ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้อง เหตุ สว.สำรอง ผู้ฟ้องไม่มีอำนาจ ยื่นฟ้อง 7 กกต.พ่วงเลขาฯ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปมดำเนินคดีฮั้ว สว.ล่าช้า
เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางศาล มีคำสั่งยกฟ้องชั้นตรวจฟ้อง คดีที่อดีต สว.สำรอง ยื่นฟ้องกรรมการการเลือกตั้ง 7 คน และเลขาธิการ กกต. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีการดำเนินคดีฮั้ว สว. ล่าช้า
โดยคดีนี้นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. พร้อมคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวม 8 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สืบเนื่องจากกรณีการสอบสวนคดีฮั้ว สว. ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการล่าช้า และไม่มีความคืบหน้า
ภายหลังฟังคำสั่ง นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าโจทก์ ไม่มีอำนาจฟ้อง คนมีอำนาจฟ้องจะต้องเป็นอัยการสูงสุด ซึ่งคดีนั้น สน.ทุ่งสองห้องทำสำนวนส่ง ปปช.ไปเเล้ว และหลังจากนี้ก็จะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ต่อ อาจจะมีการยื่นต่อศาลฎีกาเเต่จะเป็นประเด็นไหนขอยังไม่เปิดเผย ส่วนจะยื่นอุทธรณ์ต่อหรือไม่ หรือใช้ช่องทางอื่นก็จะไปพิจารณาปรึกษากันอีกที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ศาลเคยนัดฟังคำสั่งครั้งเเรกเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2568 และมีคำสั่งให้โจทก์แก้ไขคำฟ้อง ซึ่งโจทก์ได้ยื่นคำฟ้องฉบับใหม่ภายในกำหนด ศาลจึงรับไว้พิจารณาในชั้นตรวจฟ้อง
ต่อมา เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ศาลนัดฟังคำสั่งครั้งที่ 2 เเละวันนั้นมีคำสั่งให้สำนักงาน กกต. และสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องรวม 10 ประเด็น ภายในวันที่ 23 ม.ค. 2569
แต่ปรากฏว่าสำนักงาน กกต. ยื่นขอขยายเวลาชี้แจงออกไปอีก 30 วัน ซึ่งศาลอนุญาตให้ถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่ สน.ทุ่งสองห้อง ยังไม่ส่งคำชี้แจงต่อศาลภายในกำหนด ศาลจึงแจ้งให้โจทก์ทราบ และเปิดโอกาสให้ยื่นคัดค้านเป็นหนังสือภายในวันที่ 9 มีนาคม 2569 หากไม่ยื่นจะถือว่าไม่ติดใจโต้แย้ง พร้อมมีคำสั่งเลื่อนนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องออกไปเป็นวันนี้ก่อนจะมีคำพิพากษายกฟ้อง
โดยเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ก็เคยมีคำพิพากษายกฟ้อง กกต. โดยให้เหตุผลว่าคดีอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง เป็นคดีที่ นายวิระศักดิ์ สายทอง ผู้สมัคร สส. เขต 10 ขอนแก่น พรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมพวกรวม 8 คน
ปมเหตุแห่งคดี: QR Code ทำลายความลับการเลือกตั้ง
ศาลมีประเด็นวินิจฉัยสำคัญระบุว่า จำเลยที่ 1-7 มีสถานะเป็น "กรรมการการเลือกตั้ง" ซึ่งถือเป็น ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น คดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเช่นนี้ จึงอยู่ในอำนาจของ "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" ไม่ใช่เขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้
เเละเพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องเขตอำนาจศาล ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 4 จึงมีคำสั่งให้เสนอปัญหานี้ต่อ ประธานศาลอุทธรณ์ เป็นผู้ใช้อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดตามกฎหมาย พร้อมสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเป็นการชั่วคราว เพื่อรอคำวินิจฉัย โดยศาลได้นัดฟังคำสั่งครั้งวันที่ 7 ก.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ซึ่งศาลนัดฟังคำวินิจฉัยและคำสั่งชั้นตรวจฟ้องอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าหลังจากที่ประธานศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยลงมาเเล้ว
จากการตรวจสอบวันนี้พบว่าสำนวนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของประธานศาลอุทธรณ์





