"ประธานสภาฯ" หารือส่วนราชการ ฟื้นสภาฯพบประชาชน เตรียมทำโครงการของงบฯปี70 ลุยฟังเสียงประชาชน ประเดิมแก้ยาเสพติด
ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมการจัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน กิจกรรมส่งเสริมบทบาทสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย สำนักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยที่ประชุมได้พิจารณาความคืบหน้าแนวทางการจัดโครงการสภาผู้แทนราษฎรประชาชนฯ ซึ่งการสัมมนาจะจัดขึ้นในวันที่ 27 เม.ย.เวลา 08.30-16.00 น. ที่ อาคารรัฐสภา
โดย นายโสภณ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เป็นการประชุมในโครงการสภาพบประชาชน ซึ่งเป็นโครงการของปี 2569 ที่เราเห็นว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญ ทางสภาฯจึงขอเป็นโซ่ข้อกลาง โดยเชิญหน่วยงาน ภาคประชาชน มาแสดงความเห็นในการแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ เพื่อสะท้อนให้หน่วยงานได้รับทราบ ซึ่งในวันที่ 27 เม.ย. จะเชิญภาคเอกชน ประชาชน และหน่วยงานต่างๆ มาฟังปัญหายาเสพติด และมอบให้ส่วนราชการไปแก้ปัญหา โดยเฉพาะเรื่องการบูรณาการ เพราะเราอยากเห็นการบูรณการอย่างจริงจัง
"ประเทศเรา หรือทั้งโลก กำลังประสบภาวะวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลก การใช้งบประมาณ ต้องใช้ให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด คือเงินก้อนเดียวต้องใช้ร่วมกัน ซึ่งการทำกิจกรรมนี้ ทางสภาฯเล็งเห็นว่ายาเสพติดเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการหารือของ สส. มีการพูดถึงแต่เรื่องนี้มาก" นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามว่าโครงการสภาพบประชาชนจะลงพื้นที่พบประชาชนในพื้นที่ต่างๆหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า เป็นนโยบายของตนฐานประธานสภา ที่อยากเอาฝ่ายนิติบัญญัติ ไปรับฟังปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำมาสะท้อนไปยังฝ่ายบริหาร หรือทำเป็นญัตติเพื่อศึกษา ซึ่งจะได้ข้อสรุปของปัญหาที่แท้จริง เช่น เรื่องยาเสพติดที่เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน
“โครงการนี้ ถือเป็นโครงการที่เราเห็นว่า ร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะเข้าสภาฯเร็วๆนี้ จึงอยากให้หน่วยงานมาฟังปัญหา เพื่อจะได้ไปตั้งคำของบประมาณให้ตรง และจะเชิญ สส.มาฟังปัญหาของแต่ละพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้แก้ไขให้ถูกต้อง ส่วนร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2570 จะเข้าสภาฯเมื่อใด ขึ้นอยู่กับความพร้อมของรัฐบาล”นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามว่านอกจากโครงการแก้ปัญหายาเสพติดแล้วยังมีโครงการอื่นๆอีกหรือไม่ ประธานสภาฯ กล่าวว่า ปัญหาของประเทศมีมากมายที่จะต้องแก้ไข ทั้งเรื่องการศึกษา ภัยแล้ง-ภัยธรรมชาติ ซึ่งจะจัดโครงการแบบเดียวกันนี้อีกหรือไม่ก็ขึ้นอยู่ที่สมาชิกร้องขอและพูดปัญหาต่างๆ ให้มีการจัดสัมมนา เพื่อที่จะสะท้อนปัญหาในพื้นที่ ซึ่งก็ต้องเกี่ยวข้องกับการจัดงบประมาณที่จะเข้าสู่สภาฯ ส่วนหน่วยต่างๆจะรับเอาความเห็นของเราไปแก้ไข้ปรับปรุงอย่างไร เป็นเรื่องของหน่วยงาน ต่อไปสภาฯต้องเป็นสภาฯฟังความเห็นประชาชน และส่งให้ฝ่ายบริหารแก้ไข เพื่อใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน





