วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน 2569

Login
Login

ย้อนรอย ‘นักเลือกตั้ง’ ติดบ่วงจริยธรรม ‘ส้ม’ ขึ้นเขียง ‘อิ๊งค์’ ลุ้น

ย้อนรอย ‘นักเลือกตั้ง’ ติดบ่วงจริยธรรม ‘ส้ม’ ขึ้นเขียง ‘อิ๊งค์’ ลุ้น

เข้าช่วงสงกรานต์ร้อน คดีใหญ่ทางการเมืองทยอยเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายหลายคดี ไม่ว่าจะเป็นกรณี “ฮั้ว สว.” ที่รอชงเข้าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ ในเร็ว ๆ นี้ หลังจากคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง เห็นว่า ไม่มีใครผิดจากเรื่องนี้ 

แม้ว่าก่อนหน้านี้คณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 จะชี้ว่ามีผู้เข้าข่ายกระทำความผิดในคดีฮั้ว สว. รวม 229 คน แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน และอีก 91 คนเป็น “บิ๊กเนมนักการเมือง-เครือข่าย” ในจำนวนนี้มีกว่า 10 คนที่เป็น “รัฐมนตรี” ในชุด “ครม.อนุทิน 2” ด้วย

หรือแม้แต่ “คดีบาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง 2569 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายผู้ร้อง ได้แก่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่มีมติว่าการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ผ่านมา อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ตามนัยมาตรา 85 แห่งรัฐธรรมนูญ และฝ่ายผู้ถูกร้อง คือ กกต. ยื่นพยานหลักฐานชี้แจงเพิ่มเติมใน 15 วัน

กรณีล่าสุด เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.หอบพยานหลักฐานในสำนวนคดีกล่าวหาอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมลงชื่อและยื่นแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไปยื่นแก่ศาลฎีกา ช่วงเช้าวานนี้ (9 เม.ย.) โดยศาลฎีกาได้ประทับรับเรื่องในทางธุรการเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นจะมีการตรวจคำร้องในคดีว่า ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ หลังจากนั้นจะนัดฟังคำสั่งอีกครั้ง

ย้อนรอย ‘นักเลือกตั้ง’ ติดบ่วงจริยธรรม ‘ส้ม’ ขึ้นเขียง ‘อิ๊งค์’ ลุ้น

ที่น่าสนใจไทม์ไลน์ทั้ง 3 คดีข้างต้น ล้วนต้องรอผล “อัปเดต” ในช่วงหลังสงกรานต์นี้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล ที่เป็นเรื่องใหญ่ และสำคัญ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อ “พรรคส้ม” เนื่องจากถ้าศาลฎีกาประทับรับคำร้อง และไม่มีคำสั่งอื่นใด อดีต 44 สส.ส้ม ที่เป็น สส.ในสภาฯชุดปัจจุบันในนามพรรคประชาชน (ปชน.) จำนวน 10 คือ รวมทั้ง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติตามกฎหมาย รวมไปถึง “แกนนำส้มแถวหน้า” ภายในพรรคด้วย

แม้ว่าพรรคส้มจะรับรู้ฉากทัศน์นี้ วางเหลี่ยมวางเกมแก้ไว้แล้ว โดยเตรียมดัน สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับต่อ ๆ มาขึ้นมาเป็น สส.แทนก็ตาม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ศักยภาพ” ของ สส.แถว 3-4 อาจไม่ดีเพียงพอที่จะสู้กับแกนนำแถว 2 ในการอภิปราย หรือการใช้วาทกรรมชวนเคลิ้มฝันในสภาฯได้

ประเด็นคือบางคนมองฉากจบของคดีนี้ว่า การแก้ไขกฎหมายเป็นอำนาจของ สส.ในสภาฯ ดังนั้นอาจมีช่องให้อดีต 44 สส.ส้ม รอดพ้นบ่วงคดีนี้ก็เป็นไปได้ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า สถิติคดีฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม เฉพาะในศาลฎีกาที่ผ่านมา โอกาสชนะคือ 0% หรือกล่าวคือไม่มีใครเคยรอดพ้นฐานความผิดดังกล่าวไปได้แม้แต่คนเดียว

สำหรับแนวคิดการเอาผิด “มาตรฐานทางจริยธรรม” นั้น เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยก่อนหน้านี้มีนักการเมือง หรือกรรมการองค์กรอิสระ หากถูกกล่าวหาเรื่องนี้ จะต้องมีการชงเรื่องมายังประธานรัฐสภา ก่อนจะเปิดให้มีการโหวตในสภาฯ ซึ่งเรียกว่า “การถอดถอน” โดยที่ผ่านมาในสภาฯที่มาจาก “การเลือกตั้ง” ไม่มีใครเคยถูกถอดถอนแม้แต่คนเดียว จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า นักการเมืองแม้ ”ต่างพรรค” แต่ “เอาพวก” โดยมีการอ้างเหตุผลทำนองว่า สส.เข้ามาทำหน้าที่จากเสียงของประชาชน ฉะนั้นจะพ้นตำแหน่งต้องใช้เสียงของประชาชนเท่านั้น

ย้อนรอย ‘นักเลือกตั้ง’ ติดบ่วงจริยธรรม ‘ส้ม’ ขึ้นเขียง ‘อิ๊งค์’ ลุ้น

การเอาผิดทางจริยธรรมทางการเมืองด้วยวิธี “ถอดถอน” ของ “นักเลือกตั้ง” เพิ่งมีเอาผิดได้ครั้งแรก เมื่อปี 2558 ภายหลังการรัฐประหารปี 2557 โดยคณะรัฐประหารขณะนั้นตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขึ้นมา พาตัว “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ “บุญทรง เตริยาภิรมย์” อดีต รมว.พาณิชย์ “ภูมิ สาระผล” อดีต รมช.พาณิชย์ ซึ่งเป็นเครือข่ายการเมือง พัวพันกับคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว และระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ โดยมติ สนช.ท่วมท้นโหวตให้ทั้ง 3 คน (ต่างคน ต่างวาระ) พ้นจากตำแหน่งไป

มีอดีตผู้บริหารระดับสูงในสำนักงาน ป.ป.ช.บางคน ซึ่งมีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิด หรือกฎหมายในการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 เคยเล่าให้ฟังว่า สาเหตุประการสำคัญที่ต้องมีเรื่องการเอาผิดจริยธรรม โดยศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเลี่ยงมิให้ “นักเลือกตั้ง” เล่นพรรคเล่นพวกในสภาฯ ในเรื่องการถอดถอนอีก จึงต้องมีการตราเรื่องนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ และเขียนในกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญ จนเป็นที่มาบังคับใช้ในปัจจุบัน

สำหรับ “นักเลือกตั้ง” คนแรกที่ประเดิมถูกบังคับใช้กฎหมาย “ฝ่าฝืนจริยธรรม” ในเรื่องนี้คือ “ปารีณา ไกรคุปต์” อดีต สส.ราชบุรี ถูกกล่าวหาว่าครอบครองโฉนดที่ดินโดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด และยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา โดยศาลฎีกาประทับรับคำร้อง ทำให้เธอต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.เป็นการชั่วคราว หลังจากศาลฎีกามีคำสั่งว่าเธอฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง และถูกตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า ถูก “ประหารชีวิตทางการเมือง

ถัดมามีนักเลือกตั้งอีกหลายคน ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด และส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา และศาลมีคำสั่งว่าผิดจริง และตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต เช่น “พรรณิการ์ วานิช” อดีต สส.พรรคอนาคตใหม่ (ปัจจุบันเป็นแกนนำคณะก้าวหน้า) กรณีโพสต์ภาพหมิ่นเหม่เบื้องสูงผ่านโซเชียลมีเดีย “ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์” อดีต สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) คดีเสียบบัตรแทนกันในการลงมติร่างกฎหมายในสภาฯ

ไม่เว้นแม้แต่ “ค่ายน้ำเงิน” มีระดับ “แกนนำ” เคยถูกศาลฎีกามีคำสั่ง “ประหารชีวิตทางการเมือง” มาแล้วหลายคน ไม่ว่าจะเป็น “ครูโอ๊ะ” กนกวรรณ วิลาวัลย์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ “บ้านใหญ่ปราจีนบุรี” ถูกศาลฎีกาสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต เนื่องจากฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีถูกกล่าวหาครอบครองที่ดินบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

นอกจากนี้ยังมี “อดีตแม่ทัพใต้” อย่าง “เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ ภริยา “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ซึ่งกำลังเป็น “ตำบลกระสุนตก” จาก “วิกฤติน้ำมัน” ในปัจจุบัน ก็เคยถูกศาลฎีกา สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตเช่นกัน พร้อมกับอดีต สส.ภูมิใจไทย รวม 3 คน ในคดีเสียบบัตรแทนกัน ได้แก่ “นาที รัชกิจประการ” สส.บัญชีรายชื่อ “ฉลอง เทอดวีระพงศ์” สส.พัทลุง “ภูมิศิษฎ์ คงมี” สส.พัทลุง

กรณี อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล จึงเป็น “นักเลือกตั้ง” รายล่าสุดที่กำลังเผชิญวิบากกรรมคดีนี้ โดยคาดว่าช่วงหลังสงกรานต์ ศาลฎีกาจะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา โดยพรรคส้มเตรียมการยื่น 3 คำร้องต่อศาลฎีกา โฟกัสไปที่ขอไม่ให้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ ได้ (ณัฐพงษ์ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ตามตำแหน่ง)

ย้อนรอย ‘นักเลือกตั้ง’ ติดบ่วงจริยธรรม ‘ส้ม’ ขึ้นเขียง ‘อิ๊งค์’ ลุ้น

แต่ต้องไม่ลืมว่ายังมี “อดีตนายกฯ” อีก 1 คน ที่ถูกกล่าวหาในเรื่องนี้ นั่นคือ “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ แม้ว่าเธอจะถูกศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง (ส่งผลให้ ครม.พ้นตำแหน่งทั้งคณะ) เนื่องจากฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงไปแล้ว พร้อมตัดสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ไปแล้วก็ตาม

แต่กรณีดังกล่าวมีผู้ร้องไปยัง ป.ป.ช.ไปดำเนินการไต่สวนเรื่องนี้ต่อ โดยเป็นกรณีกล่าวหาว่า ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ ปัจจุบันเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่าการไต่สวนเช่นเดียวกัน มีการไปคัดสำเนาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม พร้อมความเห็นส่วนตนของตุลาการฯแต่ละคนมา เพื่อประกอบการไต่สวนแล้ว

เห็นได้ว่า “นักเลือกตั้ง” ที่เผชิญคดีฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ในชั้นศาลฎีกา ไม่เคยมีใครรอดพ้นบ่วงแม้แต่คนเดียว ดังนั้น อดีต 44 สส.ส้ม อาจสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ พ้นบ่วงเป็นพวกแรกได้หรือไม่ ต้องรอติดตาม