สัปดาห์นี้ ไม่มีการประชุมสภาฯ เนื่องจาก “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ สั่งงดการประชุม 15-16 เม.ย. โดยมีเหตุผล “เพื่อให้ สส. ลงพื้นที่ พบปะเยี่ยมเยือนราษฎร และร่วมทำบุญตามประเพณีเทศกาลสงกรานต์”
ทว่า สิ่งที่ต้องจับตาในการประชุมสภาฯ ต่อจากนี้ เมื่อ ครม. เข้าบริหารราชการแผ่นดินโดยสมบูรณ์ คือการใช้เวทีสภาฯ “ตั้งกระทู้ถามสด” เป็นการคิกออฟตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลโดยฝ่ายค้าน
ไม่ว่าจะเป็น “พรรคประชาชน” ที่ถนัดดึงดราม่า หยิบประเด็นร้อนของสังคมมาสร้างคำถามที่รัฐบาลมักตอบได้ไม่เต็มปาก
หรือ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่มีขุนพลระดับเก๋า มองประเด็นนโยบาย การแก้ปัญหาเชิงระบบ ที่รัฐบาลมักคิดไม่ถึง-ไปไม่เป็น
เช่นเดียวกับ “พรรคกล้าธรรม-พรรคไทยภักดี-พรรคเสรีรวมไทย” ที่จับตาความไม่ชอบมาพากลของการบริหารภายใต้ “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย”
นับจากการที่ “รัฐบาลอนุทิน 2” เข้ามามีอำนาจเต็ม ตั้งแต่ 11 เม.ย. มีสารพัดประเด็นปัญหาใหญ่ ที่รอการคลี่คลาย ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ-ปากท้อง ที่ตั้งต้นมาจาก “วิกฤติน้ำมัน” การเยียวยาประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่ยังไม่มีมาตรการหรือแนวทางที่ชัดเจน ภาวะทางสิ่งแวดล้อม จากฝุ่นพิษในพื้นที่ภาคเหนือ รวมไปถึงความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาสแกมเมอร์-ทุนเทา
รวมถึง ความหวั่นวิตก เหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ มีจุดเริ่มจากเหตุ “สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ถูกคนร้ายที่มียศทหาร ใช้รถของกอ.รมน. ก่อเหตุกราดยิงหน้าบ้านพัก ในพื้นที่ควบคุม อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
แม้เหตุกราดยิง จะจับตัวผู้ก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่สามารถจับกุมคนบงการได้ จนสถานการณ์บานปลาย กลายเป็นเรื่องวิวาทะระหว่าง ฝ่ายการเมือง และคนของฝ่ายความมั่นคง
แล้วยังส่อลามไปถึง “กลุ่มผู้นำศาสนา” ที่ไม่พอใจ “พล.ท.นรธิป โพยนอก" แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ที่มีบทบาทคลี่คลายไฟใต้ จากกรณีที่พูดว่า “โรงเรียนสอนศาสนา-ปอเนาะ เป็นที่ที่บ่มเพาะความคิด” ที่ทำให้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่คลี่คลาย
ล่าสุด 2 สส.พรรคประชาชน ทั้ง “เอกราช อุดมอำนวย - เชตวัน ตือประโคน” หยิบมาเป็นประเด็นเรียกร้องให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ฐานะ ผอ.กอ.รมน. สอบสวน แม่ทัพภาคที่ 4 เพราะกังวลว่า กองทัพในปีกของ กอ.รมน. อาจใช้อำนาจนอกกฎหมาย ก่อความรุนแรง ที่บั่นทอนความเชื่อมั่น พร้อมกับให้เร่งปฏิรูปหน่วยงาน
ทว่า “นายกฯ-อนุทิน” จะยังไม่มีท่าทีใดๆ ต่อเรื่องนี้ ทำให้การลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ในวันที่ 17 เม.ย. ถูกจับตาว่า จะแสดงความจริงใจต่อการแก้ปัญหามากน้อยเพียงใด
ล่าสุด มีคนปรามาส นายกฯอนุทิน หลังเปลี่ยนจุดลงพื้นที่ จาก จ.นราธิวาส เป็น อ.เมือง จ.ยะลา คือบ้านพักของ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ที่ปรึกษานายกฯ ถึงความไม่จริงใจแก้ปัญหา และต้องจับตาประเด็นนี้ให้ดี เพราะหากนายกฯ เลือกวางเฉย สถานการณ์นี้อาจกลายเป็น “หอกข้างแคร่” ในรัฐบาลได้
นอกจากวาระร้อน เรื่องกระทู้ถามสดในสภาฯ สัปดาห์หน้าแล้ว ยังมีประเด็นที่ฝ่ายค้านกระทุ้งถามนายกฯ มาต่อเนื่อง คือ การยืนยันร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาฯ ชุดที่ผ่านมา
โดยตามกลไกของรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 กำหนดให้ ครม.ต้องยืนยันร่างกฎหมายที่ค้างต่อรัฐสภา ภายใน 60 วัน นับจากวันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก คือ 14 มี.ค. และเดดไลน์ คือ 12 พ.ค.นี้
สัปดาห์ที่ผ่านมามีร่างกฎหมายที่ฝ่ายค้าน เรียกร้องให้ ครม.เร่งยืนยัน คือ ร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ… ที่คาในชั้นพิจารณาของ “กรรมาธิการวุฒิสภา” เนื่องจากมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ
ร่างกฎหมายฉบับนี้ เริ่มเห็นสัญญาณที่อาจไม่ได้ไปต่อ เพราะ “คีย์แมนภูมิใจไทย”มองว่า ร่างกฎหมายนี้ยังมีปัญหา มีความซ้ำซ้อน เป็นภาระงบประมาณ และอาจมีปัญหาการบังคับใช้ที่ไม่เหมาะสม เพราะเขียนบทลงโทษที่รุนแรง ส่อขัดหลักการสากล
หากตรวจดูร่างกฎหมายที่คาอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของสภาฯ ชุดที่ผ่านมา จากเว็บไซต์ของวุฒิสภา ในส่วนของกระบวนงานด้านนิติบัญญัติ วุฒิสภา พบว่ามีร่างกฎหมายที่ตั้งต้นนับหนึ่ง และที่ค้างคาในกระบวนการ ซึ่งถือว่าตกไปด้วยเหตุยุบสภาฯเมื่อ 12 ธ.ค. มีจำนวน 77 ฉบับ แบ่งเป็น
1.ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาฯ 15 ฉบับ อาทิ ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ร่างพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
2.วุฒิสภารับมาพิจารณา 47 ฉบับ อาทิ ร่างพ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) (ฉบับที่..) พ.ศ... ร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น (ฉบับที่..) พ.ศ.. ร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่...) พ.ศ...
3.ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการ วุฒิสภา 13 ฉบับ อาทิ ร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ... (นิรโทษกรรม) ร่างพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ... ร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ…
และ 4.วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม (รอสภาฯพิจารณา) 2 ฉบับ อาทิ ร่างพ.ร.บ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ..
นอกจากนี้ ยังมีร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยกลไกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่คาอยู่ในวาระสอง ของรัฐสภา จะได้ไปต่อหรือไม่
ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่า เนื้อหาของร่างแก้ไขเพิ่มเติมของรัฐธรรมนูญฉบับที่รอการยืนยันนั้น “พรรคภูมิใจไทย” ถือเป็นส่วนหนึ่ง โดย “อนุทิน” เป็นผู้นำคณะเสนอร่าง แม้ภายหลังบทบัญญัติจะถูกแก้ไขให้เป็นไปตามเสียงข้างมากของกรรมาธิการ ที่กำหนดสูตร 20 หยิบ 1 ให้ สส.-สว.มีอำนาจเลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ตามสัดส่วน “ขั้วการเมือง”
หากรัฐบาลอนุทิน 2 เลือก “ยืนยัน” เท่ากับกระบวนการทำรัฐธรรมนูญใหม่ ที่มีผลประชามติรองรับ อยู่ในขั้นตอนเร่งรัด ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีนักต่อ “ขั้วอำนาจเก่า” ที่เป็นพนักพิงให้กับ “รัฐบาลสีธงชาติ” ในปัจจุบัน
ต้องจับตา “รัฐบาลภูมิใจไทย” จะตัดสินใจเรื่องร่างกฎหมาย และการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ร่างกฎหมายบางฉบับที่มีปัญหากับกลุ่มทุน แต่จำเป็นเพื่อบริหารกระแสความนิยม
ขณะเดียวกันแม้บางฉบับจะได้ใจมวลชน แต่อาจกระทบ “ความมั่นคง” ที่จำเป็นต้องมี “ขั้วอำนาจเก่า-นายทุน” ไว้ค้ำยัน





