วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน 2569

Login
Login

'คปพ.' ชง 'เอกนัฏ' เรียกคืนเงินลาภลอยจากการกักตุนน้ำมัน

'คปพ.' ชง 'เอกนัฏ'  เรียกคืนเงินลาภลอยจากการกักตุนน้ำมัน

"คปพ." เรียกร้อง "รมว.พลังงาน" ปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ออกกฎหมาย เรียกคืนเงินส่วนต่างค่าการกลั่น-ลาภลอยจากการกักตุนน้ำมัน เปิดเสรี ปชช.ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

ที่กระทรวงพลังงาน เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) พร้อมด้วย มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน สภาองค์กรของผู้บริโภค และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก ยื่นหนังสือปมโครงสร้างราคาน้ำมันที่ไม่เป็นธรรม นำโดยนายปานเทพ พัวพงพันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค น.ส.รสนา โตสิตระกูล ประธานคณะอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค  นายคมสัน โพธิคง ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย ร่วมยื่นหนังสือถึง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน พร้อมเรียกร้องให้เร่งปรับโครงสร้างราคาพลังงานที่เป็นธรรม และลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นธรรมกับประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายมีข้อเสนอต่อการแก้ปัญหาวิกฤติราคาพลังงานที่ควรเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงสร้างรราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มเพื่อให้ความเป็นธรรมประชาชน 8 ข้อ ได้แก่ 1.ขอให้ตัดค่าใช้จ่ายของโครงสร้างราคาน้ำมันที่ไม่เกิดขึ้นจริงในโครงสร้างราคาน้ำมันที่อิงราคาสิงคโปร์บวกกับค่าใช้จ่ายสมมติ เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าสูญเสียระหว่างทางจากสิงคโปร์มาไทย ค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน รวมทั้งค่าสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคง เพื่อป้องกันลาภลอยจากสถานการณ์ด้านราคา พร้อมกำหนดเพดานค่าการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 2.50บาทต่อลิตร  และให้กำกับค่าการตลาดตามที่ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติ เมื่อ 21 ก.พ. 2563 ให้น้ำมันดีเซล บี7 มีค่าการตลาดไม่เกิน 1.50บาทและน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล95 และเบนซินแก๊สโซฮอล91 มีค่าการตลาดไม่เกิน 1.85 บาทต่อลิตร

2.ห้ามใช้เอทานอลและไบโอดีเซล ผสมน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ยกเว้นมีราคาต่ำกว่า 10%ของราคาน้ำมันพื้นฐาน เพื่อไม่ให้เป็นภาระของงการชดเชยกองทุนน้ำมันในยามวิกฤติและให้ลดการผสมไอโอซีเดล เหลือบี5 เพื่อไม่เป็นภาระการชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบ 5 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นไม่ควรแก้ไขกฎหมายกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 เพื่อต่ออายุการใช้กองทุนน้ำมันพื่อชดเชยน้ำมันชีวภาพ ซึ่งจะครบกำหนดการบังคับใช้ตามมาตรา 55  ในวันที่ 24 ก.ย. 2569 นี้

 3.ยกเลิกการให้ภาคครัวเรือนใช้แอลพีจี ในราคาสมมติว่านำเข้าจากซาอุดิอาระเบียที่บวกค่าใช้จ่ายน้ำเข้า และให้ครัวเรือใช้แอลพีจีที่ผลิตจากโรงแยกก๊าซในประเทศก่อนด้วยราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม ส่วนภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคปิโตรเคมีให้ตัดขาดจากกองทุนน้ำมัน เพื่อไม่ให้นำเงินนจากกองทุนน้ำมันมาชดเชย

4.ออกคำสั่งทางปกครองตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 3 ประกอบหมวด2 คำสั่งทางปกครอง ส่วนที่6 เพิกถอนคำสั่งทางปกครองมาตรา 49 - 53 เพื่อเรียกคืนเงินชดเชยที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจ่ายให้กับโรงกลั่นส่วนที่เป็นลาภลอย ที่เกินจากค่าการกลั่นที่ตั้งไว้ไม่เกิน 2.50บาทต่อลิตร  หลังจากพบว่าค่าการกลั่นสูงผิดปกติ โดย 1-10 เม.ย. ค่าการกลั่นเฉลี่ยสูงถึง 16.40 บาทต่อลิตร

5.ให้รัฐมนตรีเรียกคืนเงินส่วนเกินที่เป็นส่วนต่างจากราคาน้ำมันที่สต๊อกเก่าก่อนนขึ้นราคาน้ำมัน เพราะถือเป็นลาภลอยจากการกักตุนน้ำมัน

6.ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 ให้อำนาจคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเรียกคืนเงินชดเชยที่จ่ายให้เนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่มีลาภลอยจากค่าการกลั่นที่สูงเกิน 2.50บาทต่อลิตร เข้ากองทุนน้ำมัน

7.รัฐบาลต้องหยุดการกู้เงิน 1.5  แสนล้านบาทให้แก้กองทุนน้ำมัน เพราะไม่มีความจำเป็นหากได้ทำตามข้อเรียกร้องที่เสนอก่อนหน้านี้

และ 8.ส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์บนหลังคาได้โดยสะดวก ให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)  มีมติให้ใช้ระบบหักลบหลบหน่วยราคาค่าไฟได้ และมีนโยบายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)  รับซื้อไฟฟ้าจากหลังคาประชาชนด้วยระบบ net billing