วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

เกม 2 ขา ภท. ‘บริหาร - นิติบัญญัติ’ เดิมพัน 4 ปีบัลลังก์ ‘อนุทิน’

เกม 2 ขา ภท. ‘บริหาร - นิติบัญญัติ’ 4 รมต.ไขก๊อก ‘สส.’ สกัดเกมสภาฯ - ดัน ‘4 บ้านใหญ่’ ถือตั๋วผู้แทน ‘เสถียรภาพ-ความเชื่อมั่น’ เดิมพัน 4 ปีบัลลังก์ ‘อนุทิน’

KEY POINTS

  • พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กำลังใช้ยุทธศาสตร์ "เกม 2 ขา" คือ การทำงานในฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติควบคู่กันไป เพื่อเดิมพันให้รัฐบาลของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล อยู่ครบวาระ 4 ปี
  • ในขา "ฝ่ายบริหาร" รัฐบาลกำลังเผชิญบทพิสูจน์ในการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ และความมั่นคง โดยได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
  • ในขา "ฝ่ายนิติบัญญัติ" มีการวางเกมให้รัฐมนตรีของพรรคลาออกจากการเป็น สส. เพื่อแยกบทบาทของสองฝ่ายออกจากกัน และเพื่อป้องกันเกมการเมืองเรื่ององค์ประชุมในสภาจากฝ่ายค้าน
  • การลาออกจากตำแหน่ง สส. ของรัฐมนตรี เป็นการเปิดทางให้ผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับถัดไป ซึ่งรวมถึงตัวแทนจาก "บ้านใหญ่" หลายตระกูล ได้เข้ามาทำหน้าที่ในสภาแทน
  • อย่างไรก็ตาม แกนนำพรรคคนสำคัญอย่างนายกฯ อนุทิน และเลขาธิการพรรค ยังคงสถานะ สส. ไว้เพื่อคุมเกมในสภาโดยตรง
  • ยุทธศาสตร์สองขานี้ถือเป็นเดิมพันสำคัญว่าพรรคภูมิใจไทยจะสามารถประคับประคองรัฐบาล และตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอนุทินให้อยู่รอดครบเทอมได้หรือไม่ ท่ามกลางมรสุมปัญหาที่รุมล้อม

“รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย” ที่เริ่มเข้าสู่โหมดนับหนึ่งบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มรูปแบบ กำลังถูกจับตาว่า จะสามารถประคับประคองให้รัฐบาลอยู่ครบเทอม 4 ปี ดังที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ประกาศในวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ได้หรือไม่ อย่างไร 

ท่ามกลางสารพัดปัจจัยที่กำลังเป็นบทพิสูจน์ฝีมือ ไม่ว่าจะเป็น “วิกฤติพลังงาน”ที่ลุกลามถึงวิกฤติเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบในวงกว้างเวลานี้ ที่ต้องจับตาคือ “แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ” ในเวอร์ชันสีน้ำเงิน ประเดิมล็อตแรก ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2569 ที่ประชุมมีมติอนุมัติงบกลางกว่า 7,742 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 ด้านดังนี้

1.ดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยใช้งบกลาง 6,022.85 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการแก่ผู้มีสิทธิ ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 จำนวน 4,700 ล้านบาท อย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2569 และสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบให้แก่กลุ่มเปราะบาง ตามมติ ครม.26 มี.ค.2569 จำนวน 1,322.85 ล้านบาท

2.มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ขับรถรับจ้าง ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง และผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแบบไม่ประจำทาง ใช้งบกลาง 1,458 ล้านบาท และจะใช้งบจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) อีก 601 ล้านบาท เพื่อสมทบมาตรการนี้ ซึ่งจะดูแลรถยนต์จำนวน 467,507 แสนคัน ใน 2 กลุ่มหลัก 

เกม 2 ขา ภท. ‘บริหาร - นิติบัญญัติ’ เดิมพัน 4 ปีบัลลังก์ ‘อนุทิน’

ได้แก่ 1. ผู้ประกอบการขนส่ง และผู้ขับรถรับจ้างที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวนรถรวม 180,332 คัน 2. ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแบบไม่ประจำทาง จำนวน 287,175 คัน

3.มาตรการบรรเทาค่าครองชีพประชาชน โดยใช้งบกลาง 260.60 ล้านบาท ผ่าน 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ 1. โครงการ “ธงเขียวราคาประหยัดพลัส” จัดจำหน่ายสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิตในราคาประหยัด ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ช่วยลดต้นทุนเกษตรกรได้ 150 ล้านบาท ส่งผลให้เกษตรกรมีเงินไว้ใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น

2. โครงการ “เยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน” ผ่านงานธงฟ้า รถโมบาย และรถพุ่มพวง จัดทั่วประเทศ คาดช่วยลดภาระประชาชน ไม่น้อยกว่า 228 ล้านบาท

3. โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ คาดสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท

ล่าสุดยังได้เห็นสัญญาณจาก “นายกฯ อนุทิน” เตรียมปล่อยโปร ล็อต 2 ไม่ว่าจะเป็น “โครงการคนละครึ่งพลัส” ที่ขณะนี้ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้วางรูปแบบไว้แล้ว มีความคืบหน้าไปกว่าครึ่งทาง โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด

หรือแม้แต่มาตรการช่วยเหลือเรื่องค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่ให้เกินหน่วยละ 3 บาทแก่ทุกกลุ่ม โดยคิดราคาตามขั้นบันได

ไหนจะการตั้ง “12 กุนซือ” มีทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการค้า อดีตข้าราชการ เพื่อสยบภาพความล้มเหลวการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

หรือแม้แต่กรณีปัญหาไฟใต้จากเหตุกราดยิง “สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” เชื่อมโยงไปถึงกลุ่มคนมีสี ที่กำลังเป็นความท้าทายนายกฯ อนุทิน ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

ภายใต้ปัญหาเศรษฐกิจ และความมั่นคงที่กำลังรุมล้อมรัฐบาลในเวลานี้ จึงเป็นบททดสอบ “รัฐบาลอนุทิน” ที่ถืออำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมีสารพัดองคาพยพอยู่ในมือ 

เกม 2 ขา ภท. ‘บริหาร - นิติบัญญัติ’ เดิมพัน 4 ปีบัลลังก์ ‘อนุทิน’

 เกม 2 ขา แนวรบบริหาร-นิติบัญญัติ

เหนือไปกว่านั้น ภายใต้ศึกนอก-ศึกในที่กำลังรุกไล่รัฐบาลในเวลานี้ ในขณะที่เกมสภาฯ กำลังรอจังหวะรุกคืบเพื่อชิงจังหวะขยี้แผล 

ล่าสุด คือ ท่าที “5 พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ที่เตรียมยื่นญัตติด่วนต่อที่ประชุมสภาฯ เพื่อชำแหละปมล้มเหลวรัฐบาล ทั้งปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ รวมถึงการแก้ปัญหาค่าครองชีพประชาชน

ภายใต้เกมนิติบัญญัติที่กำลังรุกคืบในเวลานี้ จึงมีความเคลื่อนไหวจากพรรคภูมิใจไทย ในการวางเกม โดย “รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย” มีข้อตกลงที่จะลาออกจากตำแหน่ง สส. เพื่อแยกบทบาท ระหว่าง “ฝ่ายบริหาร” ออกจาก “ฝ่ายนิติบัญญัติ” อีกทั้งเป็นการแก้เกมฝ่ายค้านที่อาจงัดเกมองค์ประชุมออกมาเล่นได้ทุกเมื่อ

ประเดิมที่ “ซาบีดา ไทยเศรษฐ์” รมว.วัฒนธรรม ลาออกจากการเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 5 มีผลตั้งแต่ วันที่ 2 เม.ย.2569 และเลื่อน “นิกร จำนง” ลำดับที่ 20 ขึ้นมาเป็น สส.แทน

นอกจากนี้ ยังมี “ไตรศุลี ไตรสรณกุล” ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อรับตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เม.ย.69 ตามติดๆ มาด้วย “วราวุธ ศิลปอาชา” รมว.อุตสาหกรรม​ ที่ล่าสุดได้ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อแล้วเช่นกัน 

เปิดทาง “4 บ้านใหญ่” ถือตั๋วผู้แทน

รวมทั้ง “ศุภมาส​ อิศร​ภักดี” ​รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ “เอกนั​ฏ​ พร้อม​พันธุ์” รมว.พลังงาน  ส่งผลให้ “4 บ้านใหญ่” ทั้ง ปิติ ปิตุเตชะ บ้านใหญ่ระยอง พิบูลย์ รัชกิจประการ บ้านใหญ่พัทลุง พงศกร อรรณนพพร บ้านใหญ่ขอนแก่น และ ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู บ้านใหญ่แพร่ เตรียมถือตั๋ว สส.เข้าสภาฯ 

ภายใต้กติกา ข้อตกลงนี้ เว้นวรรค 2 แกนนำ คือ “อนุทิน” ​ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการ​พรรคภูมิใจไทย ยังต้องมีสถานะ สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อคุมเกมสภาฯ อีกชั้น

ภายใต้ดุลอำนาจ “รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย” ที่แม้จะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในเชิงอำนาจ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลานี้สถานการณ์ที่รัฐบาลกำลังเผชิญมรสุมวิกฤติพลังงาน ที่ลามเศรษฐกิจ ทำให้สั่นคลอนความเชื่อมั่นตั้งแต่เริ่มต้น

ดังนั้น จึงต้องจับตาการแก้เกมของ “ค่ายสีน้ำเงิน” ที่กำลังขยับปรับยุทธศาสตร์ในเวลานี้ จะพลิกสถานการณ์ เพื่อค้ำบัลลังก์ “นายกฯหนู” ให้อยู่ครบเทอม 4 ปีได้หรือไม่ 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์