“วรงค์" กางตัวเลขน้ำมันหาย ช่วง 16-31 มี.ค. กว่า 635 ล้านลิตร จี้ "นายกฯ" จับคนโกงน้ำมัน ด้าน นันทนา” ทวง “รัฐบาล” เดินหน้าทำรธน. ตามผลประชาชน จี้อย่าเทกลางแดด
ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมรัฐสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม ช่วงที่เปิดให้สมาชิกรัฐสภาอภิปราย ซึ่งมีการจัดลำดับการอภิปรายให้ สส.ฝ่ายค้าน อภิปรายสลับกับ สส.พรคร่วมรัฐบาล และ สว. โดยสส.พรรคร่วมรัฐบาลได้อภิปรายสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและขอให้พิจารณาเพิ่มเติมสวัสดิการให้ประชาชน เช่น บัตรสวัสดิการที่เพิ่มเติมสวัสดิการตามการใช้จ่ายแต่ละช่วงเดือน เช่น เดือน พ.ค. สามารถนำไปชำระค่าชุดนักเรียนของบุตรหลานได้ เป็นต้น
ขณะที่การอภิปรายของ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายย้ำว่ารัฐบาลทำนโยบายสวนทางกับความเดือดร้อนของประชาชน โดยปัญหาใหญ่ไม่ถูกบรรจุไว้ในนโยบาย เช่น ฝุ่นพิษที่จ.เชียงใหม่ เผชิญปัญหาสภาพอากาศที่เลวร้ายในโลก มา 2 สัปดาห์แล้ว แต่รัฐบาลไม่มีเจตจำนงที่จะยืนยันให้ ร่างกฎหมายอากาศสะอาดเป็นกฎหมาย ซึ่งถือว่ารัฐบาลมองว่าชีวิตประชาชนมีค่าน้อยกว่าผลกำไรของนายทุน สำหรับการจัดทำนโยบายของรัฐบาลเหมือนกับทำในทุ่งลาเวนเดอร์ ขณะที่ประชาชนกำลังอยู่ในทุ่งกุลาร้องไห้
“การแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลไม่เขียนไว้เลย ทั้งที่ประชาชชน 21 ล้านเสียง ลงประชามติเห็นควรให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐบาลจะเทกลางแดดไม่ได้ เพราะเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ประชาชนกว่า 60% แสดงเจตจำนงชัดเจนต้องแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลมีหน้าที่ทำตามผลประชามติ นอกจากนั้นแล้วเรื่องงนิติธรรม ไม่มีเขียนไว้ในนโยบาย ทำให้กังวลว่าคดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดงอาจเป่าหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย” น.ส.นันทนา อภิปราย
ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า จากการติดตามวิกฤติราคาน้ำมัน ในช่วงเดือนมี.ค. พบว่ามีการขึ้นราคาน้ำมันถึง 8 ครั้ง ราคารวม 20.6 บาท ซึ่งถือว่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนกรณีที่มีประเด็นน้ำมันขาดแคลนนั้นจากการตรวจสอบของตน จากรายงานรายวันมาคำนวณเฉลี่ยน้ำมันดีเซล จะเกินเฉลี่ยไปวันละ 14.086 ล้านลิตร ดังนั้นช่วง 16-31 มี.ค. คาดการณ์ว่าน้ำมันส่วนเกินจะสูงถึง 225 ล้านลิตร เมื่อรวมน้ำมันดีเซลที่ส่งไปตามสถานีบริการ ซึ่งเจ้าของสถานีบริการบอกว่าส่งไม่ถึงครึ่งของการส่งปกติ ดังนั้น จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 410 ล้านลิตร ตนเชื่อว่าจะมีน้ำมันหายไปกว่า 635 ล้านลิตร ในช่วง 16-31 มี.ค. ซึ่งถือว่ามีกระบวนการปลอมน้ำมัน และโกงน้ำมันดังนั้นขอให้นายกฯ เร่งดำเนินการ
“ นอกจากนั้นนายกฯ บอกว่าพูดแล้วทำในเรื่องการปราบการทุจริตคอร์รัปชัน ขอให้นายกฯ ลดจำนวนผู้ช่วย สส.ลง รวมถึงยกเลิกบำนาญ สส. สว. เพื่อนำไปจุนเจือประชาชน สิ่งที่รัฐบาลลทำดีผมชื่นชม แต่สิ่งที่ไม่ดี เช่นน้ำมันที่พบการโกง น้ำมันเก๊ ต้องเร่งจัดการ อะไรที่ผมแนะนำแล้วทำ ท่านจะอยู่ได้4 ปี แต่หากไม่แยแส ผมว่ารัฐบาลอาจอยู่ได้ไม่นาน” นพ.วรงค์ อภิปราย
ทางด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า การแต่งตั้งครม. แล้วเสร็จแล้ว พบว่ามีลูกเทพ เด็กเส้นเยอะไปหน่อย นอกจากนั้นแล้วมีรัฐมนตรีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้มูลความผิดใน คดีฮั้ว สว. จำนวน 12 คน ซึ่งรวมถึง นายอนุทิน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของ ครม. ดังนั้นขอให้พิจารณาดูว่าผลการทำงานจะเป็นรูปแบบใด
"อย่างไรก็ดีผมขอให้รัฐบาลยึดอุดมการณ์การทำงาน คือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ พึ่งตนเอง และร่วมมือกัน เพื่อให้ประชาชนอยู่กันอย่างเป็นสุข และทำให้คำพูดของนายกฯ ที่บอกว่า รวยแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว จะได้เป็นของจริง" พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ อภิปราย





