"ปภ." แถลงภาพรวม 5 วันรณรงค์ลดอุบัติเหตุสงกรานต์ พบยอดตายสะสม 191 ราย กทม.แชมป์ตายสูงสุด 16 ราย พร้อมบูรณาการทุกหน่วย ดูแลจราจร ปชช.แห่กลับกรุง
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประจำวันที่ 14 เม.ย. โดย พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานแถลงข่าว เปิดเผยว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 14 เม.ย. 2569 ซึ่งเป็นวันที่ห้าของการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 192 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 202 คน ผู้เสียชีวิต 30 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จังหวัดแพร่ จำนวน 16 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ จังหวัดแพร่ จำนวน18 คน ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี จำนวน3 ราย
พล.ต.ท. รุทธพล กล่าวว่าเมื่อสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วันของการรณรงค์ ตั้งแต่ 10 – 14 เม.ย. 69 เกิดอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 911 คน ผู้เสียชีวิต รวม 191 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ จังหวัด แพร่ จำนวน 45 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ จังหวัดแพร่ จำนวน 47 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 16 ราย
รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า วันนี้ (15 เม.ย.) เป็นวันหยุดวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินทางกลับ กทม. และจังหวัดใหญ่ตามภูมิภาคต่างๆ และบางส่วนยังอยู่ท่องเที่ยวต่อในพื้นที่ ทำให้ถนนหลายสายมีปริมาณค่อนข้างมากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ศปถ. จึงประสานจังหวัดให้ปรับแผนการดำเนินงานสร้างความปลอดภัยทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยบูรณาการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานในพื้นที่ บริหารจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกการเดินทางเพื่อเตรียมรองรับการเดินทางกลับของประชาชน
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฐานะเลขานุการ ศปถ. เปิดเผยว่า ศปถ.ได้สั่งการทุกจังหวัดให้เตรียมเที่ยวการขนส่งโดยสารสาธารณะ ทั้งทางถนน ทางราง และทางอากาศให้เพียงพอ พร้อมคุมเข้มความปลอดภัยโดยให้สำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจความพร้อมรถและพนักงานขับรถ โดยพนักงานต้องมีใบอนุญาตถูกต้อง แอลกอฮอล์เป็นศูนย์ และชั่วโมงขับรถไม่เกินกฎหมายกำหนด และขอให้ผู้ขับขี่รถทุกประเภทประเมินความพร้อมของสภาพร่างกายก่อนขับรถ และตรวจเช็กสภาพรถก่อนเดินทางกลับ หากอ่อนเพลียหรือง่วงห้ามฝืนขับเด็ดขาด ควรจอดพักรถทุก 1 - 2 ชั่วโมงตามจุดบริการหรือสถานีบริการน้ำมัน
"ศปถ. ยังเน้นย้ำด้านสภาพอากาศที่อาจส่งผลต่อการเดินทางในระยะนี้ โดยสภาพอากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับรถ หากประสบหรือพบเห็นอุบัติเหตุ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วน 1784 หรือไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” นายธีรพัฒน์ กล่าว





