วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

'เท้ง' โต้ 'ปิยบุตร' ยัน ปชน.ไร้เงาครอบงำ สส.มาด้วยอุดมการณ์

'เท้ง' โต้ 'ปิยบุตร' ยัน ปชน.ไร้เงาครอบงำ สส.มาด้วยอุดมการณ์

'ณัฐพงษ์' โต้ 'ปิยบุตร' ยัน ปชน.ไร้เงาครอบงำ สส.มาด้วยอุดมการณ์ ไม่ใช่แค่หาทางเข้าสภา สวนพรรคนี้ระบบราชการน้อยสุด ลั่นคงต้องลาออก ถ้าใครเลิกเชื่อระบบอาสาสมัคร

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2569 เวลา 14.00 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน (ปชน.) มีการประชุม สส. พรรคประชาชน ประจำสัปดาห์ โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  หัวหน้าพรรค ปชน.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่ออกมาแสดงความเห็นว่าพรรคประชาชนต่อสู้ทางความคิดน้อยไป ว่า ตนเคารพในความเห็นของนายปิยบุตร การออกมาวิจารณ์ในพื้นที่สาธารณะ การชี้นําทางความคิด นอกจากเป็นหน้าที่หลักของพรรคประชาชน ที่เราเสนอเป็นพรรคทางเลือก ให้อํานาจของประชาชนเป็นอํานาจที่สูงสุดของประเทศนี้ บรรดานักคิดนักวิชาการต่างๆ ถือเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่ช่วยกันชี้นําสังคม 

ส่วนที่นายปิยบุตรแสดงความเห็นว่าตอนตั้งพรรคประชาชน ตั้งใจจะทำพรรคให้เป็นยานพาหนะในการสร้างความเปลี่ยนแปลง  แต่ตอนนี้บางคนใช้ยานพาหนะนี้ให้ตนเองเป็น สส. นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ในภาพรวมยังเชื่อมั่นในสมาชิก เพื่อน สส.ทุกชุด ว่าทุกคนมาด้วยอุดมการณ์ความแน่วแน่ อยากมาทําการเมืองให้พรรคประชาชนจริง ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นก็พร้อมน้อมรับ เชื่อว่ากระบวนการสรรหาจะดีมากขึ้นทุกวัน พร้อมจะทําให้ดีมากกว่านี้ในอนาคต พรรคเรามีระบบราชการน้อยที่สุด และเปิดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากที่สุด ยืนยันว่าทุกการตัดสินใจใหญ่ๆ ของพรรคที่ผ่านมา เราฟังทุกองคาพยพของพรรค 

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ในฐานะหัวหน้าพรรค หากคิดว่ามีอะไรในพรรคที่ต้องเสริมให้เกิดความเข้มแข็งมากขึ้น เป็นหน้าที่ของแกนทําที่จะลงไปทําสิ่งนั้นให้เกิดขึ้น โจทย์หลักของพรรคประชาชนในตอนนี้ คือทําให้เห็นว่าเราเป็นตัวเลือกที่สําคัญ แต่ก็คงไม่ใช่ตัวเลือกเดียว เพราะจะถือเป็นการดูถูกดูแคลนพรรคการเมืองอื่น 

แต่เราจะเป็นทางเลือกที่สําคัญ ที่จะทําให้ประชาชนเห็นว่า เป็นทางออกของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ที่มีอํานาจเบ็ดเสร็จทั้งหมด และยิ่งใช้อํานาจละเว้นพวกพ้อง มุ่งทําลายล้างฝั่งตรงข้าม ประชาชนไม่เคยได้รับความยุติธรรมเลย ก็จะยิ่งทําให้ประชาชนเห็นภาพชัดมากยิ่งขึ้น หากรัฐบาลยังทําแบบนี้ต่อไป รัฐบาลจะทําลายตัวเอง 
 
ส่วนการแสดงออกของนายปิยบุตรนั้น ทําให้ทุกคนเห็นว่า ข้อกล่าวหาที่บอกว่าพรรคประชาชนมีคนนำ ก็ไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาตนเองก็มีโอกาสคุยกับนายปิยบุตร ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ แต่การตัดสินใจก็ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคยุคปัจจุบัน ยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน 

ส่วนที่เราต้องการสร้างการเมืองของประชาชน ที่มวลชนทุกคนเป็นเจ้าของพรรค และยังยึดคําพูดว่า พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค ความคิดในเชิงอุดมคติ การชี้นําทางความคิดที่เกิดขึ้น เป็นการประท้วงทางความคิดที่สําคัญ ทําให้ตนเองเข้ามาเล่นการเมืองในวันนี้ 

แต่สิ่งที่สําคัญมากกว่า คือการทําให้ความคิดทางอุดมคติเหล่านั้น เกิดขึ้นเป็นจริงได้อย่างไร ซึ่งตนเองก็มีการลงพื้นที่มาโดยตลอด พบเจอผู้สนับสนุนของพรรค ที่อยากจะออกมาร่วมทําบางอย่างกับพรรค ที่ไม่ใช่ 4 ปีออกไปเข้าคูหา หลายคนโกรธแค้นระบบการเมืองของประเทศ ทุกคนเรียกร้องอยากให้พรรคประชาชนมีพื้นที่ ให้ทําภารกิจอะไรสักอย่างร่วมกับพรรค เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน 

"ถ้ามีใครบอกว่า เลิกเชื่อในระบบอาสาสมัคร ผมเองก็คงต้องลาออกจากนักการเมือง เพราะผมเข้ามาทํางานการเมือง เพราะอาสาเหมือนกัน ดังนั้น ยังคงเชื่อว่า การทําระบบอาสาสมัคร ยังมีอยู่ในทุกหน่วยเลือกตั้ง และระบบการจัดตั้งที่เข้มแข็ง ใช้เงินแบบที่ทํากันอยู่ จะเป็นกลไกสําคัญ ที่จะทําให้เราทําการเมืองในอุดมคติเป็นจริงมากขึ้น" นายณัฐพงษ์ กล่าว