วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569

Login
Login

‘คลองหลอด’ ยุคน้ำเงินเข้ม กระสุนเลือกตั้ง-ฝ่าปมร้อน ‘เขากระโดง’

‘คลองหลอด’ ยุคน้ำเงินเข้ม  กระสุนเลือกตั้ง-ฝ่าปมร้อน ‘เขากระโดง’

ภายใต้อำนาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด บนกระดานอำนาจของ “รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย” มีสารพัดองคาพยพอยู่ในมือ ย่อมต้องจับตาดุลอำนาจรัฐบาลที่เข้าสู่โหมดบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มรูปแบบ หลังการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อ 10 เม.ย.69 

 ผลการเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 พรรคภูมิใจไทย ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “พรรคกระสุน” สามารถกวาด สส.เข้าสภาฯ ถึง192 ที่นั่ง จนสามารถชิงเกมอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาล สานฝัน “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ สมัยสอง ได้สำเร็จ 

ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยหนุนสำคัญ คือ การคุมฟันเฟืองท้องถิ่น ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทยไว้ในมือ 

จึงไม่แปลก ที่นับตั้งแต่เริ่มประกอบร่าง มีการฟอร์มทีม ครม.อนุทิน 2 ย่อมต้องรวบอำนาจกระทรวงมหาดไทยไว้เบ็ดเสร็จ ชนิดที่เรียกว่าเป็นกระทรวงคลองหลอดยุค “สีน้ำเงินเข้ม” ก็ว่าได้ 

ผ่าดุลอำนาจกระทรวงคลองหลอดรอบนี้ ซึ่งมี “มท.หนู” เป็นแม่ทัพ และมี “3 รมช.” ที่มาจากพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดตามคำสั่งที่ 881/2569 ลงนามโดย “นายกฯอนุทิน” วันที่ 8 เม.ย.2569 เรื่องมอบหมาย และมอบอำนาจให้ รมช.มหาดไทย 3 คน

ดุลอำนาจถูกเฉลี่ยโดย “มท.หนู” คุมสำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัด กรมการปกครอง การประสานงานส่วนราชการในสังกัด ตาม พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553

‘คลองหลอด’ ยุคน้ำเงินเข้ม  กระสุนเลือกตั้ง-ฝ่าปมร้อน ‘เขากระโดง’

“มท.เต้ย” พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย บ้านใหญ่เมืองย่าโม คุมกรมที่ดิน กรมการพัฒนาชุมชน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง

ส่วน “มท.ชาร์ท” เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย บ้านใหญ่อุทัยธานี คุมกรมโยธาธิการ และผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  การประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง  ขณะที่ “มท.แพ” วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์  บ้านใหญ่สตูล คุมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร องค์การตลาด องค์การจัดการน้ำเสีย

กลไกภายใต้อำนาจพรรคน้ำเงินในเวลานี้ ย่อมถูกจับตาการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะมาถึงว่า จะสามารถสร้างข้อได้เปรียบมากน้อยเพียงใด 

เร็วๆ นี้ คือ ศึกเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) 50 เขต รวมถึงนายกเมืองพัทยา ที่จะครบวาระในเดือน พ.ค. ซึ่งล่าสุด กกต. มีมติเห็นชอบแผนการจัดการเลือกตั้งทั้ง 3 สนาม ในวันที่ 28 มิ.ย.2569

เวลานี้จึงเห็นสัญญาณการเมือง ที่ต่างฝ่ายต่างขยับฉาก ระดมทุกสรรพกำลังในการต่อสู้ช่วงชิง โดยเฉพาะสนามเมืองพัทยา ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า เป็นฐานเสียงของ “ตระกูลคุณปลื้ม” ที่เข้ามาผนึกกับภูมิใจไทย และปัจจุบันมี “ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์” ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาบ้านใหญ่คุณปลื้ม เป็นนายกเมืองพัทยาคนปัจจุบัน 

‘คลองหลอด’ ยุคน้ำเงินเข้ม  กระสุนเลือกตั้ง-ฝ่าปมร้อน ‘เขากระโดง’

ศึกบูรพารอบนี้ บ้านใหญ่เจอโจทย์ยาก คือ “พรรคส้ม” สะท้อนได้จากผลเลือกตั้งในสนาม สส.ที่ผ่านมา ซึ่งคะแนนพรรคส้มตีตื้น จนชนะได้ในบางเขต 

จะว่าไป ภายใต้อำนาจที่เบ็ดเสร็จของภูมิใจไทย ซึ่งถูกมองว่าเป็นข้อได้เปรียบในสนามเลือกตั้งระดับต่างๆ ก็ยังมีสารพัดปมร้อนก็อยู่ในอำนาจของกระทรวงคลองหลอดเช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะประเด็นพิสูจน์สิทธิบนที่ดินเขากระโดง ซึ่งโยงไปถึงคนใน “ตระกูลชิดชอบ” ที่ดูเหมือนจะถูกตัดจบ หลังดีเอสไอยุติการสืบสวน กรณีครอบครอง ออกเอกสารสิทธิที่ดิน ซึ่งอยู่ในแนวเขตที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย 4,414ไร่ “ไม่รับเป็นคดีพิเศษ”

กรณีนี้ ดีเอสไอโต้แย้งว่า การตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีที่ไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ พบว่า “ยังมีคดีที่ค้างอยู่ในศาลปกครอง” ซึ่งคู่ความ คือ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

ทว่าภายใต้สัญญาณที่ดูเหมือนถูกตัดจบ เคลียร์ทางให้กับ “บิ๊กเนม” บางคน เห็นได้ชัดกรณีล่าสุด “อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง” ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 ถึงความคืบหน้าการจัดการปัญหาที่ดินเขากระโดง ในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ครอบครองที่ดิน“รายแปลง” ซึ่งที่ผ่านมาได้ทยอยฟ้องชุดแรกบางส่วน ตั้งแต่สมัยอดีตผู้ว่าฯ รฟท.วีริศ อัมระปาล ส่วนใหญ่ยังมีผู้ครอบครองอีก 800-900 แปลง

“ขณะนี้ รฟท.ได้ตัดสินใจชะลอการยื่นฟ้องผู้บุกรุกรายใหม่ไว้ชั่วคราว เนื่องจากต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ หากคำพิพากษาของศาลในแต่ละคดี ออกมาขัดแย้งกัน จะส่งผลเสียต่อรูปคดีในภาพรวม”

ท่าทีนี้ ย่อมต้องจับตาความได้เปรียบในเชิง “ดุลอำนาจ” มหาดไทย ในยุค “สีน้ำเงินเข้ม” ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่รัฐบาลกำลังเผชิญความท้าทายจากสารพัดข้อครหา และกลายเป็นบทพิสูจน์การทำหน้าที่  

ทั้งประเด็นที่ดินเขากระโดง หน้าที่โดยตรงของกรมที่ดิน ซึ่งเชื่อมโยงไปถึง “บิ๊กคีแมนย์หลังฉาก” กับปริศนา “1 ที่ว่าง” ในครม.อนุทิน ที่จะเป็นการเคลียร์ทางให้ใครบางคนหรือไม่ 

ไหนจะเป็นวิกฤติพลังงาน ที่ลามไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลถูกรับน้องตั้งแต่ยังไม่เริ่มประกอบร่าง 

ย่อมต้องจับตาปัจจัยต่างๆ เหล่านี้จะกลายเป็นบททดสอบ“รัฐบาลอนุทิน” ว่าจะสามารถใช้เป็นข้อได้เปรียบ โดยเฉพาะฟันเฟืองท้องถิ่นที่มีอยู่ ประคองรัฐบาลไปจนครบเทอม ตามที่นายกฯ ประกาศในวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาได้หรือไม่ อย่างไร 

‘คลองหลอด’ ยุคน้ำเงินเข้ม  กระสุนเลือกตั้ง-ฝ่าปมร้อน ‘เขากระโดง’

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์z