วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน 2569

Login
Login

'วีระยุทธ' รอดูปม 44 สส.ก่อนประชุมใหญ่ ปชน. อุบนั่งหัวหน้าพรรค

'วีระยุทธ' รอดูปม 44 สส.ก่อนประชุมใหญ่ ปชน. อุบนั่งหัวหน้าพรรค

'วีระยุทธ' รอดูสถานการณ์ปม 44 สส.ก้าวไกล ก่อนประชุมใหญ่ ปชน. อุบนั่งหัวหน้าพรรคคนต่อไป ผิดหวัง 'เอกนิติ' แจงวิกฤติน้ำมัน ห่วง 'ศุภจี' ถูก ขรก.ป้อนข้อมูลไม่ตรงหน้างาน

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นเอกสารร้องต่อศาลฎีกากรณี 44 สส.พรรคก้าวไกล เข้าชื่อแก้ไขมาตรา 112 เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งในจำนวนนี้มี 10 คนที่เป็น สส.พรรคประชาชน ได้เตรียมกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญเพื่อรองรับเหตุการณ์หรือยัง ว่า การประชุมใหญ่พรรคประชาชน เป็นวาระตามปกติในช่วงเดือนเม.ย.ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ส่วนการจะปรับโครงสร้างหรือไม่นั้นขอรอดูท่าที ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อถามว่า นายวีระยุทธ มีโอกาสได้นั่งเป็นหัวหน้าพรรคประชาชนคนต่อไปหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เดี๋ยวว่ากันไปทีละขั้น ตอนนี้ขอชวนให้ทุกคนฟังการอภิปราย โดยเฉพาะนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ที่อภิปรายเรื่องสแกมเมอร์ และตามต่อด้วยเรื่องเศรษฐกิจ และสังคมที่จะอภิปรายวันนี้ด้วยเช่นเดียวกัน 

ผิดหวัง “เอกนิติ” แจงวิกฤติน้ำมัน ห่วง ‘ศุภจี‘ ได้ข้อมูลไม่ตรงหน้างาน

นายวีระยุทธ กล่าวถึงกรณีหากรัฐบาลออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หรือพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน อาจขัดรัฐธรรมนูญทางพรรคประชาชนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ว่า วันนี้อยากมาสรุปให้ฟัง เมื่อวันที่ 9 เม.ย. มีการชี้แจงหลักจากฝ่ายรัฐบาล คือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง โดยเฉพาะเรื่อง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ กับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เรื่องสินค้าเกษตรและพาณิชย์

โดยเรื่องโอนงบ ยืนยันว่า หากรัฐบาลจะทำ ควรทำให้เป็นกระบวนการโปร่งใส ผ่าน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ซึ่งเคยทำมาแล้ว และสามารถทำผ่านสภาได้ โดยเมื่อปี 2563 ใช้เวลา 1 สัปดาห์ในสภาเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ล่าช้าแต่อย่างใด ดังนั้นเพื่อความโปร่งใส สะท้อนให้ประชาชนเห็นว่ามีการโอนงบไปใช้อะไร ก็ควรให้ผ่านสภา แต่ถ้ารัฐบาลจะออก พ.ร.ก.เงินกู้ ก็ต้องชัดเจน เพราะการโอนงบทำได้เต็มที่ประมาณ 5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ไม่รู้จะส่งผลต่อการเบิกจ่ายล่าช้าในปีงบประมาณที่เป็นอยู่หรือไม่ เพราะข้าราชการจำนวนมากลังเลว่าต้องใช้เงินหรือโอนกลับไปให้รัฐบาล ก็ขอความชัดเจนจากนายเอกนิติว่าจะทำอย่างไร ถ้าจะใช้พ.ร.ก.เงินกู้แล้ว เรื่อง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ก็ไม่มีความจำเป็น

เมื่อถามว่า ที่รัฐบาลชี้แจงมาพรรคประชาชนเห็นอย่างไร พอจะมีมาตรการรองรับวิกฤติน้ำมันได้บ้างหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า  น่าผิดหวังต่อการชี้แจงของนายเอกนิติ สิ่งที่พูดมายังเหมือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว ไม่เห็นความเคลื่อนไหวว่ามาตรการเยียวยากลุ่มต่างๆ ยังไม่มีการกระทำจริงจัง อาจต้องรอถึงวันเสาร์อีกครั้งหรือไม่ แต่ต้องบอกว่าความเดือดร้อนของประชาชนเป็นรายวัน โดยเฉพาะชาวประมงออกเรือไม่ได้ ซึ่งก็ส่งผลต่ออาหารทะเลที่เริ่มขาดตลาดแล้ว ถ้าทำได้ก็อยากให้เริ่มทำเลย ซึ่งเราเรียกร้องมาหลายสัปดาห์

เมื่อถามว่า ที่รัฐบาลบอกจะช่วยกลุ่มเปราะบางก่อน พรรคประชาชนมองอย่างไร นายวีระยุทธ กล่าวว่า เห็นด้วย การช่วยเหลือประชาชนทุกคนแบบภาพรวม และการช่วยเหลือเฉพาะเจาะจง แต่เรายังไม่เห็นเลยว่ารัฐบาลจะดำเนินการกับกลุ่มไหนที่เรียกว่าเปราะบาง เพราะตอนนี้เชื่อว่า คนไทยทุกคนเจอความไม่แน่นอนแบบนี้ ทุกกลุ่มก็เปราะบางไปหมด ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องชัดเจนว่าจะช่วยเหลือกลุ่มไหน คือใคร และเท่าไหร่ 

เมื่อถามว่า ถ้ารัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน จริงพรรคประชาชนมีกลไกจะยื่นฟ้องต่อศาลหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องการโอนงบถ้าจะทำ ขอให้เป็น พ.ร.บ. แล้วชี้แจงผ่านสภา เพื่อความโปร่งใส และชัดเจนกับประชาชน ส่วนการกู้เงิน เป็นอำนาจของรัฐ คล้ายกับตอนโควิด-19 ที่สามารถทำได้ แต่เราคงสอบถามให้ชัดเจนว่าใช้เพื่ออะไร เพราะตอนโควิด-19 เราออกจากวิกฤติโควิดแบบสะบักสะบอม เป็นหนี้มากขึ้น ทั้งที่ครัวเรือน หนี้สาธารณะ แต่กลับไม่เกิดผลที่ปรับตัวเพื่อให้ออกจากวิกฤติโควิดแบบแข็งแรงขึ้น ดังนั้นรอบนี้ถ้ามีการกู้เงินครั้งใหญ่อีก ราว 5 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าถือว่าสูง ก็ต้องขอชี้แจง และดูว่าเอาไปใช้ทำอะไร เราไม่อยากให้ใช้เงินเพื่อรักษาอดีต แต่เพื่ออนาคต ถ้าจะพัฒนาทักษะก็ต้องทำจริงจัง ถ้าจะพยุงการจ้างงาน ซึ่งตอนนี้เริ่มตกงานไปแล้วก็ ต้องเริ่มทำ

นายวีระยุทธ ยังกล่าวถึงการชี้แจงของนางศุภจีที่มีหลายเรื่อง แต่ที่น่ากังวลคือเรื่องของข้อมูล เช่น มะพร้าว ที่ยืนยันราคาว่าขึ้นไป 7 บาทแล้ว แต่เมื่อวานเราเช็คไปที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่า ตัวเลขยังอยู่แค่ 3 บาทเท่านั้น ดังนั้นต้องเรียนนางศุภจี ว่า เราอาจฟังจากข้าราชการอย่างเดียวไม่พอ ต้องฟังคนหน้างาน ดูข้อมูลที่แท้จริงว่าราคาเท่าไหร่ จะได้บริหารจัดการถูกต้องยิ่งขึ้น

ส่วนเรื่องของล้ง ขอตามต่อว่าตกลงจะใช้กระบวนการอย่างไรมาช่วยเหลือประชาชนผู้ค้ามะพร้าว เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นล้งกลาง ล้งชุมชน หรือระบบกระบวนอย่างไร แต่อยากให้นางศุภจีติดตามปัญหาหน้างาน เพราะตัวเลขที่ข้าราชการรายงานอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง กับที่ประชาชน พ่อค้าแม่ค้า เจอหน้างาน และอีกเรื่องคือปุ๋ย ซึ่งเราได้รับข้อเรียกร้องจำนวนมาก ว่าปุ๋ยเริ่มขาดตลาดแล้ว ก็ขอให้รัฐบาลช่วยตามต่อว่าจากไอ้โม่งน้ำมัน จะไปสู่ไอ้โม่งปุ๋ยหรือไม่ เพราะราคาปุ๋ยไม่เป็นที่เปิดเผย ว่าตรึงราคาเท่าไหน อย่างไร และตอนนี้จากปัญหาหน้างานก็มีเสียงจำนวนมากว่าปุ๋ยเริ่มขาดตลาดจริง โดยเฉพาะสูตรที่จำเป็นต้องใช้

'วีระยุทธ' รอดูปม 44 สส.ก่อนประชุมใหญ่ ปชน. อุบนั่งหัวหน้าพรรค

เมื่อถามถึง การตอบคำถามของนางศุภจี เกี่ยวกับ ฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้บอกให้ไปเชียงใหม่ 365 วันสะท้อนว่าเป็นความเห็นของผู้บริหารที่ถูกต้องหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องนี้อาจมองจากมุมท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเรื่องฝุ่นที่เราเรียกร้องมาตลอดคือผู้ที่อาศัยจริง โดยเฉพาะภาคเหนือ จึงไม่อยากให้มองแค่มุมการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ให้มองมุมของประชาชนใช้ชีวิตทุกวัน

เมื่อถามว่า ถึงเวลาที่นายกรัฐมนตรี ควรออกมาชี้แจงได้แล้วหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ เดินตามหลังประชาชนมากเกินไป ในภาวะวิกฤติแบบนี้เราคาดหวังว่ารัฐบาลจะเดินนำหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น เตรียมพร้อมอย่างไร เดินนำหน้าภาคประชาชน 1 ก้าว เดินนำหน้าภาคธุรกิจ 1-2 ก้าว ที่ผ่านมามีหลายเรื่องทำถูก อย่างเช่น นายกฯ บอกวิกฤติครั้งนี้รุนแรงต้องช่วยกันปรับตัว แต่ก็ช้าไปถึง 5 สัปดาห์ หรือเรื่องไอ้โม่งน้ำมัน ก็ช้าไปประมาณ 4 สัปดาห์ จึงอยากให้นายกฯ เป็นคนประกาศนำหน้าว่ามองวิกฤติครั้งนี้อย่างไร และเตรียมพร้อมใน 2 เดือนหน้าอย่างไร อย่างมาตรการช่วงสงกรานต์ ก็เข้าใจว่าพึ่งได้เร่งรัดออกมา 1-2 วันนี้เอง

เมื่อถามว่า หลังสงกรานต์ รัฐบาลมีแนวโน้มออกมาตรการล็อกดาวน์ เปิด-ปิดปั๊ม หรือมาตรการอื่นที่อาจกระทบชีวิตประจำวันของประชาชน นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องน้ำมันต้องแยกให้ขาดว่าเป็นปัญหาการกักตุนหรืออย่างไร อย่างวันก่อนที่นายกฯ บอกว่าน้ำมันใช้ปริมาณลดลงเหลือ 40 กว่าล้านลิตร ข้อแรกต้องสงสัยก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบ มีการเอาน้ำมันที่กักตุนมาใช้หรือไม่ อยากให้ตรวจสอบข้อมูลตรงนี้ก่อน ไม่อย่างนั้นจะทำให้การวางแผนนโยบายจากนี้มีปัญหา ข้อมูลไอ้โม่งไม่ได้จบที่ 57 ล้านลิตรแน่นอน และเรื่องรถหมื่นกว่าคันที่หายไป ไม่ติด GPS ให้ชัดเจน ซึ่ง GPS ต้องติดทั้งเรือทั้งรถ ตรวจสอบแบบเรียวไทม์ได้แล้ว จริงๆควรทำ เรื่องนี้ก็ช้าไปประมาณ 6 สัปดาห์ ซึ่งจะทำให้การวางแผนข้อมูลน้ำมันช่วงหลังสงกรานต์เป็นไปได้อย่างตรงกับความเป็นจริง

เมื่อถามว่า ที่พรรคประชาชน จัดวางตัวบุคคลเพื่อติดตามการทำงานรายกระทรวงของรัฐบาล คล้าย ครม.เงา นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรามีการติดตามในเชิงประเด็นต่อแน่นอน ซึ่งตอนนี้เป็นภาวะวิกฤต ดังนั้นเมื่อรัฐบาลมีวอร์รูม เราก็มีวอร์รูมที่ติดตามแต่ละประเด็นเช่นกัน