วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน 2569

Login
Login

รมว.กห. ให้กำลังใจ มทภ.4 ด้าน กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้ ข่าวยุบ รร. ไม่จริง

รมว.กห. ให้กำลังใจ มทภ.4 ด้าน กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้ ข่าวยุบ รร. ไม่จริง

”รมว.กห.“ ให้กำลังใจ “มทภ.4“ เป็นคนตั้งใจทำงาน ด้าน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจงข้อมูลบิดเบือน ประกาศกฎอัยการศึก ยุบ รร.

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 เม.ย.2569 ที่ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวให้กำลังใจ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 หลังยังคงเกิดกระแสให้ย้ายออกจากตำแหน่ง จากคนในพื้นที่ว่า แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นคนที่ตั้งใจ และโดยส่วนตัวก็เป็นเพื่อนกัน อยู่อีสานด้วยกันมาทั้งชีวิต ส่วนตัวได้ให้คำแนะนำ เรื่องการนำยุทธศาสตร์พระราชทาน ตามนโยบายของรัฐบาล การเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ให้เข้าไปพูดคุยกับโรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนตาดีกา และโรงเรียนเอกชน เพื่อสร้างความเข้าใจก่อน เมื่อเข้าใจกันรู้จักกันความเชื่อใจกันก็จะเกิดขึ้น เมื่อความเชื่อใจเกิดขึ้นค่อยกำหนดแนวทาง ในการพัฒนาร่วมกันได้ ตนยืนยันอย่างนั้น เพราะยุทธศาสตร์พระราชทาน เราใช้ และประสบความสำเร็จในทุกพื้นที่ทุกเหตุการณ์ 

เมื่อถามว่า ในพื้นที่ยังคงมีการลงภาพ และใช้ IO ปั่น พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า อยากให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่กังวลหรือไม่ว่าสถานการณ์อาจจะรุนแรงขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า “เรื่องนี้มันจบแล้ว เขาคุยกันเข้าใจแล้ว” 

ด้าน  พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า กรณีมีการเผยแพร่ข้อความและภาพในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าแม่ทัพภาคที่ 4 มีคำสั่งให้ยุบโรงเรียนที่มีปัญหาทั้งหมด พร้อมประกาศกฎอัยการศึกใน 5 จังหวัด และมีถ้อยคำในลักษณะรุนแรงนั้น ข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม (Fake News) ไม่มีคำสั่งหรือแนวนโยบายในลักษณะดังกล่าวจากหน่วยงานความมั่นคงหรือแม่ทัพภาคที่ 4 แต่อย่างใด

ทั้งนี้ การดำเนินงานของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยึดหลักกฎหมาย นิติรัฐ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษา ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม การเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนในลักษณะดังกล่าว อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด สร้างความตื่นตระหนก และบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ 

ขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนการแชร์ และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานทางราชการหรือสื่อที่เป็นทางการเท่านั้น หากพบการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จในลักษณะสร้างความเสียหาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด