วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

'กลุ่มสว.เหนือ' เรียกร้อง 'รัฐบาล' ยืนยันร่างกม.อากาศสะอาด

'กลุ่มสว.เหนือ' เรียกร้อง 'รัฐบาล' ยืนยันร่างกม.อากาศสะอาด

"สว.ภาคเหนือ" รวมกลุ่มเรียกร้อง "อนุทิน" ให้ยืนยันร่าง กม.อากาศสะอาด หวังเป็นกลไกแก้ปัญหามลพิษ-ฝุ่นพิษให้เป็นระบบ พร้อมแนะให้ใช้ความร่วมมือปชช. แก้ปัญหาไฟป่า

ที่รัฐสภา สว.กลุ่มภาคเหนือ นำโดยนายมังกร ศรีเจริญกูล สว.น่าน น.ส.มณีรัฐ เขมะวงศ์ สว.เชียงราย  พ.ต.ท. สง่า ส่งมหาชัย สว.ลำปาง นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สว.เชียงใหม่ นางกัลยา ใหญ่ประสาน สว. ลำพูน แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาฝุ่นพิษ พร้อมกับให้ยืนยันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ...  ต่อสภา

โดย นายมังกร กล่าวว่า การแก้ปัญหาใปัจจุบบันไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ แม้จะใช้งบประมาณลงไปเกือบพันล้านบาท ซึ่งตนได้รับเสียงสะท้อนถึงปัญหาจากหน้างานมาว่า คือ

1.ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานที่เข้าไปจัดการทั้งมหาดไทย อาสาสมัคร อุทยาน และหน่วยงานทหาร

2.เรื่องงบประมาณที่ไม่ทั่วถึง จึงอยากให้เพิ่มค่าโอทีให้เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ

3.อุปกรณ์เครื่องพ่นลม ที่ขณะนี้พังไปกว่าครึ่งหนึ่ง แต่กลับไม่มีงบประมาณในการดูแลรักษา

4.ราคาน้ำมันที่แพง ในพื้นที่จึงต้องการเครื่องทุ่นลมแบบไฟฟ้า

5.การประกาศปิดป่า ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน

ฉะนั้น รัฐบาลต้องมีทางออกให้ชาวบ้านว่าในช่วงที่ปิดป่านั้น จะชดเชยหรือมีอาชีพอื่นใดให้ชาวบ้านทำแทน 

ด้าน น.ส.มณีรัฐ  กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดเชียงรายเผชิญกับปัญหามลพิษข้ามพรมแดน ทั้งฝุ่นพิษและน้ำปนเปื้อน จากสถิติเราต้องอยู่กับฝุ่นในค่าที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน 3-4 เดือนต่อปี ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้นทุกปี สาเหตุหลักไม่ได้มาจากแค่การเผาป่าแต่มาทั้งจากภาคเกษตร อุตสาหกรรมและคมนาคม รวมถึงมลพิษข้ามพรมแดน ตอนนี้เราโฟกัสผิดจุดไปที่การเผาป่าอย่างเดียวหรือไม่ เพราะฝุ่นจากการเผาไหม้เหล่านี้ไม่ได้เกิดแค่ในประเทศไทย

"การแก้ไขปัญหาฝุ่นPM 2.5 จึงต้องเริ่มต้นจากการจัดการที่ต้นตอของปัญหา ซึ่งเป็นปัญหาระดับโครงสร้างที่มาตรการเฉพาะหน้าแก้ไขไม่ได้แต่จำเป็นต้องอาศัยกฎหมายเฉพาะที่ครอบคลุม เพื่อจัดการมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ  จึงขอให้รัฐบาลเร่งยืนยันร่างพ.ร.บ.เพื่ออากาศสะอาด ให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณา ภายในวันที่ 13 พ.ค. ก่อนที่จะตกไปอีกครั้ง เพื่อคืนสิทธิ์ขั้นพื้นฐานให้ประชาชนได้มีอากาศสะอาดที่ยั่งยืน เพราะลมหายใจของประชาชนรอไม่ได้” น.ส.มณีรัฐ กล่าว 

ทางด้าน  นายประหยัด  กล่าวว่า ขณะนี้มีมาตรการและนโยบายจากส่วนกลาง โดยเฉพาะนโยบายห้ามเผาเด็ดขาดแบบเหมารวมซึ่งคนในชุมชนเขตป่าบางส่วนยังมีวิถีชีวิตที่ต้องใช้ไฟ แบบไร่หมุนเวียน วันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยจะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วจะเห็นความเดือดร้อนของประชาชน จึงควรแสดงจุดยืนให้ชัดเจนประกาศว่าจะนำร่างพ.ร.บ. อากาศสะอาดกลับมาพิจารณาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าปัญหาใหญ่อีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นคือเรื่องของการบริหารภาครัฐเรื่องการกระจายอำนาจการบริหารเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ส่วน นางกัลยา  บอกว่าตนยังมีความหวังกับการแก้ปัญหา แต่ไม่ใช่การบริหารแบบเดิมจะต้องเป็นการกระจายอำนาจและปลดล็อคเรื่องการใช้งบประมาณ ต้องให้คนที่อยู่ในพื้นที่สามารถซื้อสิ่งที่จำเป็นเป็นประโยชน์และสามารถทะลุทะลวงแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง การที่ไม่ให้ประชาชนเข้าป่าก็เท่ากับว่าทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าป่าเพื่อไปตายอย่างเดียว เพราะสู้กับไฟไม่ได้แน่นอน แต่ถ้าให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมแม้แต่คนที่จะเข้าไปจุดไฟ เขาก็จะเข้าไปจับให้เอง