"ศิริกัญญา" ดักทาง “พ.ร.ก.โอนงบ69” ส่อขัดรธน. ขอ "รัฐบาล" อย่าข้ามหัวสภาฯ พร้อมมองกรณีเตรียมกู้เงิน 5 แสนล้าน ส่อเกิดภาวะวิกฤติหนี้เบ่งบาน
ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายต่อที่ประชุมรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 โดยแสดงความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ปี2569 มีคาดการณ์เงินเฟ้อสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะราคาน้ำมันสูงขึ้นที่ทำให้สินค้าต่างๆ เพิ่มราคาตาม ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ทั้งนี้ยังไม่เห็นนโยบายใดของรัฐบาลที่จะแก้ไขเรื่องดังกล่าว นอกจากโครงการคนละครึ่งพลัส อย่างไรก็ดีตนมองว่ารัฐบาลควรกำหนดไว้ในนโยบายรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนอุ่นใจ ต่อการช่วยเหลือที่เพียงพอ หรือมาตรการเพิ่มเติมในการช่วยภาคขนส่งรายเล็กและรายใหญ่ ที่น่าสนใจคือ ผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเหลือ 9 ล้านคน จากเดิมที่มี 13.4ล้านคน โดยรัฐบาลระบุว่าจะทำให้เสร็จในเดือน พ.ค. นี้ ซึ่งน่ากังวลต่อการยืนยันรับสิทธิ์
“การออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 69 ช่วยเม.ย.-พ.ค. นี้ จริงหรือไม่ แม้จะฟังดูดีที่เหมือนเกลี่ยก่อนกู้ ซึ่งเป็นคำถามว่าจริงหรือไม่ ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงภาวะการคลังที่เสี่ยงเข้าใกล้วิกฤติ ส่วนงบกลาง เพื่อใช้ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน ทราบมาว่าคงเหลือ 2.5หมื่นล้านบาท ขณะที่ก่อนหน้านั้นใช้งบไป 1 ใน 3 ของงบดังกล่าวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้การโอนงบ มีข่าวจะออกเป็นพระราชกำหนด ข้ามหัวสภาฯ ขอถามว่าจะแก้ไขฐานะการคลังของรัฐบาลหรือแก้ปัญหาให้ประชาชน ทั้งนี้การออกกฎหมายโอนงบในช่วงไตรมาส3 จะเสียก่อนได้ เพราะงบถูกใช้มาก ยอดเมื่อสิ้นเดือนมี.ค. ใช้งบเกิน 60% เบื้องต้นคาดว่าจะมีกองกลางที่ปรับได้ 4 แสนล้านบาท หากบอกว่าจะตัดจะโอนงบ 4 หมื่นล้านบาท กังวลว่าจะไปไม่ถึง” น.ส.ศิริกัญญา อภิปราย
น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายต่อว่า การตัดได้มากหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ที่จะออกมา หากเขียนเกณฑ์แบบหลวมๆ เหมือนบอกว่าห้ามข้าราชการดูงานต่างประเทศที่มีเงื่อนไขว่าอยู่ที่ดุลยพินิจ เชื่อว่าจะไม่มีงบให้ตัดแน่นอน แต่ความรวดเร็วไม่ใช่เหตุผลที่รัฐบาลต้องออกเป็น พ.ร.ก. และคิดว่าออกไม่ได้ เพราะตามมาตรา 11 ของรัฐธรรมนูญ กำหนดให้กฎหมายงบประมาณต้องออกเป็นพ.ร.บ. และต้องผ่านสภาฯ ส่วนที่บอกว่าต้องเร็วตนมองว่าไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะก่อนหน้านั้นการโอนงบที่ผ่านมาแม้จะทำล่าช้าไป 6 เดือนแต่กระบวนการของสภาฯ เร่งรัดให้เสร็จโดยเร็วได้ ดังนั้นตนมองว่าการออก พ.ร.ก.โอนงบ จะไม่เป็นตามรัฐธรรมนูญและขอร้องอย่าข้ามหัวสภาฯ
น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายต่อว่าสำหรับการลดภาษีสรรพสามิตที่รัฐบาลเสียงแข็งว่าไม่สามารถลดได้ ทั้งที่การลดแม้จะ 2 บาท จะสามารถชะลอการขึ้นราคาสินค้าได้ อย่างไรก็ดีที่ไม่มีการปรับลดการเก็บภาษีสรรพสามิต ตนคาดว่าสถานการณ์การคลังจะวิกฤติกว่าที่รับรู้ อย่างไรก็ดีเมื่อไม่ลดภาษี ขออย่าเก็บเพิ่มได้หรือไม่ ขณะที่แนวทางการลดราคาน้ำมันขอความชัดเจน ว่าจะ เก็บภาษีลาภลอยหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะหนี้เบ่งบานที่ขอบอกว่าไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว
น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายต่อว่า ส่วนเงินสำรองจ่ายเพื่อฉุกเฉินและจำเป็นที่ถูกผลาญไปหมด 4 เดือนแรกทำให้รายการที่ตั้งใจตั้งงบไม่พอจะสร้างปัญหาใหญ่ เช่น งบชำระดอกเบี้ย บำนาญข้าราชการ ขาด 5.1หมื่นล้านบาท เชื่อว่าจะมีล่าช้า หรือตกเบิกแน่นอน กองทุนนประชารัฐ ที่ใช้เติมเงินบัตรสวัสดิการ งบ 69 ตั้งไว้ 3.5หมื่นล้านบาท ดังนั้นหากคิดจะกู้ แสดงว่ากู้เพื่อใช้รายจ่ายประจำของงบประมาณ และหากรัฐบาลตั้งใจออก พ.ร.ก. เพื่อต้องการพยุงเศรษฐกิจและออกจากวิกฤติให้ได้ มีข่าวว่าจะมียอดเงินกู้ จำนวน 5 แสนล้านบาท ตนต้องตั้งคำถามถึงการหาวิธีคืนเงิน





