมแทน มีวาระพิจารณา วินิจฉัยการพักการลงโทษ เพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่ต่อการพักโทษตามรายชื่อ โดยมีเกณฑ์พิจารณา
จากนั้นเมื่อคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษ และให้ปล่อยตัวนักโทษ ที่ได้รับพักการลงโทษ
ทั้งนี้ในการคุมประพฤติจากการพักโทษ ต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ในที่ที่ไปพักอาศัยภายในระยะเวลาที่กำหนด และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด 9
ส่วนกรณีพิจารณาเรื่องการติด หรือไม่ติดกำไล EM ของนายทักษิณ หากได้รับการพักโทษปล่อยตัวคุมประพฤติ ในวันที่ 11 พ.ค.2569 ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการฯ ในแต่ละลำดับชั้น
โดยเฉพาะคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ และระดับกระทรวงยุติธรรม จะพิจารณาจากปัญหาเรื่องสุขภาพ และอายุของผู้ต้องขังที่มีอายุเกินกว่า 70 ปี รวมถึงสภาพแวดล้อม และความปลอดภัยของสถานที่คุมประพฤติและชุมชนโดยรอบด้วยว่า มีความเสี่ยงกระทำผิดซ้ำ หรือน่าห่วงกังวลอย่างใดหรือไม่
อย่างไรก็ตาม สถานที่คุมประพฤติของนายทักษิณ หากเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า เลขที่ 472 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 บางพลัด กทม. นายทักษิณจะต้องเดินทางไปรายงานตัวภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติ
และต้องรายงานตัวทุกเดือน เมื่อครบ 4 เดือน ครั้งถัดไปสามารถขยายเวลาได้เป็น 2 เดือน ค่อยรายงานตัว เป็นไปตามเกณฑ์ที่ถูกใช้กับผู้ถูกประพฤติรายอื่นๆ
ขณะที่บรรยากาศทางการเมือง ยิ่งใกล้จะถึงวันที่ ทักษิณจะได้ลุ้นกับอิสรภาพ ก็ยิ่งเห็นภาพความเคลื่อนไหวของกลุ่ม“คนเสื้อแดง” คึกคักยิ่งขึ้น แม้คนเสื้อแดงในเวลานี้จะแตกกระสานซ่านเซ็นไปตามบริบทการเมือง
อย่างวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงมารวมตัวกันทำกิจกรรม “กินข้าวเที่ยงพร้อมทักษิณ” ซึ่งหากนับจากวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็จะเหลืออีก 22 วัน ที่พวกเขาจะได้พบหน้าฮีโร่ในดวงใจ
นัยว่า คืนวันที่ 10 พ.ค.2569 คนเสื้อแดงมีแผนนัดรวมตัวปักหลักค้างคืนบริเวณหน้าเรือนจำ เพื่อรอต้อนรับทักษิณในวันที่ 11 พ.ค.นี้
สำหรับคนเสื้อแดง ที่ปักหลักทำกิจกรรมหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมในทุกวันอาทิตย์ นับแต่วันที่ 9 ก.ย.2569 ใช้ชื่อ “กลุ่มเพื่อชาติประชาธิปไตยและคนที่เรารักศรัทธา” (พปศ.) นำโดย “ไก่ บิ๊กแมน” ภัทรพล ธนเดชพรเลิศ โดยมีการจัดกิจกรรม “กินข้าวเที่ยงพร้อมทักษิณ” เป็นกลุ่มเล็กๆ ต่อมา ก็มีเสื้อแดงต่างจังหวัดหมุนเวียนมาเข้าร่วมทำกิจกรรมเพื่ออดีตนายกฯ ทักษิณ
ล่าสุด ก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตแกนนำ นปช.บอกว่า ในวันที่ทักษิณออกจากเรือนจำ คาดว่าจะมีคนเสื้อแดงจากทั่วประเทศมารอต้อนรับอย่างคับคั่งแน่นอน
ภาคเหนือ “สมาพันธ์คนเสื้อแดงเชียงราย” ซึ่งก่อตั้งโดย ยงยุทธ ติยะไพรัช เมื่อปี 2556 โดยรวบรวมเสื้อแดงเชียงราย 15 กลุ่มให้มาอยู่ใต้ร่มเงาบ้านใหญ่แม่จัน ได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
ภาคอีสาน เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีตแกนนำ นปช. และ พรรณวดี ตันติศิรินทร์ ที่ปรึกษาเครือข่ายกลุ่มสตรี 20 จังหวัดภาคอีสาน เตรียมระดมพลแดงอีสานมาต้อนรับนายใหญ่
นับถอยหลัง “ทักษิณ” ได้พักโทษ 11 พ.ค.นี้ จึงคาดว่า หัวคะแนนค่ายแดง คงเตรียมการเรื่องมวลชนไว้จำนวนหนึ่ง รวมถึงอดีตแกนนำ นปช.ย่านชานเมือง น่าจะจัดคนเสื้อแดงมารับนายใหญ่กลับบ้าน
จากนี้ต้องจับตาว่า หาก“นายใหญ่ค่ายแดง” ได้รับอิสรภาพ เขาจะขับเคลื่อนการเมืองต่อทันที หรือไม่อย่างไร





