วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

ตลบหลัง‘กัมพูชา’ รุกเวทีโลก ‘ไทย’เปิด‘โอร์เสม็ด’ แหล่งสแกม

ตลบหลัง‘กัมพูชา’ รุกเวทีโลก  ‘ไทย’เปิด‘โอร์เสม็ด’ แหล่งสแกม

กระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพไทย เกาะติดความเคลื่อนไหว “ฮุน มาเนต ”นายกฯ กัมพูชา “ปรัก สุคน” รมว.การต่างประเทศ กัมพูชา ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 7-9 เม.ย.2569 

โดยมีวาระพบปะหารือประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี พร้อมขยายความร่วมมือในการเมือง ความมั่นคง การค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยเป้าหมายระยะยาวในการยกระดับความสัมพันธ์สู่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

จากการเปิดเผยของ “เพ็ญ โบนา” (Pen BONA) โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า การเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการผลักดันทางการทูตที่กว้างขึ้นของกัมพูชา ในการส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติ สังเกตการเดินทางล่าสุดไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรป 

พร้อมทั้งเน้นถึงความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยปฏิเสธการเรียกร้องเพียงฝ่ายเดียว และได้กระตุ้นให้ไทยหยุดการกระทําที่เสี่ยงต่อการเพิ่มข้อพิพาท

ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพไทย ยังพบความเคลื่อนไหวชาวกัมพูชาในสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นคำร้องต่อสมาชิกวุฒิสภา และสภาคองเกรสของสหรัฐ เมื่อ 7 เม.ย.2569 โดยกล่าวหากองกำลังทหารไทยกระทำการผิดกฎหมายในดินแดนของกัมพูชา ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงการทำลายบ้านเรือน การติดตั้งสิ่งกีดขวาง และป้อมปราการ และการยึดครองพื้นที่นอกเขตพิพาทอย่างต่อเนื่อง พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ขอให้ประเทศไทยยุติการกระทำที่ก้าวร้าว การยึดครองโดยมิชอบ และการผนวกดินแดนกัมพูชาทั้งหมดโดยทันที

ใช้ห้วงเวลาเดียวกันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หรือ JIC นำโดย พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ฯ พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

ได้ขนสื่อไทย และต่างประเทศลงพื้นที่ช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในประเด็นศูนย์สแกมเมอร์ อาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ในพื้นที่ที่ทหารไทยเข้าควบคุมไว้ และวางรั้วลวดหนาม ตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่ รมว.กลาโหมไทย และกัมพูชา ได้ลงนามร่วมกัน 27 ธ.ค.2568 ที่ระบุว่า “กำลังทหารแต่ละฝ่าย อยู่พื้นที่ไหน ให้อยู่พื้นที่นั้น” หลังข้อตกลงหยุดยิง

สำหรับพื้นที่ดังกล่าว เนื้อที่กว่า 500 ไร่ อยู่ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพียงไม่กี่ร้อยเมตร เป็นที่ตั้งกาสิโนรีสอร์ตขนาดใหญ่ อย่าง บ่อนโอร์เสม็ด หรือโอร์เสม็ด รีสอร์ต (O’Smach Resort & Casino) และรอยัลฮิลล์ รีสอร์ต (Royal Hill Resort & Casino)

หากมองผิวเผินแค่เพียงภายนอก เป็นแหล่งท่องเที่ยวของกัมพูชาที่ทั้งชาวไทยและต่างชาติ นิยมข้ามแดนไปเสี่ยงโชค แต่พื้นที่ภายใน ที่ประกอบด้วยอาคารกว่า 160 หลัง แบ่งโซนออกเป็น A ถึง G คือฐานปฏิบัติการขบวนการสแกม ค้ามนุษย์ คอลเซ็นเตอร์ ภัยคุกคามระดับโลก

ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เลือกเปิดอาคารในพื้นที่โซน E ที่ใช้หลอกลวงนานาชาติ โดยเหยื่อส่วนใหญ่อยู่ฝั่งทวีปยุโรป และสหรัฐอเมริกา เพื่อหักล้างข้อมูลฝ่ายกัมพูชา ที่พยายามเดินเกมล็อบบี้ไส่ร้ายไทย

ภายในอาคาร มีการติดแผ่นป้ายระบุเวลาทำงาน 21.00 น.-03.00 น. มีชั้นใต้ดินเป็นห้องขังเดี่ยว 12 ห้อง ลักษณะคับแคบ ภายในมีอุปกรณ์ทรมาน ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีเพียงขวดน้ำเล็กๆ ที่เอาไว้สำหรับปัสสาวะ โดยติดกล้องวงจรปิดภายในห้องเพื่อติดตามพฤติกรรมความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ส่วนชั้นบนของอาคารเดียวกัน เป็นสถานที่ทำงานของระดับบอสคอลเซ็นเตอร์

ผอ.ศูนย์ JIC กล่าวว่า กองทัพไทย ไม่ทราบมาก่อนว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นลักษณะรังสแกมเมอร์ จนกระทั่งมีการปะทะ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้ใช้เป็นฐานปล่อยโดรน รวมไปถึงยิงสไนเปอร์ และยิงอาวุธหนักใส่ฝ่ายไทย ทำให้เราจำเป็นต้องป้องกันตัวเอง เพื่อรักษาชีวิตกำลังพล และประชาชนในพื้นที่ และเป็นเหตุผลที่ทำให้ฝ่ายไทยต้องควบคุมพื้นที่นี้ไว้

การนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ฐานสแกมเมอร์ที่โอร์เสม็ด เป็นครั้งที่ 3 เพื่อมาดูสถานที่จริง ภาพรวมเป็นลักษณะของเอ็นเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งถือเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่มาก รวมถึงมีบอสที่จะควบคุมบังคับบัญชาในพื้นที่

สำหรับห้องที่ใช้ในการทำงานของสแกมเมอร์ จะมีระบบในการติดต่อสื่อสาร และคู่มือในการสอนให้หลอกหลวง รวมถึงมีวิทยากร ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามระดับโลก และครั้งนี้ยังได้พาไปดู"ห้องจำคุก" เพื่อป้องกันไม่ให้คนหนีออกจากพื้นที่ดังกล่าว โดยมีการตั้งกฎในการลงโทษ นอกจากนี้ ยังมีที่ตั้งของโรงพยาบาล 

พล.อ.อ.ประภาส ย้ำว่า ปัญหาดังกล่าว ไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งสามารถแก้ไขปัญหาได้ ต้องช่วยกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ คือหลักฐานที่แท้จริง ที่เป็นอันตรายกับผู้บริสุทธิ์

ส่วนการขยายผลเรื่องสแกมเมอร์ต่อจากนี้ ผอ.ศูนย์ JIC ระบุว่า ได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อส่งต่อข้อมูลไปยังองค์กรต่างๆ รวมไปถึงแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) หรือองค์การนิรโทษกรรมสากล หากอยากเข้ามาดูพื้นที่จริง ฝ่ายไทยก็พร้อมพาเข้ามาดู เพื่อนำไปต่อยอด และถ่ายทอดหลักฐานต่างๆ เหล่านี้ 

ฝ่ายไทยได้ใช้กำลังพลเข้ามาควบคุมพื้นที่กว่า 3 เดือน ซึ่งต้องรอดูในระยะต่อไปว่า รัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปในอนาคต ซึ่งในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ฝ่ายไทยได้ประสานงานไปยังฝั่งกัมพูชา เพื่อพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ลดความขัดแย้ง

ขณะที่รองโฆษก กต. มาระตี กล่าวถึงการเดินเกมของกัมพูชากับฝรั่งเศส ว่า ถือเป็นสิทธ์ของฮุน มาเนต ที่จะหารือระดับทวิภาคีกับฝรั่งเศส แต่ในส่วนของไทย มีสิทธิ์ที่จะหารือกับผู้นำในหลายๆ ชาติเช่นเดียวกัน 

ส่วนกรณีกัมพูชายื่นเรื่องข้อพิพาทกับไทยไปให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ พิจารณา ฝ่ายไทยได้ติดตาม และตั้งรับมาโดยตลอด ขณะนี้ ศาลโลกยังไม่มีท่าทีอะไร

การเดินเกมโต้กลับไทยของ “นายกฯฮุน มาเนต” ในเวทีนานาชาติ ถือเป็นโมเดลเดิมที่กัมพูชาเคยใช้ได้ผลมาแล้วในปี 2554 ในขณะนั้น สมเด็จฮุน เซน ผู้เป็นพ่อ ยังเป็นนายกฯ โดยมี “ฮอ นัมฮง” รมว.การต่างประเทศ เดินสายฟ้องนานาชาติ เพื่อสร้างความชอบธรรม และเรียกร้องความเห็นใจจากเวทีโลก เพื่อปูทางไปสู่เป้าหมายในการนำคดีขึ้นสู่การพิจารณาในศาลโลก