ดีเอสไอ เรียก 8 บริษัทเจ้าของเรือ จาก 12 ลำ พบความผิดปกติ ปมน้ำมันหายกลางทะเล เข้าให้ข้อมูลในฐานะพยาน 21-23 เม.ย.นี้ เร่งรวบรวมพยานหลักฐานพิจารณาตั้งเป็นคดีพิเศษ
เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าในคดีการกักตุนน้ำมัน หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกข้อกำหนดในการรับคดีการกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ และได้รับคดีโรงกลั่นจ.สุราษฎร์ธานีไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว รวมถึงได้ดำเนินการสืบสวนคดีที่พบเที่ยวเรือผิดปกติในการขนส่งน้ำมัน จนดีเอสไอได้ออกหมายเรียกเจ้าของเรือ 12 ลำ หลังจากพบว่ามีความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันล่าช้า ในจำนวน 20 เที่ยวเรือ ที่รับน้ำมันออกจากโรงกลั่นในนภาคตะวันออกเพื่อไปยัง คลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี ให้เข้ามาพบสัปดาห์นี้
ล่าสุด พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 21 - 23 เม.ย.นี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เชิญตัวแทนจาก 8 บริษัทที่เข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนพบว่ามีน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 57-60 ล้านลิตร เข้าให้ข้อมูลและพยานหลักฐาน ที่ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค
โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เชิญทั้ง 8 บริษัทมาสอบปากคำในฐานะพยาน ซึ่งประเด็นที่จะใช้ในการสอบถาม ประกอบด้วย การประกอบธุรกิจของบริษัทเป็นมาอย่างไร มีใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรืออย่างไรบ้าง มีความเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันทางเรืออย่างไร และการขนส่ง น้ำมันในเที่ยวที่ตรวจพบความผิดปกติมีที่มาที่ไปอย่างไร เป็นต้น เบื้องต้นพบว่า ทั้ง 8 บริษัทให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี และขณะนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ อยู่ระหว่าง เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาตั้งคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากต้องรอการสอบปากคำ รวมถึงข้อมูลจากบริษัททั้งหมดมาประกอบการพิจารณาก่อน
ส่วนคดีโรงกลั่นในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่เข้าข่ายกักตุนน้ำมัน ปัจจุบันกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษแล้ว และในวันนี้ตนเองก็ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเข้าพบ และหารือกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในประเด็นที่พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีเคยร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับบริษัทคลังน้ำมัน บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด ไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อเตรียมรับโอนสำนวนจากตำรวจสุราษฎร์ธานีมายังคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษต่อ





