วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569

Login
Login

'เอกภพ' จี้ 'สปสช.' เปิดตัวเลขโยกงบLTC หนุน หน่วยนวัตกรรม7นางฟ้า

'เอกภพ' จี้ 'สปสช.' เปิดตัวเลขโยกงบLTC หนุน หน่วยนวัตกรรม7นางฟ้า

"สส.ปชน." ปีกสาธารณสุข จี้ “บอร์ด สปสช.” เปิดตัวเลข โยกงบกองทุนลองเทอมแคร์  ให้ หน่วยนวัตกรรม7นางฟ้า หวั่นกระทบการดูแลผู้ป่วยติดเตียงระยะยาว

ที่รัฐสภา นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงเรียกร้องให้ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เปิดเผยงบประมาณที่โยกจากกองทุนดูแลระยะยาวสำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (ลองเทอมแคร์) หรือ แอลทีซี หลังจากที่มีมติเมื่อ 1 เม.ย. ให้โยกงบดังกล่าวไปให้กับหน่วยนวัตกรรมวิถีใหม่ หรือ นวัตกรรม7 นางฟ้า ที่ประกอบด้วยคลินิกเอกชนและร้านยาในระบบบัตรทอง ที่ สปสช.เปิดให้สิทธิบัตรทองใช้รักษาโรงเบื้องต้นตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่  ซึ่งพบความเสี่ยงว่าจะขาดทุน ทั้งนี้ตนกังวลว่าหากการโยกงบลองเทอมแคร์อาจกระทบต่อการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะติดเตียง และเสี่ยงว่าจะใช้เงินกองทุนผิดวัตถุประสงค์ได้   อย่างไรก็ดีต้องชี้แจงด้วยว่าการเกลี่ยงบที่ไม่กระทบกับการบริการนั้นคืออะไร

“ปัจจุบันผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงในกทม.มีประมาณ 3 หมื่นคน แต่ได้รับบริการตามสิทธิเพียง 3,000 คนเท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกทม.ไม่สามารถจ้างนักบริบาลได้ นอกจากนั้นแล้วในต่างจังหวัดพบบว่าไม่สามารถจัดหาคนทำงานเต็มเวลาได้ เพราะงานหนักและค่าตอบแทนไม่จูงใจ ได้รับเพียง 5,000-6,000 บาท เท่านั้นทำให้มีเงินค้างในระบบ และเป็นเหตุให้ บอร์ด สปสช. โยกงบไปให้หน่วยนวัตกรรม ทั้งนี้ผมเป็นห่วงว่าการโยงงบที่เกิดขึ้นอาจทำให้กระทบต่อระบบการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงในระยะยาวได้” นายเอกภพ กล่าว

นายเอกภาพกล่าวด้วยว่าจากปัญหาที่เกิดขึ้นตนมองว่าต้องเร่งปฏิรูปทั้งระบบ โดยมีข้อเสนอต่อ กทม. คือ ต้องพัฒนาตลาดแรงงานที่ให้บริการรลองเทอมแคร์ อย่างจริงจัง มีนักบริบาลดูแลผู้ป่วยระยะยาว และต้องมีการฟื้นฟูสมรรรถภาพผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงผู้ป่วยติดเตียง โดยให้มีนักกายภาพบำบบัด 1.5หมื่นคนในกทม. ทั้งนี้ปัจจุบันผู้ป่วยที่ต้องดูแลระยะยาวมีประมาณ  5 หมื่นคน รวมถึงต้องจัดสวัสดิการและคุ้มครองความปลอดภัย ทั้งนี้อาจใช้การร่วมทุนกับเอกชน ที่เหมือนกับบริษัทกรุงเทพธนาคม เป็นต้น