วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์' ชำแหละ3ปม เหน็บ'พิพัฒน์' ผู้แทนธุรกิจโรงกลั่น จับตาฮั้วสว.-เขากระโดง

'อภิสิทธิ์' ชำแหละ3ปม เหน็บ'พิพัฒน์' ผู้แทนธุรกิจโรงกลั่น จับตาฮั้วสว.-เขากระโดง

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชำแหละ3ปมล้มเหลวรัฐบาล เหน็บ'พิพัฒน์' ไม่ได้เป็น'ผู้แทนราษฎร' แต่ไม่จำเป็นต้องเป็น'ผู้แทนธุรกิจโรงกลั่น' คาใจตั้งรัฐมนตรีโยงสแกมเมอร์-ทุนเทา จับตาฮั้วสว.-เขากระโดง

ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ว่า ปกติแล้วสิ่งที่เราคาดหวังจากการแถลงนโยบายมีอย่างน้อย 3 เรื่องหลัก 

1.) เป็นความคาดหวังของพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายว่านโยบายที่ได้ไปหาเสียงรวมถึงให้คำมั่นสัญญาจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นจะปรากฎอยู่มรคำแถลงนโยบายหรือไม่ 

2.) เป็นโอกาสของนายกฯในฐานะผู้นำรัฐบาลที่จะได้สร้างความหวังฉายยภาพทิศทางการเดินหน้าของประเทศซึ่งจะมีผลกระทบต่อประชาชนทุกคน

3.) คือเอกสารที่สมาชิกรัฐสภาต้องใช้อ้างอิงในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลต่อไปนายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า ดังที่สมาชิกได้อภิปรายบางนโยบายได้ขาดหายไปในช่วงของการหาเสียงเช่น ค่าไฟ3บาท หรือโครงการที่ขาดรายละเอียดทั้ง พยาบาลอาสาประจำหมู่บ้าน รวมถึงนโยบายที่ไม่ปรากฎอยู่ในคำแถลงนโยบายของนายกฯ เช่น มีการพูดถึงการทำโครงการ แลนด์บริด ที่จะส่งผลกระทบจำนวนมหาศาลแต่กลายเป็นโครงการลับๆล่อๆ ซึ่งไม่ปรากฎในนโยบายที่แจ้งต่อกกต. แต่มีการพูดในเวทีหาเสียง วันนี้ไม่ยอมมาแถลงต่อสภาฯแต่มีการไปแถลงที่กระทรวง ซึ่งโครงการดังกล่าวถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดถึงความคุ้มค่าและส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งระบบนิเวศน์และความมั่นคงเช่นเดียวกับนโยบายอสม.ที่ไม่ปรากฎในคำแถลงนโยบาย เป็นต้น
 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังอภิปรายถึง การจัดการวิกฤติน้ำมันในขณะนี้ว่า ไม่มีใครในประเทศนี้ที่จะไปบอกว่าท่านสร้างปัญหานี้ขึ้นมา หรือไม่บอกว่าวิกฤตินี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาภายนอก และไม่มีใครในประเทศนี้ฝันว่าทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเดิทได้แต่สิ่งที่เขาตำหนิกับความล้มเหลวที่ผ่านมาประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 

1.การบริหารจัดการที่ผิดพลาด  

2.การไม่ยอมให้ภาคส่วนอื่นๆนอกจากประชาชนรัฐภาระกับสิ่งที่เกิดขึ้น

3.ความไม่ชอบมาพากลและการแสวงหาผลประโยชน์อันไม่ชอบ  

วันนี้ประชาชนสนใจเรื่องบทบาทกองทุนน้ำมัน เราทราบดีว่ากองทุนน้ำมันจะแบกรับไปเรื่อยๆไม่ได้ แต่เป็นไปเพื่อประคับประคองราคาน้ำมัน เพื่อให้รัฐบาลมีเวลาเตรียมตัวช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบแต่รัฐบาลนี้กลับผลาญเงิน4หมื่นล้านจากประชาชนโดยไม่ได้เตรียมมาตรการในการรองรับ ส่งผลให้ต้นทุนทุกภาคการผลิตพุ่งสูงขึ้นในเวลานี้ 

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า วันนี้นอกเหนือจากที่ท่านยังไม่ยอมให้รัฐบาลรับภาระหรือภาคธุรกิจรับภาระเท่าที่ควร ยังต้องไปไล่ตามจับ ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ที่ทำให้ประชาชนเจ็บช้ำน้ำใจ

"คำพูดบางทีท่านนายกฯพูดสวยหรูไม่มีใครจะดีไปกว่าประชาชน แต่ความสวยหรูนั้นไม่เจ็บเท่ากับวันที่ประชาชนที่กักตุนน้ำมัน ท่านจงไปหาผู้กักตุนที่แท้จริงแล้วดำเนินการ"
 

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า ประเด็นทุนเทาและสแกมเมอร์ จะเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงในนโยบายทั้งในเรื่องการดึงการลงทุนและการพัฒนาตลาดทุน ทั้งนี้จากที่พวกตนไปยื่นข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ทุกครั้งที่เกิดการที่เกิดการดำเนินการของหน่วยงานรัฐในประเทศไทยตามหลังต่างประเทศ

วันนี้คนอดสงสัยไม่ได้ว่าความเกี่ยวข้องของคนที่อยู่ในแวดวงอำนาจและรัฐบาลอยู่ในกระบวนนี้ด้วยหรือไม่ ไม่ต้องถามตนแต่ขอให้ถามรัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)

วันนี้ผู้ที่มีภาพหรือเกี่ยวพันกับสแกมเมอร์กระบวนการฟอกเงินระดับโลกยังสามารถนั่งอยู่ข้างบนได้ ขณะที่การแก้ปัญหาสินค้าการเกษตรอาทิ มะพร้าวน้ำหอม วันนี้ไม่มีการแก้ไขในเชิงโครงสร้างตนจึงไม่สามารถมั่นใจได้ว่าทิศทางที่ท่านกำลังแถลงจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า นอกเหนือตัวชี้วัดที่ไม่มี นอหเหนือจากการบริหารที่ผ่านมาขอตั้งคำถามเรื่องใจของท่านว่าอยู่ที่ไหน

"อย่างท่านรองนายกฯที่เป็นประธานศบก.ผมทราบว่าท่านไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎร แต่ท่านก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้แทนธุรกิจโรงกลั่นชี้แจงแต่ละครั้งก็มองแต่ในมุมธุรกิจ"

หัวหน้าพรรคปชป. ยังกล่าวว่า วันนี้สิ่งที่หายไปในนโยบายภาคการเกษตรคือ การสร้างหลักประกันให้กับการสูญเสียไปกับความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนทั้งจากภายนอกและภายใน  ตนขอตั้งคำถามไปยังรมว.คลังว่าเงินที่กำลังมีอยู่จำกัดและจะมีการออกกฎหมายโอนงบประมาณ ท่านจะเอาไปเน้นในเรื่องไหน เพราะในขณะที่ท่านบอกประชาชนว่าให้ประหยัดแต่กลับมีการนำเงินส่วนหนึ่งไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนตัวมองว่าวันนี้ความสำคัญสูงสุดคือการไปช่วยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนของประชาชนทั้งประเทศ 

อย่างไรก็ดีประเด็นนิติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายที่รัฐบาลระบุว่าจะดำเนินการอย่างเสมอภาค ตนจะจับตาดูคดีฮั้วสว.และเขากระโดงซึ่งความจริงพรรคเพื่อไทยก็พูดไว้เยอะช่วยตามไปดูด้วยและตนจะดูว่า ที่ท่านเขียนว่าจะดำเนินการเด็ดขาดกับคู่สัญญาของภาครัฐที่ทำให้สาธารณะเสียหาย เราเห็นกรณีตึกสตง. เหตุการณ์ถนนพระราม2 และเหตุเครนถล่มที่จ.นครราชสีมา ตนจะดูว่าท่านทำจริงหรือไม่  วันนี้เหตุใดรัฐบาลจึงตั้งคนที่มีความเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับทุนเทาและสแกมเมอร์ เข้าไปนั่งในรัฐมนตรี  

"ผมยังแปลกใจว่า ก่อนหน้าที่จะได้รายชื่อครม.มีการพูดถึงบุคคลท่านหนึ่งที่พูดทำนองว่าเขาไม่ผ่านคุณสมบัติ ที่จริงสถานะเขาเรืองของเขาหรือถูกกล่าวหาโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกันบนนั้นหลายคนรวมทั้งท่านนายกฯด้วย"

นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ก่อนที่ท่านจะมาแถลงนโยบายท่านต้องผ่านขั้นตอนสำคัญคือการถวายสัตย์ปฏิญาณในวันนั้นมีพระราชดำรัชของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ถ้าท่านจะทำตามคำปฏิญาณที่ทำต่อหน้าพระพักตร์ได้ผลลัพธ์ต้องเกิดขึ้นคือต้องเกิดกับประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและประชาธิปไตยที่สมบูรณ์และอยู่บนวิถีทางที่ถูกต้องทำให้ประเทศมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นทั้งนี้เข้าใจกันได้ว่ารัฐบาลทุกชุดต้องมีความสำเร็จและความล้มเหลว ตนเข้าใจกันได้แต่สิ่งที่อภัยไม่ได้คือการหาผลประโยชน์เข้าตัวเข้าพวกไม่เคารพกระบวนการของกฎหมายและกระบวนการประชาธิปไตย ขอเตือนว่าถ้าท่านเห็นประชาชนเป็นเพียงแค่ทางผ่านของอำนาจ เห็นประชาธิปไตยเป็นแต่พิธีกรรม เห็นประเด็นความมั่นคงจริยธรรมเป็นเพียงหาเสียงหรือเครื่องมือทางการเมืองท่านจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตนที่ให้ไว้ต่อหน้าพระพักตร์ และทุกคนในประเทศจะบอกว่าพอแล้วไม่ไหวแล้ว