วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2569

Login
Login

'ทักษิณ' ต้องลุ้น 2 ด่านพักโทษ จับตาปลาย เม.ย.นัดถก คกก.เห็นชอบ

'ทักษิณ' ต้องลุ้น 2 ด่านพักโทษ จับตาปลาย เม.ย.นัดถก คกก.เห็นชอบ

จับตา 'ทักษิณ' ลุ้น 2 ด่าน คกก.พักโทษระดับกรมราชทัณฑ์ นัด 24 เม.ย.69 ถกชื่อ ก่อนส่งความเห็นไปยัง คกก.ระดับกระทรวงให้ความเห็นชอบ 29 เม.ย.69

เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 มีรายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรม แจ้งว่า หลังจากเมื่อวันที่ 31 มี.ค.69 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพักการลงโทษของเรือนจำกลางคลองเปรม ได้นำรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไป ซึ่งปรากฏว่ามติในที่ประชุมได้ลงความเห็นให้มีผู้ต้องขังเด็ดขาดของเรือนจำกลางคลองเปรม จำนวน 10 ราย ผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษ ซึ่ง 1 ในนั้นมีชื่อของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยนั้น

แต่รายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดทั้งหมดที่คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจำกลางคลองเปรม มีความเห็นชอบได้ถูกประมวล และนำเสนอไปยังคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ มีนายสมบูรณ์ ศิลา รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธาน จะได้พิจารณากลั่นกรองตรวจสอบความสมบูรณ์ครบถ้วนของเอกสาร ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด จากนั้นคาดว่าคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ จะมีการประชุมหารือ และให้ความเห็นชอบพิจารณาผู้ต้องขังเด็ดขาดที่ผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษกรณีทั่วไป เพื่อเตรียมเสนอรายชื่อไปยังคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม

โดยการประชุมของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ จะเกิดขึ้นไม่เกินวันที่ 24 เม.ย.2569 เพื่อจะได้เสนอรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ไปยังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่กำกับดูแลกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการ และมีผู้อำนวยการกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการ และเลขานุการผู้อำนวยการกลุ่มงานพักการลงโทษ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า การประชุมของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 29 เม.ย.69 นี้ นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม มอบหมายให้ นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย ดำเนินการเป็นประธานในที่ประชุมแทนตนเอง โดยคณะฯ จะได้พิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ เพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด

การนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำ และการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย

เมื่อคณะหรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษ และให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดรายใดได้รับพักการลงโทษ ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำรับทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติ และพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ ที่นักโทษเด็ดขาด ได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร

ทั้งนี้ ในการคุมประพฤติจากการพักโทษ นักโทษเด็ดขาดต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในที่ไปพักอาศัยภายในระยะเวลาที่กำหนด (3 วันหลังจากได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติ) และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด 9 (เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ) แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด 

ส่วนกรณีพิจารณาเรื่องการติดหรือไม่ติดกำไล EM ของนายทักษิณ หากได้รับการพักโทษปล่อยตัวคุมประพฤติ ในวันที่ 11 พ.ค.2569 นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ ในแต่ละลำดับชั้น โดยเฉพาะคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ และระดับกระทรวงยุติธรรม จะพิจารณาจากปัญหาเรื่องสุขภาพ และอายุของผู้ต้องขังที่มีอายุเกินกว่า 70 ปี รวมถึงสภาพแวดล้อม และความปลอดภัยของสถานที่คุมประพฤติ และชุมชนโดยรอบด้วยว่า มีความเสี่ยงกระทำผิดซ้ำ หรือน่าห่วงกังวลอย่างใดหรือไม่

มีรายงานแจ้งด้วยว่า สถานที่คุมประพฤติของ นายทักษิณ หากเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า เลขที่ 472 ซ.จรัญสนิทวงศ์ 69 แขวงและเขตบางพลัด กทม. นายทักษิณ จะต้องเดินทางไปรายงานตัวภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติ โดยจะต้องเดินทางไปรายงานตัวกับเจ้าพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งเป็นสำนักงานที่เป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่เขตดังกล่าว 

ทั้งนี้ ขั้นตอนการรายงานตัวของผู้ถูกคุมความประพฤติคือ ต้องรายงานตัวทุกเดือน แต่ถ้าหากรายงานตัวครบ 4 เดือน ครั้งถัดไปก็สามารถขยายเวลาได้เป็น 2 เดือนค่อยรายงานตัว เป็นไปตามเกณฑ์ที่ถูกใช้กับผู้ถูกประพฤติรายอื่นๆ

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์