วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

รัฐบาลสีน้ำเงิน’วางเกมยาว สร้างเครือข่าย กลไกขยายฐาน ปูทาง‘แลนด์สไลด์’

รัฐบาลสีน้ำเงิน’วางเกมยาว สร้างเครือข่าย กลไกขยายฐาน ปูทาง‘แลนด์สไลด์’

อาณาจักรสีน้ำเงินหลังจบภารกิจเลือกตั้ง ผงาดจนสามารถกุมการบริหารบ้านเมืองได้แทบจะเบ็ดเสร็จ ชนิดที่พรรคการเมืองอื่นๆ ต่างศิโรราบ ยอมผนึกร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล เพื่อเกาะเกี่ยวแชร์สัดส่วนที่ทางแห่งอำนาจ

เห็นได้ชัด คือพรรคเพื่อไทย และประชาชาติ จากที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมา สร้างความหงุดหงิดให้บิ๊กสีน้ำเงิน ในหลายเรื่องหลายโอกาส

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน จึงไม่แปลกที่ทั้งคู่จะมีส่วนค้ำยันให้ค่ายน้ำเงินเฉิดฉายเต็มภาคภูมิ แม้จะเจอวิกฤติพลังงานน้ำมันรุมเร้าก็ตาม

ผลงานในการเลือกตั้งของพรรคสีน้ำเงิน สร้างความประหลาดใจให้ใครต่อใครเป็นอย่างมาก แต่คนวงในของพรรคกลับไม่ได้เซอร์ไพรส์แต่อย่างใด เพราะทุกอย่างถูกบริหารจัดการเอาไว้เป็นอย่างดี

ประสบการณ์จากครั้งที่ร่วมรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หนึ่งในกระทรวงเกรดเอ ที่ภูมิใจไทยได้ดูแลรับผิดชอบ ถือว่ามีส่วนสำคัญในการวางรากฐานทางการเมือง แม้การเลือกตั้งครั้งหลังจากนั้น ดูจะไม่ประสบความสำเร็จตามเป้า แต่ระยะเวลาในช่วงรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร กระทั่งรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล สมัย 1 การคุมกลไกมหาดไทยของภูมิใจไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นับว่าบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปิดจุดอ่อนทั้งหลายในอดีต และเมื่อนำปัจจัยสนับสนุนด้านอื่นๆ ประกอบเข้าด้วยกัน ผลลัพธ์จึงสะท้อนผ่านจำนวนเสียง สส.มาเป็นอันดับ 1

กระแสชาตินิยม จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ กระแสตัวบุคคลมืออาชีพ ทั้ง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสำเร็จนั้นเสียทีเดียว มีอะไรหลายอย่างมากนี้ และมากกว่ากระสุนดินดำ

คีย์แมนภูมิใจไทย รวมถึงคนในพรรคกล้าธรรม ต่างรู้ดีว่ามีปัจจัยหรือวิธีการใดกันแน่ ที่พรรคน้ำเงิน และพรรคเขียว ใช้ไม่แตกต่างกันในการกวาด สส.ได้เป็นกอบเป็นกำขนาดนี้ ปัจจัยนี้เองเป็นตัวบ่งบอกว่า จำนวนที่ได้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญให้เซอร์ไพรส์

ดูเหมือนเป้าหมายต่อจากนี้ของภูมิใจไทย อาจลุ้นเข้าป้ายเป็นรัฐบาลพรรคเดียวในการเลือกตั้งครั้งต่อไป กับจำนวน 250 สส.พลัส หากนับจากปัจจุบัน โอกาสที่จะไปถึงไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ 

ในกรณีที่ปัจจัยทางการเมืองไม่แปรเปลี่ยน ยังคุมกลไกอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ กระแสพรรคอาจไม่สำคัญที่สุด เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคะแนนเสียง

หลายเขตเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา ผู้สมัคร สส.ของภูมิใจไทย พลาดท่าอย่างน่าเจ็บใจ แพ้แบบเฉียดฉิว บิ๊กสีน้ำเงินที่เห็นฟอร์มเข้าตาอยู่หลายคน เพราะใจถึง หรืออะไรก็แล้วแต่ จึงถูกจัดอยู่ในลิสต์ที่พรรคพร้อมเสริมเขี้ยวเล็บรอวันล้างตา ไม่ว่าจะเป็นการมอบตำแหน่งหรือบทบาทปลอบใจ ควบคู่ไปกับการวางยุทธศาสตร์ ผ่านกลไกการบริหารพุ่งเป้าลงไปรายพื้นที่

สเต็ปต่อจากนี้ จึงน่าสนใจว่าการจัดทัพข้าราชการการเมืองในตำแหน่งสำคัญตามกระทรวงต่างๆ หวยจะออกที่ใครบ้าง โดยเฉพาะในกระทรวงที่ส่งเสริมต่อการขยายอิทธิพล หรือฐานทางการเมือง เช่น เลขานุการรัฐมนตรีมหาดไทย ที่ปรึกษา และผู้ช่วยรัฐมนตรี เป็นต้น

รวมถึง สส.จากพรรคอื่นๆ หลายคนในหลายภูมิภาค เมื่อถึงเวลาคงต้องตัดสินใจอนาคตทางการเมืองของตัวเอง ว่าจะปักหลักที่เดิม หรือต้องย้ายเข้าค่ายสีน้ำเงิน เพื่อไม่ให้ตกขบวน แล้วยังเป็นการเซฟทรัพยากรได้อย่างมาก เพราะรู้มือกันดีว่าถ้าสู้กับภูมิใจไทย ยุคนี้ต้องเจอกับอะไรบ้าง

การวางเกมยาวของภูมิใจไทย เริ่มต้นมานานแล้ว ตั้งแต่การวางตัวบรรดา“ลูกเทพรุ่นใหม่” เป็นกรรมการบริหารพรรค พิสูจน์ฝีมือผ่านงานโหดหินจนยิ่งใหญ่คับ 2 สภา และหลายองค์กรที่ชี้เป็นชี้ตายทางการเมืองได้

เส้นทางข้างหน้าของขั้วน้ำเงิน เมื่อดูจากฐานสนับสนุน รวมถึงกลไกต่างๆ จะเติบโตกว่านี้ถึงขนาดเลือกตั้งแลนด์สไลด์หรือไม่ ไม่ต้องรอครบเทอมรัฐบาล ระหว่างนี้เป็นต้นไป คงได้เห็นปฏิบัติการขยายฐานการเมืองผ่านรูปแบบต่างๆ เพื่อปูทางไปสู่จุดนั้น