วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน 2569

Login
Login

'ซูการ์โน' เชื่อปมลอบยิง 'กมลศักดิ์' ไม่กระทบสัมพันธ์ร่วมรัฐบาล

'ซูการ์โน' เชื่อปมลอบยิง 'กมลศักดิ์' ไม่กระทบสัมพันธ์ร่วมรัฐบาล

"ซูการ์โน" เผย 4 สส.ประชาชาติ ร่วมวงทานข้าวเที่ยง กับ "นายกฯ" พรุ่งนี้ พร้อมยื่นข้อมูลยิง "กมลศักดิ์" ถึงมือนายกฯ เชื่อไม่กระทบสัมพันธ์ภาพ ภท.-ร่วมรัฐบาล

นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา และเลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.นราธิวาสและ จ.ยะลา  ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในวันพรุ่งนี้ (17 เม.ย.) ว่า ตามกำหนดการนายกฯ จะประชุมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.นราธิวาสก่อน จากนั้นช่วงเที่ยง จะเดินทางมาที่บ้านพักของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อรับประทานอาหารร่วมกับ นายวันมูหะมัดนอร์ และ สส.เขตของพรรคประชาชาติ รวม 4 คน  ยกเว้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ

นายซูการ์โน กล่าวต่อว่าในระหว่างนั้นนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดีที่ถูกคนร้ายลอบยิงที่บ้านพัก เมื่อ 20 มี.ค.  นอกจากนั้นแล้วทราบว่าจะมีตัวแทนสมาคมสมาพันธ์ โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ปอเนาะ ตาดีกา จะยื่นแถลงการณ์ต่อนายกฯ กรณีของพล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่4 ด้วย

เมื่อถามว่าขณะนี้ประเด็นลอบยิงถูกขยายผลไปเป็นความขัดแย้งระหว่างผู้นำ ผู้สอนศาสนา กับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ มีข้อกังวลใดหรือไม่ นายซูการ์โน กล่าวว่า มีความเป็นห่วง เพราะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่อ่อนไหวง่าย  ทั้งนี้ที่ผ่านมามีความพยายามแก้ไขปัญหาด้วยหลักเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา และสถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ แต่พอเจอเหตุการณ์ลอบยิงนายกมลศักดิ์ ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่แย่ลง เพราะคนร้ายที่ก่อเหตุล้วนเป็นคนในวงการทหาร อีกทั้งตอนเกิดเหตุหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่กลับไม่ดำเนินการแบบทันทีทันใด จนตำรวจเข้าไปสอบสวน สืบสวน และพิสูจน์จนเจอหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับทหาร

“เมื่อคนที่เป็นตัวแทนของประชาชนไม่ปลอดภัย ประชาชนในพื้นที่กังวลความปลอดภัยของตนเอง และเมื่อแม่ทัพภาคที่4 สะกิดประเด็นของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โรงเรียนปอเนาอะ-ตาดีกา ที่ไปรับข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงว่าเป็นสถานที่บ่มเพาะคนให้อยู่ฝั่งตรงข้าม และใช้ปฏิบัติการไอโอโจมตีสื่อมวลชน โจมตีนักการเมือง ทำให้เกิดความแตกแยกในพื้นที่ ประชาชนเริ่มแบ่งเป็นสองพวก” นายซูการ์โน กล่าว

เมื่อถามว่าขณะนี้ในพื้นที่ประชาชนสนิทใจกับหน่วยความมั่นคงหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า  ฝ่ายความมั่นคงต้องทำความจริงให้ปรากฎ เพราะคดีของนายกมลศักดิ์ มีหลักฐานว่าเป็นยานพาหนะของกอ.รมน. และคนยิงเป็นอดีตทหารเรือ คนให้ยืมรถมียศเป็นทหาร ที่ผ่านการฝึกฝนจากหน่วยรบพิเศษ ที่สามารถฆ่าตัวแทนประชาชนได้ ส่วนที่โบ้ยเรื่องให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ปอเนาะ ตาดีกา ถือว่าไม่ถูกต้อง ดังนั้นการแก้ไขเรื่องนี้ต้องแก้ที่เนื้อร้ายในองค์กรของท่าน

เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่สี่ นายซูการ์โน กล่าวว่า ตนไม่ขอแสดงความเห็น เพราะอยู่ที่นายกฯ จะพิจารณา อย่างไรก็ดีตามกฎหมาย ศ.อบต. นั้นสามารถโยกย้ายได้หากไม่สามารถทำงานให้บรรลุเป้าหมายความสำเร็จ

เมื่อถามว่ามองว่าหากนายกฯ ไม่ดำเนินการใดๆ ต่อเรื่องนี้จะทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจและส่งผลให้การคลี่คลายความขัดแย้งทำได้ยากหรือไม่ นายซูการ์โน กล่าวโดยเชื่อว่ายาก ดังนั้นนายกฯต้องหาใครเป็นตัวกลางที่เข้าได้กับทุกฝ่าย ทั้งนี้แม่ทัพคนเก่าที่เคยอยู่ไม่มีปัญหาอะไร ไม่เคยดูถูกสถาบันปอเนาะ ไม่เคยดูถูกคนในพื้นที่ หากคนระดับที่ดูแลความมั่นคงมองสถานบันสอนศาสนาว่าเป็นนสถานที่บ่มเพาะศัตรู ตนขอถามว่าเอาอะไรมาคิด ขอให้กลับไปเรียนรู้ใหม่ อย่าฟังจากตำรา

เมื่อถามถึงกรณีที่นายกฯ ตั้งนายวันมูหะมัดนอร์ เป็นประธานที่ปรึกษานายกฯ ที่ดูแลความสงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จะทำให้คลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ นายซูการ์โน กล่าวว่า นายวันมูหะมัดนอ์มีประสบการณ์การทำงานมายาวนาน แต่ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นมาหลายปี ไม่ใช่คที่เป็นรัฐมนตรรีแล้วจะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง แม้รัฐบาลจะทุ่มงบ 5 แสนล้านบาทเพื่อแก้ปัญหา แต่ยังไม่เกิดสันติภาพที่แท้จริง ยังมีเหตุลอบยิง ลอบฆ่า ประชาชน ทหาร ตำรวจและอาสาในพื้นที่และสถานการณ์จะยิ่งถี่มากขึ้นในช่วงที่ใกล้กับการทำงบประมาณประจำปี

เมื่อถามว่าจากกรณีของนายกมลศักดิ์ มองว่าจะทำให้กระทบสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ หากนายกฯไม่เร่งรัด เลขาธิการพรรรคประชาชาติ กล่าวว่า  ไม่มี เพราะการทำงานฐานะรัฐบาล เป็นผลดีต่อการทำงานที่ประสานกัน สามารถติดตาม และส่งข้อมูลถึงมือนายกฯ ได้ และเป็นประโยชน์ต่อการติดตามคดีและปัญหาในพื้นที่ ดังนั้นจึงเชื่อว่าไม่มีปัญหาต่อการทำงานร่วมกัน