วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน 2569

Login
Login

ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกา คดี 44 สส.ส้ม - ย้ำแก้ กม.ได้ ต้องคำนึงจริยธรรม

ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกา คดี 44 สส.ส้ม - ย้ำแก้ กม.ได้ ต้องคำนึงจริยธรรม

ป.ป.ช.ใช้ 3 รถตู้ ขนสำนวน 200 ลัง เอกสารกว่าแสนแผ่น ถึงศาลฎีกาแล้ว หอบหลักฐานทั้งหมด เข้ายื่นคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง แก้ ม.112

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2569 ที่ศาลฎีกา ถ.ราชดำเนินใน เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำรถตู้ 3 คัน ขนสำนวนจำนวนกว่า 200 ลัง เอกสารกว่าแสนแผ่น เพื่อนำไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา พิจารณาเอาผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีร่วมกันลงชื่อและยื่นแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ หลัง ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดไปก่อนหน้านี้

โดยเมื่อเวลา 09.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่ศาล ใช้รถเข็นทยอยขนสำนวนจากรถตู้ของ ป.ป.ช.ขึ้นไปยังอาคารศาลฎีกา โดยมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ตรวจเช็คสำนวนอย่างใกล้ชิด ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะเดินเข้าไปยังอาคารศาลฎีกา เพื่อยื่นคำร้องต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าว ต้องรอดูว่าศาลฎีกา จะมีคำสั่งรับคำร้องคดีนี้เลยหรือไม่ หากศาลรับคำร้อง จะส่งผลให้ 10 สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสภาฯชุดปัจจุบัน เป็นส่วนหนึ่งในอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล จะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่โดยทันที

  • ป.ป.ช.ย้ำ สส.แก้กฎหมายได้ แต่ต้องคำนึงจริยธรรม

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.54 น.วันเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ช.ส่งเอกสารข่าวชี้แจง โดยระบุว่า นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ในวันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้ผู้ว่าคดี ไปดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อดำเนินคดีกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงต่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กับพวก รวม 44 คน ซึ่งเป็นไปตามข้อมูลที่สื่อมวลชนได้เคยรายงานไปก่อนหน้านี้
 
สำนักงาน ป.ป.ช. ขอแถลงว่า การดำเนินคดีกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงต่อนายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ กับพวก รวม 44 คน นั้น แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจะบัญญัติให้สิทธิในการเสนอแก้ไขกฎหมายเป็นอำนาจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม

แต่การพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในเรื่องดังกล่าว มุ่งพิจารณาถึงเนื้อหาของกฎหมายที่ผู้ถูกร้องได้นำเสนอและพฤติการณ์แห่งการกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 44 คน ว่ามีความไม่สมควรประการใด โดยบุคคลผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ควรมีมาตรฐานทางจริยธรรมในการปฏิบัติตนเช่นใด และสมควรกระทำหรือไม่เกี่ยวกับเนื้อหาแห่งร่างกฎหมายที่เสนอกับพฤติกรรมอื่น ๆ ที่แสดงออก ซึ่งเป็นสาระสำคัญในการยื่นคำร้อง

คดีนี้ ผู้ถูกร้องซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรม ที่จะไม่กระทำการฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือกระทำการที่ไม่สมควร โดยในการพิจารณาคดีนี้ตั้งแต่ในชั้นรับเรื่องจนถึงวันที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงและยื่นคำร้องต่อศาล ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้กำหนดไว้ตั้งแต่ในชั้นรับเรื่องแล้ว และมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรอบระยะเวลาของทางการเมืองแต่ประการใด ทั้งนี้ ศาลฎีกาจะได้พิจารณาและวินิจฉัยต่อไป 

สำหรับผู้ถูกร้องซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในวันที่ยื่นคำร้องคดีนี้ จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น เป็นอำนาจของศาลฎีกาที่จะพิจารณาและมีคำสั่งในเรื่องดังกล่าวต่อไป