วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

‘ถอนทุน’ ถึง ‘ถังแตก?’ หล่มศรัทธา ซ้ำเติมวิกฤติรัฐบาล

‘ถอนทุน’ ถึง ‘ถังแตก?’ หล่มศรัทธา ซ้ำเติมวิกฤติรัฐบาล

สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน กับการเจรจาหยุดไฟสงคราม โดยเฉพาะเงื่อนไขการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่อยู่ในอาการลักปิดลักเปิด ส่งผลให้ทั่วโลกตกอยู่ในภาวะกังวลกับราคาพลังงานและน้ำมันอีกครั้ง

ประเทศไทยเอง ก็เต็มไปด้วยความน่ากังวลหลายด้าน ทั้งวิกฤติน้ำมันแพง ที่กระทบเป็นลูกโซ่ กดดันค่าครองชีพประชาชน จนหลายฝ่ายประเมินว่า วิกฤติเศรษฐกิจลูกใหญ่ จะถาโถมเข้าใส่ในอีกไม่ช้า

ท่าทีของรัฐบาลโดย รองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ยอมรับว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาดำเนินการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 500,000 ล้าน เพื่อเตรียมรองรับวิกฤติที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งสถานการณ์พอเข้าใจได้ว่า มีความจำเป็น ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็คงต้องทำแบบนี้

ดูแล้วไม่วายที่รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล จะต้องเผชิญเสียงวิจารณ์ ว่ากำลังถังแตก อย่างเลี่ยงไม่ได้ เหมือนหลายรัฐบาลในอดีต และหากกู้มาแจก ก็จะเข้าทางฝ่ายตรงข้ามให้โจมตีตามระเบียบ แม้จะมีเหตุผลความจำเป็นต้องอุ้มกลุ่มเปราะบางก็ตาม

ปัญหาสำคัญของรัฐบาล คือไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนเท่าใดนัก จากการบริหารวิกฤติน้ำมัน ข้อครหาถอนทุนเลือกตั้ง ก็ยังดังในหัวประชาชน การจะขับเคลื่อนนโยบายหรือมาตรการใดต่อจากนี้ ที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงหลีกเลี่ยงความไม่ไว้วางใจของสังคมค่อนข้างยาก

ต้องจับตาความโปร่งใส หากรัฐบาลอัดฉีดงบกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนใหญ่ ยิ่งส่วนที่ต้องเบิกจ่ายผ่านกลไกท้องถิ่น ยิ่งน่ากังวล ว่าผู้ได้ประโยชน์เต็มๆ จะไม่ใช่ประชาชน แต่อาจเป็นเครือข่ายผู้มีอำนาจ

จะว่าไป การขึ้นสู่ตำแหน่งของ ครม.อนุทิน 2 ในจังหวะเผชิญวิกฤติน้ำมัน ชนิดไม่มีเวลาฮันนีมูน ไม่ได้เสวยอำนาจแบบที่วาดวิมานไว้ แต่ถ้ามองมุมกลับกัน จังหวะวิกฤติของประเทศ เป็นโอกาสของผู้นำ และครม.ให้แสดงฝีมือ แต่ดูเหมือนโอกาสนั้นหลุดลอยไปแล้ว และเมื่อย้อนปูมหลังของคีย์แมนและพรรคแกนนำรัฐบาล ความเชื่อมั่นที่มีต่อยี่ห้อนี้ คงไม่ต้องบอกว่าเป็นอย่างไร

ท่ามกลางวิกฤติศรัทธาและความเชื่อมั่นที่รัฐบาลเจอเต็มๆ พรรคร่วมฝ่ายค้าน เองก็ไปกันคนละทิศคนละทาง พรรคประชาชน ที่ถูกตั้งเงื่อนไขร่วมงานมากที่สุดพรรคหนึ่ง ไม่เฉพาะจับมือเป็นรัฐบาล บทบาทฝ่ายตรวจสอบ ก็อาจจะจูนกับพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคกล้าธรรม ไม่ติด

มิหนำซ้ำ พรรคส้มกำลังฝ่านิติสงครามรอบใหม่ จากกรณี 44 สส.ก้าวไกล เข้าชื่อแก้ไข ม.112 ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ศาลฎีกานัดพิจารณาคำร้องของ ป.ป.ช. 24 เม.ย.นี้ สุ่มเสี่ยงที่ 10 สส. พรรคประชาชน ในปัจจุบันจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

ประชาธิปัตย์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นฝ่ายค้านมืออาชีพ ก็เจอภาวะรวนภายในจากกรณีงูเห่า เมื่อศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ฉกตัวบุคคลระดับรองหัวหน้าพรรค วีระพงษ์ ประภา ไปหน้าตาเฉย เพื่อรับตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย ในทางการเมืองแทบไม่ค่อยเห็นปรากฎการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยนัก

ส่วนกล้าธรรม ที่ถูกจัดเป็นฝ่ายค้านรอร่วม ช่วงหลังมานี้แกนนำพรรคเชียร์รัฐบาลเต็มสูบ ให้อัปเกรดคนละครึ่งพลัส จาก 2,000 เป็น 4,000 ถึงกู้มาแจกยังไงก็คุ้ม ท่าทีพินอบพิเทาไม่น้อย

บริบทของพรรคฝ่ายค้าน ก็ถูกตั้งความหวังว่าผลงานจะเข้าตาประชาชน แม้รัฐบาลจะมีขุมข่ายแน่นเต็มกำลัง ทั้งในและนอกสภา ผู้มีอำนาจตัวจริงที่ทำหน้าที่ผู้จัดการรัฐบาล ถูกมองว่ามีอิทธิพลต่อองค์กรที่เป็นกลไกชี้เป็นชี้ตายทางการเมือง จนยากจะโดนล้ม เว้นเสียแต่จะบริหารผิดพลาดล้มเหลว ขัดใจประชาชน จนประเทศวิกฤติไม่ไหวแล้ว