"ประเสริฐ" แจงสภา ไม่มีคดีถูกสอบในชั้น ป.ป.ช. บอกที่ไปดีเอสไอ ให้ข้อมูลฐานะพยานเท่านั้น ปัดได้ประโยชน์จาก MOU สแกนม่านตา
ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา วาระแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ถึงกรณีที่ถูกพาดพิงต่อประเด็นที่ถูกยื่นเรื่องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ จากประเด็นสแกนม่านตา ที่ถูกเชื่อมโยงกับนายเบน สมิธ ผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมข้ามชาติ และเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ ว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และไม่ถูกต้อง เพราะการที่ตนได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีได้ถูกตรวจสอบคุณสมบัติอย่างรอบคอบแล้ว
จึงมีคุณสมบัติดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ส่วนกรณีเอ็มโอยูสแกนม่านตานั้น ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ส่วนประเด็นที่เป็นปัญหาเรื่องสแกนม่านตานั้นเป็นการกระทำภายหลังลงนามเอ็มโอยูแล้ว
“ยืนยันว่าผมไม่ได้เคยได้รับรายงานหรือมีส่วนร่วมใดๆ กับการสแกนม่านตา ทั้งนี้ การดำเนินการเอ็มโอยูผ่านการตรวจสอบจากหลายหน่วยงานทั้งกฤษฎีกา อัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงฝ่ายกฎหมายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ตรวจสอบแล้วว่าการลงนามเอ็มโอยูเป็นการร่วมมือทางดิจิทัลเพื่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่มีการผูกมัดให้ราชการเสียหาย ซึ่งปัจจุบันถูกยกเลิกไปแล้ว” นายประเสริฐ ชี้แจง
นายประเสริฐ ชี้แจงโดยย้ำว่าตนไม่รู้จักกับกลุ่มบริษัทที่ลงนามใดๆ และไม่เคยรับผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนกรณีที่ผมเข้าพบกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นั้น ไปในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหา ตนไม่เคยถูกกล่าวหาใดๆ ทั้งสิ้น
ทำให้นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประท้วงว่า กรณีที่นายประเสริฐ บอกว่าไม่ได้ถูกดำเนินคดีในชั้น ป.ป.ช. เนื่องจากมีการดำเนินการส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.แล้วตามที่เป็นข่าว ขอให้นายประเสริฐ ชี้แจงด้วย แต่เหตุใดนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถึงได้ดำเนินการเรื่องการลงนามเอ็มโอยู และการสแกนม่านตาไปในคราวเดียวกัน
โดย นายประเสริฐ ชี้แจงย้ำว่า ตนไม่เคยได้รับข้อกล่าวหาจาก ป.ป.ช. เลยในเรื่องนี้ และเรื่องที่ 2 การที่นายไชยชนก ได้พูดถึงเรื่องนี้ก็ต้องไปถามนายไชยชนก เอง ตนไม่สามารถตอบแทนได้
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

